สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงออตตาวา ประเทศแคนาดา เมื่อวันที่ 15 ก.พ. ว่านายกรัฐมนตรีจัสติน ทรูโด แถลงเมื่อวันจันทร์ เกี่ยวกับกิจกรรม “คาราวานแห่งเสรีภาพ” ซึ่งจุดเริ่มต้นมาจากกลุ่มคนขับรถบรรทุกขนส่งสินค้าข้ามพรมแดน ที่คัดค้านมาตรการบังคับฉีดวัคซีนโควิด-19 ของรัฐบาลกลาง ปักหลักชุมนุมในกรุงออตตาวา ตั้งแต่ปลายเดือน ม.ค. แล้วขยายวงเป็นการปิดกั้นสะพานขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ และมีการเลียนแบบในหลายประเทศ ทั้งฝรั่งเศส ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ และอิสราเอล ว่า “ผิดกฎหมาย”


ขณะเดียวกัน การปักหลักลักษณะดังกล่าว ส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยสาธารณะ และการขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจ ผู้นำแคนาดาจึงประกาศการใช้อำนาจ ภายใต้กฎหมายสถานการณ์ฉุกเฉิน โดยมาตรการนับจากนี้จะรวมถึง การตัดแหล่งเส้นทางท่อน้ำเลี้ยงของผู้ประท้วง และการเพิ่มอำนาจให้กับตำรวจ ทั้งระดับท้องถิ่นและจากส่วนกลาง เพื่อการจับกุมและดำเนินคดีกับผู้ประท้วง

ผู้ประท้วงต่อต้านการฉีดวัคซีนโควิด-19 โบกธงชาติแคนาดา ระหว่างการปิดกั้นพื้นที่ในกรุงออตตาวา


ทั้งนี้ มาตรการทั้งหมดจะยังไม่มีผลบังคับใช้ทันที เนื่องจากต้องได้รับความเห็นชอบจากสภาสามัญ ซึ่งต้องลงมติภายใน 7 วัน นับตั้งแต่ได้รับเรื่อง

ผู้ประท้วงที่เมืองวินด์เซอร์ ในรัฐออนแทรีโอ ทางตอนใต้ของแคนาดา เผชิญหน้ากับตำรวจ


ด้านองค์กรสิทธิมนุษยชนหลายแห่งในแคนาดาออกมาตำหนิทรูโด “ทำเกินกว่าเหตุ” โดยให้เหตุผลว่า สถานการณ์ที่เกิดขึ้นยังไม่เข้าข่ายใช้อำนาจตามกฎหมายนี้ เนื่องจาก “ยังไม่ส่งผลกระทบต่ออธิปไตย ความปลอดภัย และบูรณภาพแห่งดินแดน” ของแคนาดา และการประท้วงในเวลานี้ เป็นการแสดงออกของประชาชน เพื่อคัดค้านนโยบายหลายเรื่องของรัฐบาลเท่านั้น


แม้เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงของแคนาดาสามารถสลายการชุมนุม บนสะพานแอมบาสซาเดอร์ ซึ่งเป็นสะพานขนส่งสินค้าระหว่างประเทศสายพลุกพล่านที่สุดในอเมริกาเหนือ เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม บนสะพานขนาดย่อยอีกหลายแห่ง ในหลายรัฐของแคนาดา ยังคงมีการปิดกั้นการจราจรอยู่.

เครดิตภาพ : REUTERS