ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พระครูใบฎีกาสุรพล มหาปญฺโญ เจ้าคณะตำบลทุ่งคอก เจ้าอาวาสวัดหนองวัลย์เปรียง อำเภอสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรี พระกชกร จกฺกวโร พระเลขานุการเจ้าคณะตำบลทุ่งคอก คณะสงฆ์วัดหนองวัลย์เปรียง นายสุรพล ตันกสิกิจ นายก อบต.ทุ่งคอก นายพลภัทร ห่วงรักษ์ สมาชิกสภา อบต.ทุ่งคอก นายอนันต์ธวัฒน์ จินดารัตน์ กำนันตำบลทุ่งคอก นายสมพร ใจซื่อ ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 2 ต.ทุ่งคอก นายธนาคม ขจีรัตน์วัฒนา ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 3 ต.ทุ่งคอก นายอิทธิพงศ์ เธียรธนรุจน์ ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 3 ต.ทุ่งคอก นายคมวิรัช กำลังสีหพัฒน์ ไวยาวัจกรวัดหนองวัลย์เปรียง อสม.ตำบลทุ่งคอก ร่วมประชุมเพื่อขับเคลื่อนธรรมนูญสุขภาพ เพื่อลดโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) วัดหนองวัลย์เปรียง และชุมชนบ้านหนองวัลย์เปรียง พร้อมแต่งตั้งคณะทำงานตามโครงการการส่งเสริมสุขภาพ และควบคุมโรคไม่ติดต่อในพระสงฆ์ ด้วยหลักสุขภาพปฐมภูมิ และการมีส่วนร่วมให้ พระเข้มแข็ง วัดมั่นคง ชุมชนเป็นสุข เพื่อขับเคลื่อนการปรับพฤติกรรมสุขภาพ ลดการป่วยด้วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง ณ ศูนย์คนไทยห่างไกลโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) วัดหนองวัลย์เปรียง อำเภอสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรี

พระครูใบฎีกาสุรพล มหาปญฺโญ เจ้าคณะตำบลทุ่งคอก กล่าวว่า คนไทยป่วยด้วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) เช่น เบาหวาน ความดันสูง โรคไตเรื้อรัง เป็นจำนวนมาก และมีแนวโน้มที่จะเพิ่มสูงขึ้น จากพฤติกรรมการใช้ชีวิต เช่น กินอาหารหวานจัด เค็มจัด ไม่ออกกำลังกาย ดื่มแอลกอฮอล์ สูบบุหรี่ นอนดึก มีความเครียดสูง เป็นต้น ทำให้เกิดความสูญเสียต้นทุนทางเศรษฐกิจสูงถึงปีละ 1.6 ล้านล้านบาท จากค่ารักษาพยาบาลทางตรง และความสูญเสียทางอ้อม โดยข้อมูลปี 2560 ประเทศไทยเสียค่าใช้จ่ายในการรักษาโรค NCDs สูงกว่า 62,138 ล้านบาท และมีคนไทยต้องเสียชีวิตจากโรค NCDs ปีละกว่า 400,000 ราย กระทรวงสาธารณสุข จึงมีนโยบายแก้ไขปัญหาในการผลักดัน การส่งเสริมสุขภาพ และแนวคิดวิถีชีวิต เพื่อสุขภาพที่ดีไปสู่การปฏิบัติ พร้อมทั้งปรับปรุงกฎหมาย มาตรการต่างๆ ให้เอื้อในการต่อสู้กับโรค NCDs สนับสนุนแนวคิดสุขภาพดี สิทธิประโยชน์เพิ่ม รวมถึงส่งเสริมการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมผ่านศูนย์คนไทยห่างไกล NCDs

เจ้าคณะตำบลทุ่งคอก กล่าวต่อไปอีกว่า เพื่อเป็นการลดอัตราผู้ป่วย ก่อนเข้าสู่ระบบการรักษาการ เพื่อขับเคลื่อนนโยบายคนไทยห่างไกล NCDs ที่ต้องอาศัยความร่วมแรง ร่วมใจ จากบุคลากร และเจ้าหน้าที่สาธารณสุข และพี่น้อง อสม. ช่วยสร้างความรู้ความเข้าใจแก่ พระสงฆ์ และประชาชนในการปรับพฤติกรรม ทั้งการกินอาหารให้เหมาะสมกับการใช้พลังงาน ด้วยการนับคาร์บ หรือคาร์โบไฮเดรตที่มาจากอาหารจำพวกแป้ง และน้ำตาล รวมถึงมีการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งจะช่วยลดจำนวนผู้ป่วยรายใหม่ ลดความรุนแรงของการเจ็บป่วยในผู้ป่วยรายเก่า ให้ความรู้ อสม. เพื่อประชาสัมพันธ์ส่งต่อให้ความรู้กับประชาชน พร้อมทั้งเป็นพี่เลี้ยง และติดตามผลได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ เพื่อเป็นลดค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพของประชาชน และรัฐบาลได้