สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 17 ก.พ. ว่านายกรัฐมนตรีฟุมิโอ คิชิดะ ให้การต้อนรับและพบหารือกับ พล.ท.ฮุน มาเนต ประธานคณะเสนาธิการทหารร่วม และผู้บัญชาการทหารบกของกัมพูชา ที่ทำเนียบในกรุงโตเกียว โดยคิชิดะแสดงความยินดี ต่อการที่กัมพูชาทำหน้าที่ประธานสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) ประจำปีนี้


ทั้งนี้ พล.ท.ฮุน มาเนต วัย 44 ปี ซึ่งเป็นบุตรชายคนโตของสมเด็จฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา เยือนญี่ปุ่นอย่างเป็นทางการ เนื่องในโอกาสที่ปีนี้ครบรอบ 30 ปี ที่ญี่ปุ่นส่งกองกำลังป้องกันตนเอง (เจเอสดีเอฟ) เข้ามาในกัมพูชา เพื่อร่วมภารกิจรักษาสันติภาพของสหประชาชาติ (ยูเอ็น)


พล.ท.ฮุน มาเนต กล่าวถึงภารกิจในญี่ปุ่นครั้งนี้ ว่ามีเป้าประสงค์เพื่อขยายขอบเขตความร่วมมือหลากหลายมิติ ทั้งในด้านนโยบายต่างประเทศและกลาโหม ซึ่งกัมพูชาสนับสนุน “ความเป็นเสรีและการเปิดกว้าง” ของภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก โดยไม่ได้ลงลึกในรายละเอียด อย่างไรก็ตาม ญี่ปุ่นซึ่งย้ำจุดยืนเดียวกันนี้มาตลอด ใช้เรื่องดังกล่าวในบริบทเดียวกับสหรัฐ เพื่อการถ่วงดุลอำนาจกับจีนในภูมิภาคแห่งนี้

พล.ท.ฮุน มาเนต ผู้บัญชาการทหารบกของกัมพูชา เข้าพบนายกรัฐมนตรีฟุมิโอะ คิชิดะ ที่ทำเนียบรัฐบาลญี่ปุ่น ในกรุงโตเกียว


แม้ พล.ท.ฮุน มาเนต เยือนกรุงโตเกียว ในฐานะเจ้าหน้าที่ระดับสูงของกัมพูชา แต่การได้เข้าพบผู้นำญี่ปุ่น นายโนบุโอะ คิชิ รมว.กลาโหม และนายโยชิมาสะ ฮายาชิ รมว.การต่างประเทศ อาจเรียกได้ว่า “เป็นการเตรียมความพร้อม” ของบุตรชายผู้นำกัมพูชา ในการเป็น “ทายาทการเมือง” โดยสมเด็จฮุน เซน ประกาศเรื่องนี้ เมื่อเดือน ธ.ค. ปีที่แล้ว


อนึ่ง พรรคประชาชนกัมพูชา (ซีพีพี) ซึ่งสมเด็จฮุน เซน เป็นหัวหน้าพรรค ผูกขาดการเป็นรัฐบาลยาวนานตั้งแต่ปี 2522 และครองที่นั่งทั้ง 125 ที่นั่งในสภาผู้แทนราษฎร นับตั้งแต่ศาลฎีกาสั่งยุบพรรคกู้ชาติกัมพูชา (ซีเอ็นอาร์พี) ซึ่งนายสม รังสี และนายเกิม สุขา ร่วมกันก่อตั้ง เมื่อปี 2561.

เครดิตภาพ : REUTERS