สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงบามาโก ประเทศมาลี เมื่อวันที่ 19 ก.พ. ว่า พ.อ.อับดูลาเย ไมกา โฆษกรัฐบาลทหารมาลี แถลงเมื่อวันศุกร์ เกี่ยวกับการที่ฝรั่งเศสและพันธมิตรประกาศ เตรียมยุติปฏิบัติการความร่วมมือทางทหาร เพื่อกวาดล้างกองกำลังติดอาวุธ “เป็นการตัดสินใจฝ่ายเดียว” และเตือนว่า รัฐบาลปารีสกำลังเป็นฝ่ายละเมิดข้อตกลงด้านความมั่นคงหลายฉบับ ที่เคยลงนามร่วมกัน

พ.อ.ไมกา กล่าวต่อไปว่า ด้วยเหตุนี้ รัฐบาลทหารมาลีจึงขอให้ฝรั่งเศสและพันธมิตรถอนทหารออกไป “โดยเร็วที่สุด” แต่ไม่ได้กล่าวอย่างชัดเจน ว่าต้องเกิดขึ้นภายในเมื่อใด

FRANCE 24 English


ฝรั่งเศสประกาศเรื่องดังกล่าว เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ร่วมกับพันธมิตร “ปฏิบัติการบาร์เคน” (Operation Barkhane) ในภูมิภาคซาเฮล ที่ล้วนเป็นประเทศซึ่งเคยเป็นอาณานิคมของรัฐบาลปารีส ที่นอกจากมาลี ได้แก่ บูร์กินาฟาโซ มาลี มอริเตเนีย ไนเจอร์ และชาด นอกจากนั้นยังมี แคนาดา และประเทศในยุโรปอีก 14 แห่ง ยุติภารกิจทางทหารทั้งหมดในมาลี โดยจะใช้เวลาในการถอนทหารประมาณ 4-6 เดือน

FRANCE 24 English


ทั้งนี้ รัฐบาลปารีสให้เหตุผลอย่างตรงไปตรงมา ว่าเป็นผลจาก “อุปสรรคนานัปการ” ระหว่างฝรั่งเศสและพันธมิตร กับรัฐบาลทหารของมาลี ส่งผลให้สภาพแวดล้อมทางการเมืองในมาลี เงื่อนไขทางกฎหมาย และการกำหนดรูปแบบของภารกิจ ไม่เอื้ออำนาจต่อการให้ฝรั่งเศสและพันธมิตร เดินหน้าปฏิบัติการทางทหาร เพื่อป้องปรามและกวาดล้างกลุ่มติดอาวุธในมาลีได้อีกต่อไป


ด้านประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง กล่าวว่า “ทัศนคติ” ของรัฐบาลทหารมาลี เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ฝรั่งเศสและพันธมิตรต้องปิดฉากภารกิจทางทหาร ที่ยาวนานตั้งแต่ปี 2556 อย่างไรก็ตาม ผู้นำฝรั่งเศสยืนยันว่า การที่เรื่องนี้มีจุดจบแบบนี้ “ไม่ใช่ความล้มเหลว” ด้านนโยบายทางทหารของฝรั่งเศสในแอฟริกา เนื่องจากมีการบรรลุข้อตกลงกับไนเจอร์ ในการเตรียมให้ฝรั่งเศสและพันธมิตรใช้พื้นที่แทนแล้ว


อนึ่ง นายฌอง-อีฟว์ เลอ ดริยง รมว.การต่างประเทศฝรั่งเศส เคยกล่าวว่า รัฐบาลทหารมาลี “ลุแก่อำนาจ” เนื่องจากปฏิเสธจัดการเลือกตั้งที่ควรเกิดขึ้นในเดือนนี้ แต่กลับประกาศจะอยู่ในอำนาจต่อถึงปี 2568 สร้างความไม่พอใจอย่างหนักให้กับอีกฝ่าย ซึ่งสั่งเนรเทศเอกอัครราชทูตฝรั่งเศส เมื่อปลายเดือนที่แล้ว.

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES