สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเมืองมิวนิก ประเทศเยอรมนี เมื่อวันที่ 20 ก.พ. ว่าประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ผู้นำยูเครน กล่าวต่อที่ประชุมความมั่นคงมิวนิก (เอ็มเอสซี) เมื่อวันเสาร์ ว่าตลอดระยะเวลา 8 ปีที่ผ่านมา ยูเครนอยู่ในสถานะ “รัฐกันชน” กับหนึ่งในประเทศซึ่งมีกองทัพขนาดใหญ่ที่สุดเป็นลำดับต้นของโลก สถานการณ์ในเวลานี้สะท้อนว่า ยูเครนไม่ได้ป้องกันเพียงแผ่นดินของตัวเอง แต่การอยู่ในสถานะดังกล่าว ทำให้ยูเครนกำลังเป็น “ผู้ปกป้องความมั่นคงให้ทั้งยุโรป”

FRANCE 24 English


ทั้งนี้ เซเลนสกีเรียกร้อง ให้องค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (นาโต) เสนอกรอบระยะเวลา “ที่ชัดเจน” ว่ารัฐบาลเคียฟจะสามารถเข้าเป็นสมาชิกนาโตได้เมื่อใด อย่างไรก็ตาม ผู้นำยูเครนยืนยันด้วยว่า ยังคงมุ่งมั่นแสวงหาโอกาส เพื่อจัดการหารือแบบพบหน้า กับประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน เพื่อทำความเข้าใจกับ “ความต้องการแท้จริง” ของผู้นำรัสเซีย และย้ำว่า สิ่งที่ยูเครนต้องการ “มีเพียงสันติภาพ”


ในเวลาเดียวกัน รัฐบาลยูเครนยืนยัน ยังคงสามารถควบคุมสถานการณ์ในภูมิภาคดอนบาส หรือภาคตะวันออกของประเทศ หลังผู้นำกองกำลังใหญ่ในพื้นที่ คือ “สาธารณรัฐประชาชนโดเนตสก์” และ “สาธารณรัฐประชาชนลูฮันสก์” เรียกระดมพลครั้งใหญ่ เนื่องจากการสู้รบในพื้นที่ทวีความรุนแรง พร้อมทั้งปฏิเสธข้อกล่าวหาของรัฐบาลมอสโก ว่ากองทัพยูเครนยิงปืนใหญ่ตกลงในเขตแดนของรัสเซีย.

เครดิตภาพ : REUTERS