เมื่อวันที่ 28 เม.ย. นพ.เจษฎ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา ได้โพสต์ข้อความลงในเพจเฟซบุ๊ก “หมอเจด” ระบุว่า

เมื่อวานผมได้ไปเจอบทความจากเพจ “ตุ๊ดส์review” ที่พูดถึงเศรษฐกิจแย่ ของขายไม่หมด ผู้ผลิตบางรายจึง “ยืดอายุอาหาร” ด้วยการใส่สารกันบูดมากขึ้น แต่ประเด็นวันนี้ไม่ใช่เศรษฐกิจครับ ประเด็นคือ “สารกันบูดที่เราเผลอกินเข้าไปโดยไม่รู้ตัว” นี่แหละที่เป็นอันตรายกับเรา

โดยเคสนี้เขาแค่กินขนมถ้วยฟูกับกาแฟ แล้วไม่นานก็อาเจียน ปวดท้องหนัก ความดันพุ่งเกือบ 300 ต้องเข้าโรงพยาบาล จุดที่น่าสังเกตคือขนมถูกวางทิ้งไว้หลายวันแต่ยังไม่เสีย ดูปกติแต่จริง ๆ อาจไม่ปกติ เคสนี้จึงเป็นอุทาหรณ์ว่า อาหารที่ไม่เสีย ไม่ได้แปลว่าปลอดภัยเสมอไปครับ

1 อาการแบบนี้ ร่างกายกำลังเตือนอะไร?

เวียนหัว ปวดท้อง อาเจียน ความดันพุ่งสูงผิดปกติ เป็นสัญญาณว่าร่างกายอาจได้รับสารบางอย่างเกินกว่าที่รับไหว โดยเฉพาะสารกันบูดบางชนิด เช่น กลุ่มซัลไฟต์ หรือเบนโซเอต อาจกระตุ้นระบบประสาทและหลอดเลือด ทำให้เกิดอาการคลื่นไส้ ปวดท้อง หรือในบางคนอาจทำให้ความดันแปรปรวนได้ ยิ่งถ้าเกิดเร็วหลังจากกิน และอาการรุนแรง ควรรีบพบแพทย์ทันทีครับ

2 ร่างกายเรารับสารกันบูดได้มากแค่ไหนที่ “ไม่อันตราย”

จริง ๆ แล้วสารกันบูด “ไม่ใช่สิ่งต้องห้าม” แต่ต้องอยู่ในปริมาณที่กำหนด โดยทั่วไปหน่วยงานความปลอดภัยอาหารจะกำหนดค่า ADI (ปริมาณที่ร่างกายเรารับได้ต่อวัน) เช่น

เบนโซเอต: ประมาณ 0–5 มก./น้ำหนักตัว 1 กก./วัน

ซัลไฟต์: ประมาณ 0–0.7 มก./น้ำหนักตัว 1 กก./วัน

แต่ปัญหาคือ เราไม่ได้กินแค่จากแหล่งเดียวเท่านั้นนะ ถ้ากินหลายอย่างรวมกัน ก็อาจ “สะสมเกิน” โดยไม่รู้ตัวได้ครับ

3  ในอาหาร ควรใส่สารกันบูดได้แค่ไหน

ตามหลักโภชนาการและกฎหมาย อาหารสามารถใส่สารกันบูดได้ “ในระดับที่จำเป็นเท่านั้น” และต้องไม่เกินค่ามาตรฐานที่กำหนด เช่น

โซเดียมเบนโซเอต ไม่เกินประมาณ 1,000 มก./กก. (0.1%) ในอาหารบางประเภท

โพแทสเซียมซอร์เบต ไม่เกินประมาณ 1,000 มก./กก.

ซัลไฟต์ (เช่น ในผลไม้อบแห้ง) ไม่เกินประมาณ 100–2,000 มก./กก. ขึ้นอยู่กับชนิดอาหาร

ถ้าใส่มากเกินไป อาหารจะ “ดูไม่เสีย” แต่จริง ๆ คือร่างกายเราต้องรับภาระเพิ่ม ซึ่งอาจส่งผลระยะสั้นแบบในเคสนี้ หรือสะสมในระยะยาวได้ โดยเฉพาะถ้ากินจากหลายแหล่งรวมกันในแต่ละวัน

4  วิธีสังเกตอาหารเสี่ยงก่อนกิน

• เก็บไว้นานแต่ “ยังดูใหม่เกินปกติ”

• ไม่มีเชื้อรา ไม่เปลี่ยนสภาพ ทั้งที่ควรจะเสียแล้ว

• สีซีดลงแต่เนื้อยังเด้ง ไม่ยุ่ย

• กลิ่นไม่เปลี่ยน ทั้งที่เก็บนานหลายวัน

• รสชาติผิดปกติ เช่น ขมหรือฝาดเล็ก ๆ

ถ้ามีหลายข้อร่วมกัน แนะนำให้เลี่ยงดีกว่าครับ อย่าเสียดายของ

5  วิธีลดความเสี่ยงจากสารกันบูดในชีวิตประจำวัน

• เลือกกินอาหารสดใหม่ ทำวันต่อวัน

• เลี่ยงอาหารแปรรูปหรือเก็บนานเกินไป

• อ่านฉลาก เลี่ยงผลิตภัณฑ์ที่มีสารกันบูดหลายชนิด

• เก็บอาหารให้ถูกวิธี เพื่อลดความจำเป็นในการใช้สารกันบูด

• ถ้ารสชาติหรือสภาพแปลกไป อย่าฝืนกิน

สรุปให้เข้าใจง่าย ๆ นะครับ สารกันบูดไม่ได้น่ากลัวถ้าใช้ “พอดี” แต่สิ่งที่น่ากังวลคือการได้รับเกินโดยไม่รู้ตัว โดยเฉพาะจากอาหารที่ดูเหมือนปกติ อาการอย่างเวียนหัว ปวดท้อง หรือความดันพุ่ง อาจเป็นสัญญาณเตือนจากร่างกาย จำง่าย ๆ เลยครับ “อาหารที่ไม่เสีย ไม่ได้แปลว่าปลอดภัยเสมอไป” เลือกกินให้สด สังเกตให้เป็น จะช่วยลดความเสี่ยงได้ในระยะยาวครับ