วันที่ 28 เม.ย. 69 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่สวนทุเรียนของนายกระจ่าง พุทธให้ ในพื้นที่ตำบลนาท่ามเหนือ อำเภอเมือง จังหวัดตรัง ซึ่งมีพื้นที่เพาะปลูกกว่า 6 ไร่ และปลูกทุเรียนหลากหลายสายพันธุ์กว่า 10 ชนิด อาทิ หมอนทอง มูซังคิง ก้านยาว และหลงลับแล พบว่าราคาจำหน่ายมีความแตกต่างกันตามคุณภาพและสายพันธุ์ โดยเฉลี่ยอยู่ระหว่าง 120-150 บาทต่อกิโลกรัม ซึ่งเป็นไปตามมาตรฐานการคัดเกรด

นายกระจ่าง เปิดเผยว่า การกำหนดราคาขายแบบเหมารวมลูกละ 100 บาท โดยไม่มีรายละเอียดด้านขนาดหรือคุณภาพ อาจทำให้ผู้บริโภคเลือกซื้อสินค้าที่มีราคาถูกที่สุด ส่งผลกระทบต่อเกษตรกรที่ไม่สามารถแข่งขันด้านราคาได้ ทั้งยังเสี่ยงต่อการขาดทุน เนื่องจากต้นทุนการผลิตในปัจจุบันปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

“หากจะขายลูกละ 100 บาท ต้องระบุให้ชัดว่าขนาดเท่าไร น้ำหนักกี่กิโลกรัม เพราะโดยปกติทุเรียนจะจำหน่ายเป็นกิโลกรัมตามเกรด ไม่ใช่เหมารวมทั้งลูก” นายกระจ่าง กล่าว

นอกจากนี้ เกษตรกรยังต้องเผชิญกับภาระต้นทุนที่เพิ่มขึ้น ทั้งค่าปุ๋ยที่สูงถึงกระสอบละประมาณ 400 บาท ค่าแรงงาน ค่าน้ำ และค่าไฟฟ้า รวมถึงปัญหาภัยแล้งที่ส่งผลต่อผลผลิตโดยตรง

เจ้าของสวนทุเรียนรายดังกล่าว ยังระบุว่า แม้จะมีพ่อค้าคนกลางและห้างสรรพสินค้าเข้ามาติดต่อขอรับซื้อ แต่ยังคงเน้นจำหน่ายให้กับลูกค้าประจำและผู้บริโภคทั่วไปที่สั่งจองล่วงหน้า เพื่อรักษาคุณภาพและความเชื่อมั่นของตลาดเดิม

ทั้งนี้ เกษตรกรเสนอให้ภาครัฐหันมาให้ความสำคัญกับการเปิดตลาดส่งออกใหม่ ๆ และการแก้ไขปัญหาต้นทุนการผลิตที่เพิ่มสูงขึ้น มากกว่าการใช้วิธีประชาสัมพันธ์ผ่านการไลฟ์สดขายสินค้า ซึ่งอาจไม่ตอบโจทย์ความยั่งยืนของภาคการเกษตรในระยะยาว