ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตามที่การรถไฟแห่งประเทศไทย สำรวจแนวเส้นทางโครงการรถไฟทางคู่สายใหม่ “สุพรรณบุรี – นครหลวง – ชุมทางบ้านภาชี จ.พระนครศรีอยุธยา” ระยะทาง 65.5 กม. จะมี 4 สถานี ได้แก่ สถานีสะแกย่างหมู สถานีสุพรรณบุรี (ใหม่) สถานีบ้านกุ่ม และสถานีบางปะหัน คาดว่าจะก่อสร้างในปี 2572-2575 ทำให้ชาวบ้านในพื้นที่ บางอำเภอ บงตำบล บางหมู่บ้าน เริ่มไม่สบายใจและรู้สึกกังวล เนื่องจากจะถูกรถไฟตัดผ่านกลางหมู่บ้าน เช่น ชาวบ้านหมู่ 2 ต.ท่าระหัด อ.เมือง จ.สุพรรณบุรี ได้มีการติดป้ายไวนิลขนาดใหญ่ริมถนนสาย 340 สุพรรณบุรี -บางบัวทอง และอีกหลายจุด โดยระบุว่า” ชาวท่าระหัดไม่เอารถไฟ ผืนดินของเรา อย่าแย่งทำกิน”

นายพิพัฒพล ไพสิฐพชรกุล ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 2 กล่าวว่าในพื้นที่หมู่บ้านของตนทราบจะมีรถไฟตัดผ่านกลางหมู่บ้าน ถ้าเป็นจริง จะทำให้ชาวบ้านกว่า 20 หลังคาเรือนได้รับความเดือดร้อน เพดราะชาสบ้านที่นี้อยู่กันมานานรุ่นสู่รุ่น ไม่อยากที่จะย้ายไปไหน ตนชาวบ้านจึงขอเข้าพบ ดร.อุดม โปร่งฟ้า นายก อบจ.สุพรรณบุรี เพื่อขอความช่วยเหลือหาแนวทางในการช่วยชาวบ้านไม่ให้ทางรถไฟผ่านหมู่บ้าน เพราะชาวบ้านเดือดร้อนมาก บางคนถึงกับร้องไห้ ไม่เป็นอันกินอันนอน

นางวัน (นามสมมุติ) กล่าวว่าตนเครียดมกาทุกวันกลัวไม่มีที่อยู่ ถึงกับนอนไม่หลับ เพราะพวกเราส่วนใหญ่เป็นชาวบ้านที่หาเช้ากินค่ำ อยู่มาตั้งแต่รุ่นปู่ยาตายาย ไม่นึกว่าจะไม่มีที่อยู่ตอนแก่ อยากให้ผู้เกี่ยวข้องช่วยทบทวนหรือหาทางแก้ช่วยเหลือชาวบ้าน ขอความเห็นใจ เพราะชาวบ้านต่างหากินค่ำไม่มีปัญญาจะไปหาที่ใหม่ เราเข้าใจว่ามาสร้างความเจริญ แต่มีผลกระทบกับคนยากคนจน และไม่อยากได้ค่าเวนคืน ขอความเมตตาและเห็นใจด้วย อยากให้ยกเลิก

ด้าน ดร.อุดม โปร่งฟ้า นายก อบจ.สุพรรณบุรี กล่าวว่า รถไฟสายใหม่จะผ่านสุพรรณบุรี ถามนิดก่อนคิดจะทำ ถามชาวบ้านยังว่าเขาอยากได้ไหม จะทำอะไรให้คำนึงถึงชาวบ้านกันให้มากๆนะครับ ว่าเขาได้อะไร มีผลกระทบอะไร บ้าง บ้านเราเป็นพื้นที่เกษตรกรรมเป็นครัวโลก อดีตผู้นำเคยคิดจะทำประเทศเราให้เป็นเมืองอุตสาหกรรม คิดผิดมาแล้ว เพราะนำมลพิษมลภาวะมาให้คน จนปิดปากพูดกันไม่ออก ควันจากโรงงานในนวอุตสาหกรรมต่างๆมากกว่าควัน ที่ชาวนาเผาฟางหลายร้อยพันเท่า แต่ไม่มีใครกล้าพูดกล้าพูดกล้าแก้ไข ปัญหาเรื่องก๊าซไข่เน่า จากโรงงาน ชาวบ้านตาดำๆต้องทนสูดกลิ่น ไม่มีใครมอง ไม่เชื่อลองมาดมที่ อ.ด่านช้าง กับ อ.เดิมบางนางบวช ดู

ถ้าคนที่บริหารประเทศรู้จัก การพัฒนาประเทศโดยดันเอาผลิตผลการเกษตร เป็นตัวนำ สร้างองค์กร กลุ่มเอเปค มาสู้กับกลุ่มโอเปค มาสู้กับกลุ่มอุตสาหกรรม ผมเชื่อว่า เรายอมจนสักปี ไม่ขายข้าวไม่ขายผลิตผลทางกาคเกษตร ให้ต่างชาติ จะขายต้องได้ราคาดี เพราะอดอาหารไม่กี่วันก็ตาย สินค้าประเภทฟุ่มเฟือย ไม่ใช้ก็ไม่ตาย ลองไม่ใช้ดูสักปี เหมือนช่วงโควิดที่ทุกอย่างหยุดหมด อย่างไงบ้านเราก็มีข้าว มีผลไม้ มีเนื้อ มีปลา มีเกลือกิน ให้พวกประเทศอุตสาหกรรม กินน้ำมันกินรถ ไปดูสิจะอยู่ได้กี่วัน ฝากให้คนมีอำนาจคิดจะทำอะไรคิดเยอะๆลองคิดสนับสนุนภาคการเกษตรของเราแบบสุดหลิ่ม สุดเดชผลิตผลการเกษตรขายได้ราคา ให้น้ำมันลิตรล่ะ สองร้อยบาท ชาวบ้านก็จะไม่บ่นครับเชื่อผม ต่อไปนี้ผมจะยืนเคียงข้างพี่น้องผม สุพรรณบุรีจะต้องกลับมาเหมือนเดิมเป็นเมืองน่าอยู่ ครับ