สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากนครนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 24 ก.พ. ว่าสมัชชาสหประชาชาติ (ยูเอ็นจีเอ) ประชุมวาระพิเศษเกี่ยวกับสถานการณ์ในยูเครน เมื่อวันพุธ แม้มติของยูเอ็นจีเอไม่มีผลผูกพันในทางกฎหมายระหว่างประเทศ แต่อย่างน้อยการที่ผู้แทนนานาชาติมีโอกาสแสดงความเห็น น่าจะช่วยเพิ่มแรงกระเพื่อมในทางการทูต โดยนายอันโตนิโอ กูเตร์เรส เลขาธิการสหประชาชาติ (ยูเอ็น) เรียกร้องการหยุดยิงระหว่างคู่กรณีทุกฝ่าย และการกลับมาเจรจา


ขณะที่นายดมิโทร คูเลบา รมว.การต่างประเทศยูเครน กล่าวว่า วิกฤติการณ์ครั้งนี้จะส่งผลกระทบกับทุกประเทศไม่ว่าในทางใดทางหนึ่ง หากรัสเซีย “ทำให้สถานการณ์เลวร้ายลงไปอีก” และเรียกร้องการยกระดับมาตรการกดดันทางการทูตต่อรัฐบาลมอสโกร่วมกัน

นายวาซิลี เนเบนเซีย เอกอัครราชทูตรัสเซียประจำสหประชาชาติ


ด้านนายวาซิลี เนเบนเซีย เอกอัครราชทูตรัสเซียประจำยูเอ็น กล่าวว่า รัฐบาลมอสโกไม่อาจเพิกเฉยต่อชะตากรรมของประชาชน 4 ล้านคนในภูมิภาคดอนบาส ซึ่งส่วนใหญ่ถือสัญชาติรัสเซียและสื่อสารด้วยภาษารัสเซีย จากการต้องตกเป็นเหยื่อของ “การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์” และ “การละเมิดสิทธิมนุษยชน”


อย่างไรก็ตาม เลขาธิการยูเอ็นมองว่า ทหารรัสเซียที่เดินหน้าเข้าสู่ภูมิภาคดอนบาส ไม่ได้ปฏิบัติภารกิจ “เพื่อรักษาสันติภาพ” และนางลินดา โธมัส-กรีนฟิลด์ เอกอัครราชทูตสหรัฐประจำสหประชาชาติ กล่าวว่า ภารกิจรักษาสันติภาพของรัสเซียในภูมิภาคดอนบาส “ไร้สาระ”


ส่วนนายจาง จวิน เอกอัครราชทูตจีนประจำสหประชาชาติ กล่าวว่า รัฐบาลปักกิ่งสนับสนุนการปกป้องอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของทุกประเทศและดินแดนบนโลก ภายใต้แนวทางของกฎบัตรยูเอ็น พร้อมทั้งเรียกร้องการเจรจาระหว่างคู่กรณีทุกฝ่ายเช่นกัน.

เครดิตภาพ : REUTERS