ทีมนักโบราณคดีชาวฝรั่งเศสและชาวจอร์แดนค้นพบแหล่งโบราณคดีแห่งใหม่ในเขตประเทศจอร์แดน แหล่งขุดค้นแห่งนี้ตั้งอยู่กลางทะเลทรายที่รกร้าง ทางทีมสันนิษฐานว่าเป็นแหล่งโบราณคดีในยุคหินใหม่ ซึ่งมีอายุราว 7,000 ปีก่อนคริสตกาล โดยมีโครงสร้างของสถานที่ที่แสดงให้เห็นว่าเริ่มมีการรวมกลุ่มของมนุษย์เพื่อล่าตัวกาแซลล์ (สัตว์ประเภทกีบคู่ที่คล้ายกวาง แต่ส่วนเขาคล้ายสัตว์จำพวกแพะ) ในยุคที่เร็วกว่าแนวทางสันนิษฐานดั้งเดิม
นอกจากนี้ ทีมโบราณคดียังพบศิลปวัตถุมากกว่า 250 ชิ้น ในแหล่งขุดค้นดังกล่าว ซึ่งมีทั้งรูปแกะสลักขนาดเล็กที่เป็นรูปสัตว์ ซึ่งเชื่อว่าน่าจะใช้ในการทำพิธีปลุกพลังเหนือธรรมชาติ ตามความเชื่อว่าจะทำให้ล่าสัตว์ได้ดียิ่งขึ้น และรูปสลักอื่น ๆ
ศิลปวัตถุชิ้นสำคัญ 2 ชิ้นที่ขุดพบ ได้แก่ หินที่สลักเป็นใบหน้าคน และถือว่าเป็นศิลปวัตถุชิ้นที่เก่าที่เก่าแก่ที่สุดเท่าที่เคยค้นพบในดินแดนตะวันออกกลาง

แหล่งโบราณคดีดังกล่าว ซึ่งมีร่องรอยการล่าสัตว์จำนวนมากและการทำพิธีกรรมที่ซับซ้อน ยังจัดว่าเป็นแหล่งขุดค้นที่โดดเด่น ไม่เหมือนใคร และยากจะหาแหล่งโบราณคดีอื่นที่เป็นยุคหินด้วยกันมาเทียบได้
ผู้เชี่ยวชาญยังค้นพบกำแพงหินที่เชื่อมต่อกันและมีความยาวหลายกิโลเมตร ซึ่งใช้สำหรับดักจับและไล่ต้อนตัวกาแซลล์ไปยังพื้นที่ปิดที่ทำให้สามารถล่าสัตว์เหล่านี้ได้ง่ายขึ้น
แม้ว่าโครงสร้างรูปแบบนี้ซึ่งมีชื่อเรียกว่า ‘Desert kite’ จะสามารถพบเห็นได้ในบริเวณอื่น ๆ ของดินแดนตะวันออกกลางและเอเชียตะวันตกเฉียงใต้ แต่คาดว่าสถานที่ดักสัตว์ที่ค้นพบในครั้งนี้ น่าจะมีอายุเก่าแก่ที่สุด มีสภาพสมบูรณ์ที่สุด และใหญ่ที่สุด อีกทั้งเป็นหลักฐานสำคัญว่ามนุษย์รู้จักวางแผนล่าอย่างซับซ้อน เพื่อจับสัตว์เป็นจำนวนมากมานานกว่าที่เคยสันนิษฐานกันไว้
โครงสร้างของที่พักอาศัยที่คล้ายกระท่อมในแหล่งขุดค้นแห่งนี้อยู่ในลักษณะของการกระจายเป็นวงรอบ แล้วยังมีซากตัวกาแซลล์หลงเหลืออยู่จำนวนมาก แสดงว่าคนในชุมชนแห่งนี้ไม่เพียงรู้จักการล่าสัตว์ แต่ยังรู้จักการแลกเปลี่ยนสิ่งของในหมู่เพื่อนบ้านด้วยกัน
รัฐมนตรีนาเยฟ อัล ฟาเยซ แห่งกระทรวงท่องเที่ยวจอร์แดนกล่าวว่า การค้นพบครั้งนี้จะช่วยเพิ่มความโดดเด่นให้แก่แหล่งโบราณคดีที่จอร์แดนมีอยู่เดิม ได้แก่ นครโบราณเพตรา เมืองโรมันโบราณในเจราช และกลุ่มปราสาทจากยุคกลาง
เครดิตภาพ : Reuters



