ความคืบหน้า เดลีโฟกัส ตามเกาะติดการบุกรุกพื้นที่ป่าและการออกเอกสารสิทธิ น.ส.3 ก. โดยมิชอบ บนเขาปากเตรียม อ.สุขสำราญ จ.ระนอง กระทั่งกรมป่าไม้แจ้งความดำเนินคดีที่ บช.ก. เอาผิดผู้เกี่ยวข้องทั้งนายทุนและเจ้าหน้าที่รัฐนอกรีต พร้อมเร่งดำเนินการเพิกถอน น.ส.3 ก. ที่ทับซ้อนผืนป่า โดยเชื่อว่าเป้าหมายของกลุ่มทุนคือการเร่งตัดไม้ใหญ่มีค่าทำลายสภาพป่าอันอุดมสมบูรณ์ เพื่อหวังพัฒนาอสังหาริมทรัพย์รองรับโครงการเมกะโปรเจกต์ “แลนด์บริดจ์” ล่าสุดกรมป่าไม้สนธิกำลังหลายหน่วย เร่งขนย้ายไม้ซุงของกลางและรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อแจ้งความเอาผิดตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

เกี่ยวกับเรื่องนี้ เมื่อวันที่ 4 พ.ค. พ.ต.อ.อภิสัณฐ์ ไชยรัตน์ ผกก.5 บก.ปทส. ในฐานะพนักงานสอบสวน เปิดเผยความคืบหน้าการสืบสวนสอบสวนหาตัวกลุ่มผู้กระทำผิดบุกรุกทำไม้บนเขาปากเตรียม ว่า พนักงานสอบสวนได้สอบปากคำพยานบุคคล ทั้งพยานแวดล้อม พยานประจักษ์ และรวบรวมพยานเอกสารเสร็จเรียบร้อยแล้ว โดยจากการวิเคราะห์ข้อมูลพบพยานหลักฐานเชื่อมโยง “กลุ่มผู้ก่อเหตุ” ทั้งการบุกรุกพื้นที่ป่าและการตัดไม้ในพื้นที่เกิดเหตุ ซึ่งเจ้าหน้าที่ป่าไม้อายัดไว้จำนวน 19 จุด มีความเชื่อมโยงสอดคล้องกัน เป็นการกระทำของกลุ่มบุคคลเดียวกันทั้งหมด ขณะนี้มีเพียงผู้มาแสดงตนเป็นเจ้าของไม้และนำชี้ตอเพียง 1 จุด ส่วนที่เหลือยังไม่มีผู้ใดมาแสดงตัวกับพนักงานสอบสวน

พ.ต.อ.อภิสัณฐ์ กล่าวต่อว่า ภายหลังรับมอบพิกัดแปลงจากชุดพยัคฆ์ไพร พนักงานสอบสวนจะเรียกเจ้าของและผู้ครอบครอง น.ส.3 ก. มาสอบปากคำในสำนวน ซึ่งถือเป็นการสอบพยานครั้งสุดท้าย ก่อนประชุมคณะพนักงานสอบสวนว่าจะดำเนินคดีแบบรวมแปลงหรือแยกแปลงตามแต่ละคดี โดยจากการรวบรวมพยานหลักฐานและการวิเคราะห์ พบว่าเป็นการกระทำในลักษณะกระบวนการเดียวกันทั้งหมด หากที่ประชุมมีมติแล้ว จะสามารถออกหมายจับผู้ต้องหาได้พร้อมกันทั้งชุด

“ทั้งนี้ ต้องรอเอกสารยืนยันพิกัดแปลงจากชุดพยัคฆ์ไพร ซึ่งกำลังเร่งดำเนินการและทยอยส่งให้พนักงานสอบสวนอย่างต่อเนื่อง คาดว่าไม่นานจะรวบรวมหลักฐานครบเพื่อขออนุมัติออกหมายจับได้” พ.ต.อ.อภิสัณฐ์ กล่าว

ขณะเดียวกัน การเคลื่อนย้ายไม้ซุงของกลางลงจากเขาปากเตรียม ตามมาตรา 69 พ.ร.บ.ป่าไม้ ไปเก็บรักษาที่สนามหน้าที่ว่าการอำเภอสุขสำราญ พบว่าการขนย้ายเป็นไปอย่างรวดเร็ว หลังได้รับความร่วมมือจากภาคเอกชนสนับสนุนเครื่องจักรกล รถแบ๊กโฮ และรถบรรทุกสิบล้อ โดยมีกำลังตำรวจ สภ.สุขสำราญ ดูแลความปลอดภัยและอำนวยความสะดวก จนสามารถขนย้ายไม้ซุงลงมาแล้วกว่า 300 ท่อน หรือกว่า 60% ของทั้งหมด หากดำเนินการขนย้ายลอตแรกแล้วเสร็จ หน่วยพยัคฆ์ไพรจะร่วมกับเจ้าหน้าที่ป่าไม้ สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 11 สุราษฎร์ธานี เข้าตรวจยึดไม้ลอตที่สอง พร้อมปิดกั้นพื้นที่ห้ามผู้ไม่เกี่ยวข้องเข้า

อย่างไรก็ตาม ทีมข่าวเฉพาะกิจส่วนกลาง รายงานด้วยว่า แนวทางการสืบสวนของเจ้าหน้าที่ยังพบข้อมูล “กลุ่มนายทุน”ที่เข้ามากว้านซื้อ น.ส.3 ก. ในพื้นที่เขาปากเตรียม มีหลักฐานยืนยันได้ว่า มีการวางแผนดำเนินการ 3 ระดับ คือ 1. ตัดไม้ ที่มีมูลค่าทางเศรษฐกิจ เพื่อทำให้สิ้นสภาพความเป็นป่า 2.เมื่อโครงการพัฒนาระบบขนส่ง แลนด์บริดจ์ ผ่านความเห็นชอบสภาและต้องดำเนินการถมทะเลเพื่อสร้างถ้าเทียบเรือ ก็จะขายดินและหินบนภูเขา มีสภาพเหมาะสมกับการถมทะเล ในส่วนนี้การสืบสวนของตำรวจ พบความเชื่อมโยงถึงกลุ่มผู้รับเหมาบรรทุกดินสามารถเข้าดำเนินการได้ทันที และ 3.โครงการแลนด์บริดจ์ ไฟเขียวให้ต่างชาติเช่าที่ดินและมีอำนาจจัดการที่ดินได้ 99 ปี กลุ่มนายทุนก็อาจจะนำที่ดินบริเวณดังกล่าวให้ต่างชาติเช่าได้วิเคราะห์ค้นหา “แร่แรร์เอิร์ธ”(แร่ธาตุหายาก) เนื่องจาก ข้อมูลกรมทรัพยากรธรณี พบว่า ในพื้นที่ภาคใต้ 4 จังหวัด คือ ชุมพร, ระนอง,พังงา และสุราษฏร์ธานี ถือเป็นพื้นที่ศักยภาพของแหล่งแร่ธาตุหายาก กระจายอยู่ด้วย.