“มองไกล เห็นใกล้” หากพูดถึงอาชญากรรมออนไลน์ หลายคนให้ความสนใจพุ่งเป้าไปที่ “แก๊งคอลเซ็นเตอร์ ธุรกิจแชร์ลูกโซ่” ที่กำลังเล่นงานคนไทยไม่หยุดหย่อน แต่กลับมองข้ามองค์ประกอบสำคัญ อย่าง “บัญชีม้า” ซึ่งเป็นฟันเฟืองขับเคลื่อนให้อาชญากรรมเดินหน้า
เป็นที่ทราบกันดี “บัญชีม้า” ที่ว่า คือ คนที่รับจ้างเปิดบัญชีธนาคาร แล้วนำไปขายต่อให้กลุ่มผู้ที่ทำธุรกิจผิดกฎหมาย หรือ มิจฉาชีพ นำไปใช้ทำธุรกรรมทางการเงิน เพื่อให้ยากต่อการตรวจสอบ
ความน่าสนใจอยู่ตรงที่จากเดิม มิจฉาชีพเคยตระเวนรับซื้อ หรือจ้างชาวบ้าน ตาสีตาสา ให้เปิดบัญชีในราคา 800-1,200 บาท โดยไม่รู้ว่าจะถูกนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์ใด และจะเกิดผลอะไรตามมาในภายหลัง แต่ปัจจุบันกลับพบทำเป็นเครือข่าย และ เป็นกิจลักษณะมากขึ้น โพสต์ประกาศรับซื้อขายกลายเป็นสินค้าเกลื่อนตลาดออนไลน์ ใครใคร่ค้า ค้า ใครใคร่ซื้อ ซื้อ ประหนึ่งเป็นเรื่องปกติ
สนนราคาซื้อขายบัญชี ปัจจุบันมีตั้งแต่ 2,000 ถึง 10,000 บาท ขึ้นอยู่กับประเภทและแพ็กเกจที่ได้รับ เช่น คนเดียวเปิดหลายบัญชี ต่างธนาคาร พ่วงรหัสโมบายแบงก์กิ้ง พร้อมซิมโทรศัพท์ อยู่ที่ราว 6,000–10,000 บาท ลูกค้าหลักที่ต้องการส่วนใหญ่จะเป็นแก๊งคอลเซ็นเตอร์ และ เครือข่ายเว็บพนันออนไลน์
แน่นอนว่า การเติบโตของวงการบัญชีม้า ส่งผลโดยตรงต่อปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ เพราะมันเป็นองค์ประกอบสำคัญ หรือ สารตั้งต้น ที่ทำให้ขบวนการ “คงกระพัน” และเพิ่มจำนวนขึ้น
จากปัญหาที่ว่ามายังมีอีกข้อกังวลคือ สถิติการจับกุมที่ผ่านมาพบว่า ม้ารับจ้างเปิดบัญชี บางคนเคยถูกจับดำเนินคดีฉ้อโกงออนไลน์ เหตุเพราะเป็นเจ้าของบัญชี แต่หลังพ้นโทษก็ยังคงหวนกลับมาทำซ้ำ ทั้งที่รู้เต็มอกว่ามีโอกาสติดคุกอีกรอบ
ซ้ำร้าย…จากข้อมูลบัญชีที่เจ้าหน้าที่ตรวจยึดได้ พบมีจำนวนไม่น้อยที่ผู้เปิดบัญชีธนาคาร เป็นเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี
ดังนั้น หากต้องการจะปราบอาชญากรรมออนไลน์เหล่านี้ให้สิ้นซาก อย่างน้อย ๆ ก็ควรจะเร่งปราบปรามขบวนการซื้อขายบัญชีม้าควบคู่ไปด้วย
สิ่งสำคัญที่ควรทำนับจากนี้คือ การเร่งให้ความรู้ความเข้าใจแก่เจ้าของบัญชี โดยเฉพาะกลุ่มวัยรุ่นและชาวบ้านต่างจังหวัด ถึงโทษทัณฑ์ที่อาจจะได้รับ หากยอมให้บุคคลอื่นนำบัญชีธนาคารตนเองไปใช้ในทางที่ผิดกฎหมาย เพราะมันไม่คุ้มที่จะเอาอนาคตมาแลกกับเงินไม่กี่พันบาท
หลง หลังลาย



