สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงเคียฟ ประเทศยูเครน เมื่อวันที่ 26 ก.พ. ว่า นายเซอร์กี นิกิโฟรอฟ โฆษกรัฐบาลยูเครน ยืนยันว่า รัฐบาลเคียฟพร้อมและยินดีเจรจากับรัฐบาลมอสโก “ทุกเมื่อ” ทั้งในเรื่องของการหยุดยิงและ “สถานะเป็นกลางทางทหาร” ของยูเครน โดยทั้งสองประเทศกำลังพิจารณากำหนดการและสถานที่จัดการหารือร่วมกัน

ทหารยูเครนยืนรักษาการณ์ ใกลักับยานยนต์หุ้มเกราะคันหนึ่ง ซึ่งถูกทำลายจนพังพาบ ที่เมืองคาร์คอฟ ทางตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศ


เดิมที รัฐบาลมอสโกเสนอกรุงมินสก์ เมืองหลวงของเบลารุส ในขณะที่ยูเครนขอให้เป็นกรุงวอร์ซอ เมืองหลวงของโปแลนด์ แต่ต่างฝ่ายต่างยังไม่ยอมรับกับสถานที่ซึ่งอีกฝ่ายเสนอมา หลังจากนั้น มีรายงานว่า รัฐบาลเคียฟขอความช่วยเหลือจากอิสราเอล ให้ทำหน้าที่คนกลาง โดยใช้กรุงเทลอาวีฟเป็นสถานที่จัดการเจรจา จนถึงขณะนี้ อิสราเอลยังไม่มีปฏิกิริยาอย่างเป็นทางการ

ประชาชนเดินผ่านอาคารในกรุงเคียฟ ซึ่งได้รับความเสียหายอย่างหนักจากแรงระเบิด


ในอีกด้านหนึ่ง นายเน็ด ไพรซ์ โฆษกกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ กล่าวว่า รัสเซียยังคงดำเนินนโยบายการทูตแบบที่เรียกว่า “จากปลายกระบอกปืน” ดังนั้น ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ต้องสั่งให้ทหารของรัสเซีย “เป็นฝ่ายวางอาวุธก่อน” เพื่อแสดงความจริงใจว่าต้องการเจรจา อย่างไรก็ตาม นายเซอร์เก ลาฟรอฟ รมว.การต่างประเทศรัสเซีย กล่าวว่า รัฐบาลมอสโกพร้อมและยินดีเจรจากับรัฐบาลเคียฟ แต่กองทัพยูเครน “ต้องปลดอาวุธก่อน”

ครอบครัวชาวยูเครนหลบภัย ณ สถานที่แห่งหนึ่ง ในกรุงเคียฟ


ด้านประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ถ่ายคลิปตัวเองยืนอยู่บนถนนสายหนึ่งในกรุงเคียฟ เพื่อยืนยันว่า “ยังอยู่ที่นี่” และ “พร้อมปกป้องมาตุภูมิ” ร่วมกับชาวยูเครน ในเวลาเดียวกัน กระทรวงกลาโหมของยูเครนเผยแพร่วิธีทำระเบิดมือให้แก่ประชาชน เพื่อใช้รับมือและตอบสนองกับการรุกคืบของทหารรัสเซีย ขณะที่ประชาชนจำนวนมากย้ายออกไปอาศัยตามสถานที่หลบภัยชั่วคราว ซึ่งส่วนใหญ่คือสถานีรถไฟใต้ดิน และมีอีกจำนวนไม่น้อยที่เลือกเดินทางออกจากกรุงเคียฟไปยังเมืองอื่น.

เครดิตภาพ : REUTERS