สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงกาฐมาณฑุ ประเทศเนปาล เมื่อวันที่ 26 ก.พ. ว่าสภาผู้แทนราษฎรของเนปาลมีมติเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา เลื่อนการอภิปรายและการลงมติเกี่ยวกับ ความช่วยเหลือมูลค่า 500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 16,230 ล้านบาท) จากรัฐบาลวอชิงตัน “ออกไปก่อนอย่างไม่มีกำหนด” เนื่องจากการประท้วงต่อต้านอย่างหนักของประชาชน ซึ่งยืดเยื้อตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้ว
ทั้งนี้ วงเงินดังกล่าวเป็นไปตามการลงนามระหว่างรัฐบาลเนปาล ร่วมกับ องค์กรมิลเลนเนียมแชลเลนจ์ (The Millennium Challenge Corporation) หรือ “เอ็มซีซี” ซึ่งเป็นหน่วยงานอิสระของรัฐบาลวอชิงตัน เมื่อปี 2560 เพื่อสนับสนุนการปรับปรุงถนนและเสาส่งกระแสไฟฟ้า เป็นระยะทาง 300 กิโลเมตร ในพื้นที่ห่างไกลของเนปาล

ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา รัฐบาลเนปาลยืนยันว่า เงินช่วยเหลือทั้งหมด “คือของขวัญ” หรือ “เป็นเงินให้เปล่า” ที่จะเป็นประโยชน์กับประชาชน โดยเฉพาะการสร้างงานใหม่ อย่างไรก็ตาม ฝ่ายค้านของเนปาลและพรรคร่วมรัฐบาลหลายพรรคมองว่า ความร่วมมือที่ว่านี้ “อยู่เหนือกฎหมาย” และจะเป็นการทำให้เนปาล “สูญเสียอำนาจอธิปไตย” เนื่องจากเมื่อวิเคราะห์อย่างละเอียดแล้ว พบว่าหน่วยงานรัฐของเนปาล “มีบทบาทน้อยมาก” กับการดำเนินงานและการตรวจสอบโครงการทั้งหมด
ขณะที่พรรคการเมืองสายสนับสนุนอดีตกบฏเหมาอิสต์และพรรคคอมมิวนิสต์เนปาล วิจารณ์ด้วยว่า อาจเป็น “เจตนาซ่อนเร้น” ของสหรัฐ ในการนำชิ้นส่วนทางทหารเข้ามาติดตั้ง เนื่องจากเนปาลมีพรมแดนติดกับจีน ด้านสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐประจำกรุงกาฐมาณฑุ ออกแถลงการณ์ ยืนยัน “ความบริสุทธิ์ใจ”.
เครดิตภาพ : REUTERS



