เมื่อวันที่ 27 ก.พ. นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย (พท.) ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) กล่าวถึงการเปิดประชุมสภาฯสมัยหน้าตั้งแต่วันที่ 22 พ.ค. 65 ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและรมว.กลาโหม จะอยู่ในภาวะเสี่ยงสูงจากปัจจัยหลายเรื่อง เมื่อเปิดสภาฯสมัยหน้า มีความเสี่ยง ทั้งเรื่องที่ฝ่ายค้านจะยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกฯและคณะรัฐมนตรี (ครม.) ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 151 เรื่องการพิจารณางบประมาณ เรื่องวาระการดำรงตำแหน่ง 8 ปีนายกฯ เรื่องที่ ส.ส.ออกไปจากพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) 21 คน ขณะที่พรรคร่วมรัฐบาลก็เริ่มต่อรองกันสูง แต่ละเรื่องระอุทั้งนั้น ช่วงนี้ก็เริ่มมีการต่อรองกันแล้วถ้าไม่ได้อย่างนั้นอย่างนี้ อาจจะถอนตัวจากพรรคร่วมรัฐบาล เริ่มบีบไข่กันแล้ว ตั้งแต่สมัยประชุมหน้า เรื่องที่จะต้องใช้เสียงโหวตตึงเครียดทั้งนั้น พล.อ.ประยุทธ์ มีสิทธิทั้งอยู่ได้และอยู่ไม่ได้ตลอดเวลา ปัจจัยที่จะทำให้ รัฐบาลหลับกลางอากาศมีพร้อม
เมื่อถามว่า ฝ่ายรัฐบาลก็มั่นใจ นายอนุทิน หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ยืนยันมี 260 เสียงอยู่ในมือ นายสุทินกล่าวว่า 260 เสียง มองให้ดีเป็น 260 เสียง ค้ำรัฐบาลหรือเอาไว้ขู่รัฐบาล มองมุมหนึ่ง อาจทำให้เขาอยู่ร่วมกันได้ เพราะมีเสียงช่วยกันเยอะ แต่ถ้าเขาไม่ช่วยล่ะ ส่วนตัวมอง 260 เสียง คงหวังขู่นายกฯมากกว่า อย่าไปหลงที่เขายกตัวเลข 260 ถ้าเขายกมือให้ก็อยู่ได้ แต่ถ้าไม่ยกมือให้ ก็มีสิทธิไปได้เหมือนกัน ในวันนี้ พรรคภูมิใจไทย มีความพร้อมทุกด้าน ถ้าคู่ต่อสู้อ่อนแอเมื่อไหร่ อะไรก็เป็นไปได้ทั้งนั้น
“ที่อ้างว่า 260 เสียง แม้ไม่นับรวม ส.ส.รัฐบาลที่แยกตัวออกไป แต่ได้รวมกันไว้หมดทั้งฝ่ายรัฐบาลที่เหลือและงูเห่าในฝ่ายค้านด้วย แต่ยิ่งในสถานการณ์ใกล้เลือกตั้ง งูเห่าก็กลัวเหมือนกันถ้าเกิดแป้กหล่ะ งูเห่าอาจไม่กล้าแผลงฤทธิ์ ดังนั้น 260 เสียง ผมคิดว่า คงไม่น่ามีเสียงถึงขนาดนั้นจริงๆ แต่ 260 เสียง คงเอาไว้ขู่ฝ่ายรัฐบาลมากกว่า สมัยประชุมหน้า พรรคร่วมฝ่ายค้านจะยื่นญัตติตามรัฐธรรมนูญมาตรา 151 ขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลแน่นอน แต่จะยื่นช่วงเวลาใด คงต้องไปหารือร่วมกับพรรคร่วมฝ่ายค้านอีกครั้ง เพราะยังมีเรื่องสำคัญที่ยังไม่ได้อภิปรายครั้งที่ผ่านมา การอภิปรายตามรัฐธรรมนูญมาตรา 152 ไม่เหมือนกับ การอภิปรายตามมาตรา 151 ที่เป็นข้อกล่าวหารุนแรง ที่ฝ่ายค้านมีข้อมูลที่เก็บไว้ รออภิปรายในสมัยประชุมหน้า” นายสุทิน กล่าว
เมื่อถามอีกว่า คิดว่าจะมีการล้มรัฐบาลกลางสภาฯ เหมือนช่วงปี 64 อีกหรือไม่ นายสุทิน กล่าวว่า ความคิดที่จะหักกันกลางสภาฯ เคยเกิดขึ้นมาแล้ว เพียงแต่ครั้งที่แล้ว จ่อไว้แล้ว เปรียบเหมือนกระสุนอยู่ในรังเพลิง จ่อเอาไว้แล้ว เพียงแต่กดสับ ไม่สำเร็จ แป้กเสียก่อน มาครั้งนี้กระสุน บรรจุในรังเพลิงเหมือนเดิม เพียงแต่จะกดสับหรือไม่กด เงื่อนไขที่จะทำให้รัฐบาลล้มมีทั้งปัจจัยจากเสี่ยหนู พรรค ภท. จากพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) และเสี่ยป้อม วันนี้นายกฯเหมือนถูกขี่ ถูกบีบจากรอบทิศทาง.



