สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม เมื่อวันที่ 28 ก.พ. ว่านายเยนส์ สโตลเทนเบิร์ก เลขาธิการองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (นาโต) กล่าวถึงการที่ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน สั่งการให้ “กองกำลังป้องปราม” ของกองทัพรัสเซีย ซึ่งมีหน่วยรบนิวเคลียร์รวมอยู่ด้วย “เตรียมความพร้อมระดับสูงสุด” ว่า “เป็นการใช้วาทกรรมที่อันตราย” “ก้าวร้าว” และ “ปราศจากความรับผิดชอบ”
President Putin has put Russian nuclear deterrence forces on high alert, blaming "illegal sanctions" and "aggressive statements" against Russia.
— DW News (@dwnews) February 27, 2022
NATO chief Jens Stoltenberg has labeled the move "dangerous" and "irresponsible." pic.twitter.com/Bt24iVo5rj
ขณะเดียวกัน เมื่อประเมินคำกล่าวของผู้นำรัสเซีย ร่วมกับสถานการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นในยูเครน ยิ่งเพิ่มความตึงเครียดให้กับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง และจึงเป็นเหตุผล ว่าเพราะเหตุใด นาโตจึงต้องเดินหน้ามอบความสนับสนุนให้แก่ยูเครน
ด้านนางเจน ซากี โฆษกหญิงทำเนียบขาว กล่าวเสริมว่า รัฐบาลวอชิงตันพร้อมยกระดับมาตรการคว่ำบาตรต่อรัสเซียอีก ให้ขยายไปถึงอุตสาหกรรมพลังงาน เพื่อเพิ่มแรงกดดันทางเศรษฐกิจให้แก่รัฐบาลมอสโก
“This is not a time to stand on the sidelines. This is a time to be vocal and condemn the actions of President Putin and Russia invading a sovereign country,” White House press secretary Jen Psaki said Sunday https://t.co/0HCpo5vODr
— The Daily Beast (@thedailybeast) February 27, 2022
นอกจากนี้ เธอเรียกร้องไปยังรัฐบาลปักกิ่งของประธานาธิบดีสี จิ้นผิง “ให้ร่วมแสดงจุดยืนที่ชัดเจน” ด้วยการ “มีแถลงการณ์ประณามรัสเซียอย่างเป็นทางการ”
อย่างไรก็ตาม นางหวัง อี้ มนตรีแห่งรัฐ และรมว.การต่างประเทศจีน กล่าวเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ว่ารัฐบาลปักกิ่งเคารพอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของทุกประเทศบนโลก รวมถึงยูเครน แต่ความวิตกกังวลของรัสเซีย เกี่ยวกับการขยายอิทธิพลทางตะวันออกของนาโต เป็นเรื่องที่คู่กรณีทั้งหมดต้องหารือและแก้ไขกันด้วยความเหมาะสม.
เครดิตภาพ : REUTERS



