สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงมอสโก ประเทศรัสเซีย เมื่อวันที่ 1 มี.ค. ว่านายดมิทรี เปสคอฟ โฆษกทำเนียบเครมลิน แถลงเมื่อวันอังคาร เกี่ยวกับปฏิบัติการทางทหารของกองทัพรัสเซียในยูเครน ซึ่งเปิดฉากเมื่อวันที่ 24 ก.พ. ที่ผ่านมา ปฏิเสธมีการทำลายระบบโครงสร้างพื้นฐาน และสาธารณูปโภค ตลอดจนทรัพย์สินของพลเรือนยูเครน กระแสข่าวทั้งหมดที่ออกมาเป็นเรื่องของ “กองกำลังชาตินิยม” ซึ่งใช้พลเรือนเป็นโล่มนุษย์


เกี่ยวกับการที่เอกอัครราชทูตยูเครนประจำสหรัฐ กล่าวหากองทัพรัสเซียใช้ระเบิดสุญญากาศ เปสคอฟกล่าวว่า “เป็นเรื่องโกหก” และประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน กำลังหารืออย่างละเอียดกับกองทัพ เพื่อประเมินความสูญเสียของรัสเซียจากปฏิบัติการครั้งนี้


ทั้งนี้ ผู้นำรัสเซียยังคงถือว่า ประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี “คือผู้นำที่ชอบธรรม” ของยูเครน อย่างไรก็ตาม จนถึงขณะที่ ปูตินยังไม่มีแผนพบหารือโดยตรงกับเซเลนสกี ส่วนการเจรจาระหว่างทั้งสองประเทศนั้น “จะยังคงเป็นการพูดคุยกันโดยตรงเท่านั้น”


ขณะที่นายเซอร์เก ลาฟรอฟ รมว.การต่างประเทศรัสเซีย กล่าวต่อที่ประชุมด้านการปลอดอาวุธของสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ที่เมืองเจนีวาของสวิตเซอร์แลนด์ โดยเป็นการบันทึกเทปไว้ล่วงหน้าว่า การให้ประเทศซึ่งเป็นอดีตสมาชิกของสหภาพโซเวียตเป็นที่ตั้งของฐานทัพตะวันตก เป็นเรื่องที่รัฐบาลมอสโกไม่สามารถยอมรับได้

เช่นเดียวกัน รัสเซียไม่เคยเห็นด้วย กับการที่ประเทศในยุโรปบางแห่งเป็นสถานที่เก็บหัวรบนิวเคลียร์ของสหรัฐ และ “ถึงเวลาแล้ว” ที่รัฐบาลวอชิงตันต้องนำอาวุธเหล่านั้นกลับไป


ในส่วนของยูเครนซึ่งเคยเป็นส่วนหนึ่งของสหภาพโซเวียตนั้น รัฐบาลเคียฟและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในยูเครน ยังคงมีเทคโนโลยีนิวเคลียร์สมัยสหภาพโซเวียต ดังนั้นจึงถือเป็น “อันตราย” และรัสเซีย “ต้องหยุดยั้งอันตรายนี้”.

เครดิตภาพ : REUTERS