สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 11 มี.ค. ว่า นางอาฟริล เฮย์นส ผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ (ดีเอ็นไอ) กล่าวต่อที่ประชุมคณะกรรมาธิการข่าวกรองของวุฒิสหรัฐ เมื่อวันพฤหัสบดี ยอมรับว่า ในยูเครนมีห้องปฏิบัติการทางชีวภาพจริง “แต่มีประมาณ 10 กว่าแห่งเท่านั้น” และรัฐบาลวอชิงตัน “เคยมอบความช่วยเหลือ” แต่อยู่ในขอบข่ายของ “ความปลอดภัยทางชีวภาพ” ไม่ใช่การสนับสนุนให้ยูเครนมีอาวุธชีวภาพและระเบิดนิวเคลียร์
ขณะที่นายวิลเลียม เบิร์นส ผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองกลาง (ซีไอเอ) กล่าวว่า รัสเซียเป็นประเทศที่มีอาวุธชีวภาพหรืออาวุธเคมี และเป็นข้ออ้างเพื่อสร้างความชอบธรรมให้กับตัวเอง ในการใช้อาวุธที่ผิดกฎหมาย
Russia claims to have uncovered US-linked bioweapon facilities in Ukraine, apparently intended solely for military use. pic.twitter.com/WyjFFHrKpr
— RT (@RT_com) March 10, 2022
ทั้งนี้ น.ส.มาเรีย ซาคาโรวา โฆษกหญิงกระทรวงการต่างประเทศรัสเซีย แสดงเอกสารที่มีการระบุว่า กระทรวงสาธารณสุขของยูเครนมีคำสั่งให้เร่งทำลายตัวอย่างเชื้อกาฬโรค อหิวาตกโรค แอนแทรกซ์ และตัวอย่างเชื้อจุลินทรีย์อีกหลายชนิด ก่อนวันที่ 24 ก.พ. ซึ่งเป็นวันแรกที่รัสเซียเข้ามาปฏิบัติการทางทหารในยูเครน บ่งชี้ “ความเร่งด่วนที่ผิดปกติ”
Biosecurity experts say Russia's movement of troops into Ukraine and its bombardment of cities have raised the risk of an escape of disease-causing pathogens https://t.co/Tv0kDvdQlz 2/2
— Reuters (@Reuters) March 11, 2022
ต่อมา สำนักข่าวรอยเตอร์สรายงานโดยอ้างเป็นอีเมลตอบกลับจากองค์การอนามัยโลก (ดับเบิลยูเอชโอ) ว่ามีความร่วมมือเกี่ยวกับความปลอดภัยทางสุขภาพกับยูเครนมานานหลายปีแล้ว เพื่อป้องกันการหลุดรอดของเชื้อโรค “ไม่ว่าโดยเจตนาหรือไม่ก็ตาม” ด้วยเหตุนี้ ดับเบิลยูเอชโอจึงเป็นผู้แนะนำให้รัฐบาลเคียฟทำลายตัวอย่างเชื้อโรคอันตราย อย่างไรก็ตาม ไม่มีการให้ข้อมูลอย่างชัดเจนว่าคำแนะนำนั้นเกิดขึ้นเมื่อใด และยูเครนปฏิบัติตามหรือไม่.
เครดิตภาพ : REUTERS



