สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงโรม ประเทศอิตาลี เมื่อวันที่ 12 มี.ค. ว่าองค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติ (เอฟเอโอ) เผยแพร่รายงานว่า ห่วงโซ่อาหารโลกได้รับผลกระทบอย่างหนักและยังคงอยู่ในช่วงฟื้นตัว จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 อย่างไรก็ตาม ตอนนี้มีปัจจัยใหม่ซึ่งรุนแรงไม่แพ้กัน นั่นคือสงครามระหว่างรัสเซียกับยูเครน ซึ่งมีแนวโน้มยืดเยื้อ กำลังสั่นคลอนความมั่นคงของห่วงโซ่อาหารโลกอย่างหนัก
???? Information note: The importance of Ukraine & the Russian Federation for global agricultural markets & the risks associated with the current conflict.
— FAO (@FAO) March 11, 2022
https://t.co/cng5mresxH pic.twitter.com/kCXxMmMJxz
ทั้งนี้ เอฟเอโอมองว่า รัสเซียและยูเครนล้วนเป็นประเทศที่มีบทบาทสำคัญต่อทุกกระบวนการของห่วงโซ่อาหารโลก ปัจจุบัน รัสเซียเป็นประเทศผู้ส่งออกข้าวสาลีรายใหญ่ที่สุดของโลก ส่วนยูเครนอยู่ในอันดับที่ 5 ขณะที่เมื่อรวมกับปริมาณข้าวบาร์เลย์ ข้าวสาลี และข้าวโพด ที่ทั้งสองประเทศผลิตได้รวมกัน คิดเป็นสัดส่วนมากกว่า 1 ใน 3 ของตลาดธัญพืชโลก
Disruptions to agrifood systems due to the ongoing conflict in Ukraine could further escalate food insecurity globally. This comes at a time when international food prices are already high & volatile. My policy recommendations: https://t.co/3JBmvzszfc
— FAO Director-General QU Dongyu (@FAODG) March 11, 2022
นอกจากนี้ การส่งออกน้ำมันเมล็ดดอกทานตะวันของรัสเซียและยูเครน มีสัดส่วนรวมกันประมาณ 52% ของตลาดการส่งออกโลก ขณะที่สถานการณ์ตลาดปุ๋ยน่าเป็นห่วงเช่นกัน เนื่องจากรัสเซียเป็นหนึ่งในผู้ส่งออกรายใหญ่ที่สุดของโลก
ปัจจุบัน ราคาข้าวสาลีและข้าวบาร์เลย์ในตลาดโลก แพงขึ้น 31% เมื่อเทียบกับราคาของเมื่อปีที่แล้ว ขณะที่ราคาน้ำมันเมล็ดดอกทานตะวันและน้ำมันคาโนลา เพิ่มขึ้นมากกว่า 60% ด้านความผันผวนของราคาก๊าซธรรมชาติในตลาดโลกส่งผลกระทบต่อราคาปุ๋ยและวัตถุดิบที่เกี่ยวข้อง หนึ่งในนั้นคือ ยูเรีย ซึ่งราคาพุ่งขึ้นมากกว่า 3 เท่า ภายในระยะเวลา 12 เดือนล่าสุด.
เครดิตภาพ : REUTERS



