สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร เมื่อวันที่ 17 มี.ค. ว่า รัฐบาลสหราชอาณาจักรออกแถลงการณ์ว่า พลเมืองเชื้อสายอิหร่านสองคน คือนางนาซานิน ซาการี-แรตคลิฟฟ์ วัย 43 ปี และนายอานูเชห์ อาชูรี วัย 67 ปี เดินทางด้วยเที่ยวบินพิเศษของกองทัพอากาศสหราชอาณาจักร ลงจอดที่มณฑลออกซฟอร์ดเชอร์ ทางตะวันออกเฉียงใต้ของเกาะอังกฤษ เมื่อวันพฤหัสบดี


ทั้งนี้ ซาการี-แรตคลิฟฟ์ ถูกจับกุมในอิหร่าน เมื่อปี 2559 และศาลพิพากษาให้เธอรับโทษจำคุกเป็นเวลานานอย่างน้อย 5 ปี จากความผิดฐานพยายามล้มล้างอำนาจรัฐ และการจัดทำโฆษณาชวนเชื่อต่อต้านรัฐ ส่วนอาชูรีถูกจับกุม เมื่อปี 2560 ในข้อหาเกี่ยวกับการจารกรรม และศาลพิพากษาให้จำเลยรับโทษจำคุกนาน 10 ปี

นางนาซานิน ซาการี-แรตคลิฟฟ์ และนายอานูเชห์ อาชูรี เดินลงจากเครื่องบินของกองทัพสหราชอาณาจักร


ขณะที่สื่อมวลชนของอิหร่านรายงานว่า รัฐบาลเตหะรานปล่อยตัวพลเมืองสหราชอาณาจักรเชื้อสายอิหร่านทั้งสองคน หลังรัฐบาลสหราชอาณาจักรชุดปัจจุบันจ่าย “หนี้ค้างชำระตั้งแต่ยุคประวัติศาสตร์” เป็นเงินเกือบ 400 ล้านปอนด์ ( ราว 17,496.13 ล้านบาท ) ที่ติดค้างตั้งแต่สมัยพระเจ้าชาห์ ซึ่งทรงสำรองเงินจ่ายไปก่อน เพื่อซื้อรถถัง 1,750 คัน แต่แทบไม่มีการส่งมอบ เนื่องจากหลังจากนั้นไม่นาน เกิดการปฏิวัติอิหร่าน เมื่อปี 2522


ด้านนางลิซ ทรัสส์ รมว.การต่างประเทศของสหราชอาณาจักร กล่าวแสดงความยินดีกับการได้รับอิสรภาพของซาการี-แรตคลิฟฟ์ และอาชูรี และยืนยันว่า รัฐบาลสหราชอาณาจักรแสวงหาหนทางมาตลอด เพื่อชำระหนี้ที่ยังคงติดค้าง อย่างไรก็ตาม เงินจำนวนดังกล่าวได้รับการประนีประนอมไปแล้ว ตามเงื่อนไขส่วนหนึ่งของข้อตกลงนิวเคลียร์อิหร่าน ฉบับปี 2558 ด้วยการถ่ายโอนไปเป็นส่วนหนึ่งของ “กองทุนจัดซื้อสินค้าด้านมนุษยธรรม”.

เครดิตภาพ : REUTERS