วันนี้ (22 มี.ค.) นายพิชิต ธันโยดม หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านธุรกิจองค์กร บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น เปิดเผยว่า จากวิกฤติการแพร่ระบาด ของโควิด ถือเป็นตัวเร่งให้ธุรกิจต้องนำเทคโนโลยีมาใช้ในการดำเนินธุรกิจมากขึ้น เพื่อทรานส์ฟอร์มสู่ยุคดิจิทัล เต็มรูปแบบ ทางทรูจึงพร้อมสนับสนุนธุรกิจ ในการพลิกฟื้นธุรกิจจากวิกฤติโควิด-19 เพื่อสร้างโอกาสใหม่ๆ ให้กับธุรกิจ เพิ่มศักยภาพในการแข่งขันและเติบโตอย่างก้าวกระโดด โดย ทรูบิสิเนส ผู้นำบริการสื่อสารและดิจิทัลโซลูชันครบวงจร ด้วยกลยุทธ์ 4 ด้าน คือ 1.การพัฒนาและสรรหาโซลูชันที่หลากหลายรองรับทุกรูปแบบการใช้งานของธุรกิจ 2. ความร่วมมือกับพันธมิตรเพื่อพัฒนานวัตกรรมและสร้างระบบนิเวศดิจิทัลเพื่อองค์กรธุรกิจ 3.การเพิ่มศักยภาพบุคลากรผู้เชี่ยวชาญให้บริการลูกค้าอย่างมืออาชีพ และ 4. บริการหลังการขายในหลายช่องทาง

“5จี ถือเป็นเทคโนโลยีสำคัญที่จะนำไปสู่การเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ดิจิทัล อย่างเต็มรูปแบบ เมื่อผสานการทำงานกับ เทคโนโลยีดิจิทัลหลากหลายไม่ว่าจะเป็น ไอโอที, คลาวด์, บล็อกเชน, โรโบติก, เอไอ และบิ๊กดาต้า จะสร้างประโยชน์ในเชิงธุรกิจได้มหาศาล ทั้งเสริมประสิทธิภาพในการบริหารจัดการ เพิ่มความยืดหยุ่นและคล่องตัว เพิ่มผลิตผล และลดต้นทุนค่าใช้จ่าย อีกทั้งยังสนับสนุนความก้าวหน้าและสร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน ช่วยพลิกโฉมภาคอุตสาหกรรมไทยให้เติบโตได้อย่างยั่งยืน”

นายพิชิต กล่าวต่อว่า สำหรับตลาดรวมอุตสาหกรรมดิจิทัลในไทยปีนี้ คาดว่าจะมีมูลค่า 7 แสนล้านบาท เติบโตขึ้น 10% จากปีที่ผ่านมา หลังจากโควิดระบาด องค์กรธุรกิจนำเทคโนโลยีมาใช้ทำงานมากยิ่งขึ้น เนื่องจากต้องเวิร์ก ฟรอม โฮม หรือโรงงานนำหุ่นยนต์มาใช้งานแทนคน เพื่อลดการแพร่ระบาด รวมถึงช่วยลดต้นทุนด้านต่างๆ ฯลฯ ซึ่งในปีนี้ทรูมีกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย ทั้งภาคอุตสาหกรรม โรงงาน การศึกษา ค้าปลีก และภาคเกษตร ฯลฯ ด้วยบริการมากกว่า100 โซลูชัน ใน 9 กลุ่มบริการสื่อสารและดิจิทัล ตอบสนองทุกรูปแบบความต้องการที่แตกต่าง โดยตั้งเป้าหมายจะเติบโตเพิ่มขึ้น 18% ในปีนี้