“ทีมข่าวชุมชนเมือง เดลินิวส์” พาไปส่องพื้นที่ “รู้สนาม 50 เขต” มาฝั่งที่ติดต่อกับจังหวัดฉะเชิงเทราและสมุทรปราการ ใน กลุ่มเขตกรุงเทพตะวันออก มีทั้งหมด 9 เขต คือ เขตบางกะปิ เขตบึงกุ่ม เขตสะพานสูง เขตคันนายาว เขตคลองสามวา เขตลาดกระบัง เขตมีนบุรี เขตหนองจอก และเขตประเวศ เป็นโซนที่ยังมีเกษตรกรทำนาข้าว เลี้ยงสัตว์ รวมทั้งยังเป็นพื้นที่รองรับการพัฒนาของเมืองได้อีกในอนาคต แต่การเดินทางจากพื้นที่ชายขอบเพื่อเข้าเมืองอาจจะยังไม่สะดวกมากนัก ถึงแม้จะมีรถไฟฟ้าหลายสาย ทั้งสายสีชมพู (มีนบุรี-ศูนย์ราชการนนทบุรี) แอร์พอร์ตลิงก์ (สนามบินสุวรรณภูมิ-พญาไท) และสายสีส้ม ช่วงศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย-มีนบุรี (สุวินทวงศ์) ที่ยังไม่เปิดให้ใช้บริการก็ตาม เพราะจะเดินทางไปขึ้นรถไฟฟ้ายาก รถขนาดเล็กที่วิ่งเข้าไปส่งถึงสถานีมีน้อย ส่วนการเดินทางโดยรถโดยสารสาธารณะและทางเรือคลองแสนแสบ จึงยังคงเป็นการเดินทางหลักของคนย่านนี้ นอกจากนี้โซนแถบตะวันออกยังเป็นเส้นทางขนส่งสินค้าที่สำคัญ ทั้งใกล้ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และถนนมอเตอร์เวย์ ทำให้ในบางพื้นที่จึงเป็นเขตอุตสาหกรรมอีกด้วย

วันนี้จึงจะพาไปทำความรู้จักพื้นที่ กันก่อน3 พื้นที่ เริ่ม เขตบางกะปิ มีพื้นที่โดยรวมประมาณ 28.523 ตร.กม. มีจำนวนประชากรราว 141,300 คน โดยในพื้นที่มีทั้งศูนย์การค้า และยังมีตลาดสดค้าส่ง-ปลีกขนาดใหญ่ที่เป็นที่รู้จัก มีชุมชนที่จดทะเบียนจัดตั้งอย่างเป็นทางการทั้งหมด 27 ชุมชน สำหรับปัญหาที่มีการร้องเรียนผ่านเข้ามาในระบบ Traffy Fondue อาทิ ปัญหาขยะตกค้างและขยะล้นถัง, ขยะอุดตันท่อระบายน้ำ, การจอดรถกีดขวางถนนทำรถติด รวมถึงปัญหาต้นไม้รกครึ้มและกิ่งไม้กีดขวางทางเท้าหรือสายไฟ เป็นต้น

สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (สก.) คนเดิมคือ น.ส.นภัสสร พละระวีพงศ์ สังกัดพรรคเพื่อไทย แต่ในสนามเลือกตั้ง สก. ครั้งนี้ ไม่ลงชิงชัย โดยสนับสนุน นายพงศกร รัตนเรืองวัฒนา อดีตสมาชิกพรรคเพื่อไทย ลงสู้ศึกครั้งนี้แทนในนามของกลุ่มคนทำงาน ส่วนคู่แข่งก็มี เช่น นายวีระชาติ เสประธานนท์ พรรคประชาชน, นายปรัชญา ศรีสะอาด จากพรรคประชาธิปัตย์, นายกัณฑ์ชาติ มนต์กันภัย จากพรรคเศรษฐกิจ เป็นต้น

พื้นที่ต่อเนื่องกัน เขตบึงกุ่ม มีพื้นที่ทั้งหมด 24.311 ตร.กม. แบ่งการปกครองออกเป็น 3 แขวง ได้แก่ แขวงคลองกุ่ม แขวงนวมินทร์ และแขวงนวลจันทร์ มีจำนวนประชากรตามทะเบียนราษฎร ราว 138,000 คน สำหรับเรื่องร้องเรียนและปัญหาที่ประชาชนในพื้นที่แจ้งเข้ามามาก โดยอ้างอิงตามสถิติของ ระบบ Traffy Fondue อาทิ ปัญหาไฟฟ้าส่องสว่างริมทางดับชำรุด โดยเฉพาะตามซอยแยกย่อยและถนนหลัก เช่น ถนนนวมินทร์ และถนนประเสริฐมนูกิจ, ปัญหาทางเท้า, ปัญหาการจราจรทั้งการจอดรถกีดขวางในที่ห้ามจอด รถยนต์/จักรยานยนต์ การจอดกีดขวางทางเข้าออกซอย หรือการขับขี่รถย้อนศรในชั่วโมงเร่งด่วน เป็นต้น

สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (สก.) คนเดิมคือ นายเนติภูมิ มิ่งรุจิราลัย สังกัดพรรคเพื่อไทย แต่สนามเลือกตั้ง สก. ในครั้งนี้เปลี่ยนสังกัดใหม่ โดยเลือกลงในนาม กลุ่มคนทำงาน แทน ส่วนคู่แข่ง เช่น นายกฤษฎ์ เครือเจริญพร จากพรรคเศรษฐกิจ, ดร.อาคร ประมงค์ จากพรรคประชาธิปัตย์, นายอภิชาต ปรางทอง พรรคประชาชน เป็นต้น

พื้นที่ต่อไป เขตสะพานสูง มีพื้นที่ขนาด 28.124 ตร.ม. ข้อมูลประชากรตามสถิติทะเบียนราษฎรล่าสุด (ต้นปี 2569) มีประชากรจำนวนทั้งสิ้น 120,165 คน มีชุมชนที่จดทะเบียนจัดตั้งอย่างเป็นทางการ 29 ชุมชน สำหรับเขตนี้มีลักษณะพื้นที่อยู่อาศัยและการรวมตัวของกลุ่มคนในชุมชนแบ่งออกเป็น 3 ลักษณะหลัก คือ ชุมชนหมู่บ้านจัดสรรและเคหะชุมชน, ชุมชนดั้งเดิมริมคูคลอง และชุมชนวัฒนธรรมและศาสนา (มุสลิมดั้งเดิม) ซึ่งถือเป็นอัตลักษณ์สำคัญของเขตนี้ เนื่องจากประชากรดั้งเดิมส่วนใหญ่เป็นชาวไทยมุสลิม พื้นที่อยู่อาศัยจึงมักเกาะกลุ่มกันรอบศาสนสถาน และในบางพื้นที่ยังคงมีพื้นที่เกษตรกรรมปะปนอยู่ ทำให้เป็นเขตที่มีความผสมผสานระหว่างความเป็นเมืองชานเมืองและวิถีชีวิตดั้งเดิม

ส่วนปัญหาที่มีการร้องเรียนผ่านแพลตฟอร์ม Traffy Fondue มากที่สุด ความสะอาด เช่น การทิ้งขยะไม่เป็นที่ ขยะตกค้างในชุมชน และการตัดหญ้า/กิ่งไม้ริมทาง, ผิดกฎจราจร เช่น การจอดรถกีดขวางการจราจรในซอยแคบ และรถจักรยานยนต์วิ่งบนทางเท้า, ถนน เช่น ปัญหาพื้นผิวถนนเป็นหลุมเป็นบ่อ ฝาท่อระบายน้ำชำรุด และทางเท้าเสียหาย, ไฟฟ้า เช่น ไฟส่องสว่างดับหรือชำรุดตามซอยและถนนสายหลัก และเรื่องเกี่ยวเสียง เช่น เสียงดังรบกวนจากสถานประกอบการ หรือการส่งเสียงดังยามวิกาลในแหล่งที่อยู่อาศัย

สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (สก.) คนเดิมคือ น.ส.มธุรส เบนท์ สังกัดพรรคเพื่อไทย แต่การเลือกตั้ง สก. ในปี 69 นี้ กลับไม่ลงในสังกัดเดิม แต่ย้ายมาอยู่ กลุ่มคนทำงาน ส่วนคู่แข่ง เช่น นายอรรถวิทย์ เซะวิเศษ จากพรรคประชาธิปัตย์, นายหวังจันทร์ ยิ้มวิไล จากพรรคเศรษฐกิจ, เมธิณี หวังพิทักษ์ จากพรรคประชาชน เป็นต้น