เมื่อวันที่ 23 มี.ค. ภาพจากกล้องวงจรปิดใกล้เคียงหน้าสถานีตำรวจภูธรท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ส่วนหน้า ที่อาคารผู้โดยสารท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ชั้น 1 สามารถจับภาพพฤติกรรมของหญิงรายหนึ่งสวมเสื้อสีแดง สวมหมวกกันน็อกสีดำ ขับขี่รถจักรยานยนต์มาจอดที่จอดรถจักรยานยนต์ของเจ้าหน้าที่ บริเวณหน้าสถานีตำรวจภูธรท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จากนั้นอาศัยจังหวะปลอดคน หญิงคนดังกล่าวแอบขโมยหมวกกันน็อกของผู้เสียหายที่จอดรถไว้บริเวณดังกล่าวไป ก่อนจะนำหมวกกันน็อกดังกล่าวซุกซ่อนที่ใต้เบาะรถจักรยานยนต์ของตนเอง เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อช่วงเย็นของวันที่ 22 มี.ค.ที่ผ่านมา

หลังเกิดเหตุไม่นาน ผู้เสียหายซึ่งเป็นพนักงานทำงานในสนามบินกลับมาที่รถปรากฏว่าไม่เจอหมวกกันน็อกของตนเอง จึงเดินทางเข้าแจ้งความร้องทุกข์กับทางพนักงานสอบสวน สภ.ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เพื่อขอให้ตรวจสอบกล้องวงจรปิด และติดตามจับกุมคนร้ายที่ก่อเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจหลังจากได้รับแจ้งจึงประสานไปยังผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เพื่อขอตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด จนสามารถติดตามจับกุมตัวผู้ก่อเหตุเอาไว้ได้

นายกิตติพงศ์ กิตติขจร ผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จึงสั่งการให้ฝ่ายปฏิบัติการพิเศษ ทอท. บูรณาการกับฝ่ายสืบสวนของ สภ.ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และชุดเฉพาะกิจการท่า ตรวจสอบภาพวงจรปิดและหาเบาะแสของคนร้ายรายนี้ จนกระทั่งกล้องวงจรปิดไปพบว่าหญิงคนดังกล่าวหลังก่อเหตุได้เดินเข้าอาคารผู้โดยสารและขึ้นมาที่ชั้น 4 จึงสะกดรอยตาม โดยพบว่าหญิงคนดังกล่าว ทำเนียนคล้ายกับเป็นผู้โดยสารเข้ามาใช้บริการภายในสนามบิน มีการเดินวนดูตามจุดชาร์จโทรศัพท์ของผู้โดยสาร ซึ่งคาดว่าเตรียมจะก่อเหตุซ้ำ เจ้าหน้าที่จึงเร่งประสานผู้เสียหายตรวจสอบภาพวงจรปิด ยืนยันชี้ตัวผู้ก่อเหตุรายนี้

ซึ่งผู้เสียหายชี้ยืนยันตามภาพวงจรปิด ระหว่างนั้นหญิงคนดังกล่าวเดินกลับมาที่รถจักรยานยนต์เตรียมขับรถออกจากพื้นที่ เจ้าหน้าที่จึงเข้าแสดงตัว ซึ่งเจ้าตัวยังทำเนียนทำทีไม่ทราบเรื่อง และอ้างว่าตนเองมารับน้องที่สนามบิน เจ้าหน้าที่จึงแจ้งว่าตนเองตกเป็นผู้ต้องหาลักขโมยหมวกกันน็อกไป และขอตรวจค้น พบของกลางถูกซุกซ่อนอยู่ใต้เบาะ จึงคุมตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยแจ้งข้อหาลักทรัพย์ในท่าอากาศยาน หรือ รับของโจร ซึ่งมีโทษจำคุกสูงถึง 5 ปี