โทชิยุกิ คุสุโมโตะ คุณพ่อลูกสองในจังหวัดโออิตะ ที่อยู่ทางตะวันตกของญี่ปุ่น กำลังร้องเรียนต่อศาล เพื่อปกป้องบุตรชายคนเล็ก จากกฎระเบียบ ที่เขากล่าวว่าไม่สมเหตุสมผล และ “เคร่งครัดมากเกินไป” โดยเป็นการควบคุมแม้การกำหนดความยาวของผม การห้ามรวมผมแบบห้างม้าหรือถักเปีย การห้ามสวมถุงเท้าข้อสั้น และเชือกผูกรองเท้าต้องเป็นสีขาว
คุสุโมโตะ กล่าวด้วยว่า กฎระเบียบที่โรงเรียนตั้งขึ้นมา ขัดต่อหลักการเสรีภาพส่วนบุคคล และสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานตามรัฐธรรมนูญ โดยภายในช่วงปลายเดือนนี้ คุสุโมโตะเตรียมไกล่เกลี่ยกับทางโรงเรียน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องระดับจังหวัด ซึ่งเขาหวังว่ากฎควบคุมเข้มงวดเช่นนี้จะได้รับการแก้ไข โดยไม่ใช่เพียงแต่บุตรของเขา แต่ยังมีเด็กอีกจำนวนมากทั่วประเทศ ต้องทนทุกข์กับกฎเกณฑ์ที่ไม่สมเหตุผล
ขณะที่สถาบันการศึกษาหลายแห่งในกรุงโตเกียว เริ่มการเปลี่ยนแปลงในเรื่องนี้บางแล้ว เช่น กฎเกณฑ์เกี่ยวกับสีผม จะถูกยกเลิกในโรงเรียนของรัฐบาล ในเมืองหลวงของญี่ปุ่น ตั้งแต่เดือน เม.ย.นี้เป็นต้นไป
ในมุมมองของนักวิชาการนั้น รศ.ทาคาชิ โอสึ ผู้เชี่ยวชาญด้านการศึกษา ของมหาวิทยาลัยสตรีมุโคกาวะ กล่าวว่า กฎระเบียบโรงเรียนแบบนี้ เริ่มมาตั้งแต่ช่วงทศวรรษที่ 1970 ซึ่งมีผลบังคับใช้ เมื่อเด็กเข้าโรงเรียนมัธยมต้น ตอนอายุประมาณ 12 ขวบ เป็นสิ่งทำลายชีวิตของเด็กนักเรียนญี่ปุ่น ซึ่งช่วงเวลานั้นมีปัญหาสังคม ในประเด็นเกี่ยวกับการก่อความรุนแรงต่อครูบาอาจารย์ โรงเรียนจึงพร้อมใจกันกำหนดกฎระเบียบเข้มงวดขึ้นมา เพื่อควบคุมสถานการณ์
ศ.โอสึ กล่าวด้วยว่า กฎระเบียบบางประเภทมีความจำเป็น แต่การกำหนดกฎระเบียบเหล่านี้ควรทำด้วยความโปร่งใส เพื่อให้เด็กได้เรียนรู้ เกี่ยวกับการตัดสินใจในระบอบประชาธิปไตย เป็นพื้นฐานช่วยให้เกิดความสงบเรียบร้อย และความสามัคคี
ย้อนกลับไปเมื่อปี 2560 เด็กสาวมัธยมปลายวัย 18 ปีคนหนึ่ง กล่าวว่า เธอได้รับความทุกข์ทางจิตใจ จากการที่ทางโรงเรียนสั่งให้เธอเป็นสีดำ ทั้งที่ผมของเธอเป็นสีน้ำตาลโดยธรรมชาติ ได้ยื่นฟ้องต่อศาลในเมืองโอซากา เพื่อเรียกร้องค่าเสียหาย 2.2 ล้านเยน (ราว 610,976.43 บาท)
คดีนี้กลายเป็นประเด็นร้อนระดับประเทศ จนสะเทือนไปถึงรัฐบาลกลางในกรุงโตเกียว ซึ่งมีคำสั่งให้กระทรวงศึกษาธิการตรวจสอบเรื่องที่เกิดขึ้นอย่างจริงจัง.
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES
ข้อมูล : Japan Today



