สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงมอสโก ประเทศรัสเซีย เมื่อวันที่ 24 มี.ค. ว่า ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน มีคำสั่งให้หน่วยงานทุกแห่งที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการภายใน 1 สัปดาห์ ให้ “กลุ่มประเทศและดินแดนที่ไม่เป็นมิตร” ชำระค่าพลังงานที่ซื้อขายกับรัสเซีย “เป็นเงินรูเบิลเท่านั้น” เนื่องจาก “เป็นเรื่องไม่ยุติธรรม” ในการส่งมอบสินค้าของรัสเซียให้แก่สหรัฐและยุโรป เป็นเงินดอลลาร์สหรัฐและเงินยูโร


สำหรับประเทศและดินแดนที่ไม่เป็นมิตร ตามการประกาศของรัฐบาลมอสโก เมื่อวันที่ 7 มี.ค.ที่ผ่านมา ได้แก่ สหรัฐ แคนาดา สมาชิกสหภาพยุโรป (อียู) ทั้ง 27 ประเทศ สหราชอาณาจักร และดินแดนโพ้นทะเลทุกแห่งของสหราชอาณาจักร ยูเครน มอนเตเนโกร สวิตเซอร์แลนด์ แอลเบเนีย อันดอร์รา ไอซ์แลนด์ ลิกเตนสไตน์ โมนาโก นอร์เวย์ ซานมารีโน นอร์ทมาซิโดเนีย หรือมาซิโดเนียเหนือ ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ออสเตรเลีย ไมโครนีเซีย นิวซีแลนด์ สิงคโปร์ และไต้หวัน


ขณะที่เยอรมนี ซึ่งเป็นลูกค้ารายใหญ่ของรัสเซียในการซื้อก๊าซธรรมชาติ วิจารณ์ความเคลื่อนไหวดังกล่าว “เป็นการละเมิดข้อตกลง” และจะหารือกับประเทศอื่นในยุโรป ว่าควรดำเนินการอย่างไรต่อไป ด้านอิตาลีและออสเตรีย​ กล่าวในเบื้องต้นว่า จะยังคงจ่ายเป็นเงินยูโรต่อไป แม้ยังไม่ชัดเจนว่า จะเป็นไปได้ต่อไปหรือไม่


ปัจจุบัน ทวีปยุโรปนำเข้าพลังงานจากรัสเซียเป็นสัดส่วนมากถึง 40% โดยเฉพาะก๊าซธรรมชาติ หากจำแนกเป็นรายประเทศ พบว่า เยอรมนีนำเข้าก๊าซธรรมชาติจากรัสเซียมากที่สุด คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 55%.

เครดิตภาพ : REUTERS