นายธีรวุธ ศุภพันธุ์ภิญโญ กรรมการผู้จัดการ บริษัท บราเดอร์ คอมเมอร์เชี่ยล (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยถึงแผนดำเนินงานว่า 3 ปีต่อจากนี้ บราเดอร์ จะเดินหมากธุรกิจภายใต้กลยุทธ์ CSB 2024 (Challenge Strategy Brother 2024) ครอบคลุมตั้งแต่ปี 2565-2567 ผ่าน 3 แนวทาง ประกอบด้วย Re-energizing Business การปรับแนวทางการดำเนินธุรกิจเพื่อพัฒนากลยุทธ์สู่การเติบโตจากปัจจุบันสู่อนาคต Sustainability การดำเนินธุรกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืนควบคู่กับสังคม (local community) และสิ่งแวดล้อม (environment) โดยดำเนินธุรกิจด้วยความโปร่งใสและเป็นธรรม (Good Governance) และ Driving DX หรือการขับเคลื่อนด้าน Digital Transformation (DX)

โดยการนำเทคโนโลยีและกลยุทธ์ทางดิจิทัลเข้ามาใช้ในการวางรากฐานและเป้าหมายในการดำเนินธุรกิจ ตลอดจนขั้นตอนการทำงานและวัฒนธรรมขององค์กร เพื่อให้พร้อมเติบโตคู่ไปกับกระแสเทคโนโลยีที่ปรับตัวอย่างรวดเร็ว ณ ปัจจุบัน โดยกลยุทธ์ดังกล่าวจะถูกนำมาใช้ในการดำเนินธุรกิจของบราเดอร์ทั้ง 15 ประเทศ ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก

“ความท้าทายของการทำธุรกิจในปี 65 คือความไม่แน่นอนของปัจจัยต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจ ทั้งสถานการณ์โรคระบาดกลายพันธุ์ เรื่องสงครามระหว่างประเทศ การถีบตัวสูงขึ้นของราคาน้ำมัน ซึ่งส่งผลทั้งทางตรงและทางอ้อมต่อธุรกิจทั่วโลก นอกจากนี้ การคาดการณ์ด้านดีมานด์ที่แท้จริงของตลาด ก็เป็นอีกหนึ่งความท้าทายของภาคธุรกิจเช่นกัน บราเดอร์เองต้องมีการประเมินสถานการณ์ดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้มั่นใจว่าเราสามารถส่งมอบสินค้าที่ตลาดต้องการได้ถูกช่วงเวลา”

นายธีรวุธ กล่าวต่อว่า จากกลยุทธ์ดังกล่าวที่มีการนำเสนอหลากหลายสินค้าเพื่อตอบโจทย์ลูกค้าแต่ละกลุ่ม ใช้เทคโนโลยีเสริมงานบริการ ทำให้ในปีงบประมาณ 65 ตั้งเป้าการเติบโตโดยรวมของบริษัทที่ 14% โดยเป็นอัตราการเติบโตของกลุ่มธุรกิจเครื่องพิมพ์ไว้ที่ 13% และกลุ่ม non-print ที่ 16%

ธีรวุธ ศุภพันธุ์ภิญโญ

“สำหรับการดำเนินงานในปี 64 ที่ผ่านมา ตัวเลขส่วนแบ่งการตลาดของเครื่องพิมพ์ในปี 64 ตามรายงานของ จีเอฟเค (GFK) ระบุว่า บราเดอร์ยังครองความเป็น 1 ใน 3 แบรนด์ผู้นำของตลาดได้อย่างต่อเนื่อง และสร้างอัตราการเติบโตให้เกิดขึ้นใน 3 กลุ่มเครื่องพิมพ์ จนสามารถครองส่วนแบ่งการตลาดเป็นอันดับ 1 ได้สำเร็จ ท่ามกลางสถานการณ์ที่ท้าทาย ประกอบด้วย กลุ่มเครื่องพิมพ์โมโนเลเซอร์อยู่ที่ 37.1%, กลุ่มเครื่องพิมพ์โมโนเลเซอร์มัลติฟังก์ชัน 64.3%, กลุ่มเครื่องพิมพ์คัลเลอร์เลเซอร์มัลติฟังก์ชัน 47.9% ทั้งยังครองอันดับ 2 ในกลุ่มเครื่องพิมพ์คัลเลอร์เลเซอร์อยู่ที่ 19.5% และจากปัจจัยด้านวัตถุดิบ ทำให้เครื่องพิมพ์อิงค์แทงค์ของบราเดอร์ยังคงเติบโตใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมา โดยครองส่วนแบ่งเป็นอันดับ 3 ของตลาดอยู่ที่ 20%” นายธีรวุธ กล่าว

อย่างไรก็ตาม ในเรื่องปัจจัยด้านการผลิต การขาดแคลนชิ้นส่วนการผลิต เช่น เซมิคอนดักเตอร์ และชิพ เชื่อว่าในปีนี้จะปรับตัวดีขึ้น ทำให้โรงงานสามารถผลิตสินค้าได้ตามความต้องการของตลาด รวมถึงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ก็เชื่อว่าจะดีขึ้นหลังทุกคนได้รับวัคซีนแล้ว แต่ยังคงมีสถานการณ์สงครามรัสเซีย-ยูเครน และราคาน้ำมันที่สูงยังเป็นปัจจัยลบ โดยเฉพาะเรื่องต้นทุน ซึ่งทางบราเดอร์ยังไม่สามารถบอกได้ว่าจะมีการปรับขึ้นราคาสินค้าหรือไม่ จะมีการพิจารณาสถานการณ์อีกครั้งในเดือน เม.ย.นี้

ด้าน นายณเอก สงศิริ รักษาการผู้จัดการทั่วไปฝ่ายขายและการตลาด บริษัท บราเดอร์ คอมเมอร์เชี่ยล (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ภาพรวมกลยุทธ์ว่า นอกจากจะมุ่งสร้างการเติบโตในกลุ่มธุรกิจเครื่องพิมพ์แล้ว บริษัทฯ ยังได้พัฒนาแผนเพื่อสร้างการเติบโตในกลุ่มธุรกิจ non-print พร้อมกับพัฒนาโมเดลธุรกิจใหม่ ๆ ด้วยการนำสินค้าที่มี มาสร้างเป็นโซลูชั่นเพื่อตอบความต้องการของตลาด พร้อมเพิ่มการรับรู้ในส่วนออฟไลน์ให้มากขึ้นทั่วประเทศ ด้วยการกระจายสินค้าไปยังจังหวัดต่าง ๆ เพื่อให้ลูกค้าได้เห็นถึงศักยภาพสินค้าจริงด้วยตนเอง ส่วนการเติบโตของช่องทางขายแบบอีคอมเมิร์ซ (E-commerce Channel) ส่งผลอย่างมากต่อประสิทธิภาพการขายในยุคปัจจุบัน บราเดอร์ จึงได้เดินหน้าพัฒนาศักยภาพในด้านดังกล่าวแก่ช่องทางการขายทั่วประเทศ พร้อมทั้งตั้งเป้าส่งสินค้าใหม่ ๆ ป้อนสู่ตลาดตลอดปี 65

ณเอก สงศิริ

“ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา บราเดอร์ ประสบความสำเร็จอย่างมากในการสร้างการรับรู้ ผ่านโซเชียลมีเดียทุกช่องทาง โดยสามารถเพิ่มยอดผู้ติดตามและแฟนเพจได้อย่างก้าวกระโดด เมื่อเทียบกับแบรนด์ที่มีลักษณะโดยรวมที่คล้ายกัน และในปีนี้เราจะก้าวไปอีกขั้นภายใต้กลยุทธ์ Brand Preference เพื่อสร้างความพึงพอใจให้แก่ลูกค้าแบบครบทุกมิติ พร้อมส่งมอบความประทับใจจากประสบการณ์การใช้จริงจากลูกค้าในทุกกลุ่มผลิตภัณฑ์ เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่กลุ่มลูกค้าใหม่ ๆ ซึ่งยังคงเน้นหนักในการนำเสนอผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียดังเช่นที่ผ่านมา และกระตุ้นการตัดสินใจซื้อด้วยการจัดโปรโมชั่นพิเศษอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการนำสินค้าในเครือบราเดอร์ทั้งหมด มาจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายร่วมกัน เพื่อสร้างประสบการณ์ใหม่ให้แก่ลูกค้า” นายณเอก กล่าว

นายณเอก กล่าวต่อว่า กลุ่มธุรกิจเครื่องพิมพ์เลเซอร์และสแกนเนอร์จะมุ่งเน้นการเจาะกลุ่มลูกค้าองค์กรเป็นหลัก ในขณะที่กลุ่มเครื่องพิมพ์อิงค์เจทที่ปัจจุบันได้รับการตอบรับอย่างดีมากจากช่องทางโซเชียลมีเดีย โดยเฉพาะทวิตเตอร์ จะเน้นไปที่กลุ่มผู้บริโภครุ่นใหม่เพิ่มขึ้น เพื่อตอบรับกับไลฟ์สไตล์การทำงานที่ผสมผสานระหว่างการทำงานในสำนักงานและที่บ้าน นอกจากนี้ กลุ่มธุรกิจที่มีการเติบโตอย่างมากในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมาอย่างเครื่องพิมพ์ผ้าระบบดิจิทัล GTX ก็จะยังคงมุ่งทำตลาดสู่กลุ่มผู้ประกอบการคนรุ่นใหม่ที่ต้องการริเริ่มและต่อยอดธุรกิจที่ตนเองมีให้เติบโตเพิ่มมากขึ้น

ในส่วนของเครื่องพิมพ์ฉลาก P-Touch จะมุ่งการนำเสนอแบบโซลูชั่นใหม่เพื่อตอบโจทย์ภาคธุรกิจ ส่วนจักรเย็บผ้าจะเน้นกลุ่มจักรปัก เพื่อรองรับการเพิ่มตัวของการเปิดสถานศึกษาและรองรับกระแสนิยมด้านงาน DIY และพร้อมรองรับการกลับมาเปิดให้บริการของสถานบันเทิงและการปรับปรุงระบบเสียงของพื้นที่ประชุมด้วยกลุ่มธุรกิจเครื่องเสียง BMB”

ด้าน น.ส.รัสสิญากร ตัณฑวณิชย์ รักษาการผู้จัดการทั่วไปฝ่ายบริการลูกค้า บริษัท บราเดอร์ คอมเมอร์เชี่ยล (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ปัจจุบัน บราเดอร์ ได้พัฒนาช่องทางการติดต่อให้แก่ลูกค้ามากถึง 7 ช่องทาง พร้อมพัฒนาการให้บริการอีกขั้นด้วยการเปิดตัวแชตบอท น้องแคร์ ที่ให้บริการ 24/7 ได้รับการตอบรับอย่างดีจากลูกค้า ที่สำคัญยังได้พัฒนาแชตบอท ตัวที่ 2 ขึ้นในชื่อ Mr. Carer เพื่อสนับสนุนประสิทธิภาพงานด้านการซ่อมของศูนย์บริการแต่งตั้ง เพื่อส่งมอบการบริการแก่ลูกค้าได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ด้วยการสอบถามด้านเทคนิคการซ่อมต่าง ๆ มายัง Mr. Carer โดยได้เปิดตัวตั้งแต่มกราคม 2565 เป็นต้นมา เริ่มจากกลุ่มธุรกิจเครื่องพิมพ์ และวางแผนขยายสู่กลุ่มธุรกิจ non-print ภายในปีนี้ นอกจากนี้ ยังได้ต่อยอดการพัฒนาแชตบอทน้องแคร์ ตั้งแต่เม.ย. 65 รองรับ 2 ภาษา สามารถสื่อสารภาษาอังกฤษได้ และจะเพิ่มช่องทางการติดต่อแชตบอทน้องแคร์ผ่าน Line OA ด้วย

รัสสิญากร ตัณฑวณิชย์

โดยล่าสุด โปรเจคท์การพัฒนาแชตบอททั้ง 2 ตัว เพื่อรองรับงานด้านการบริการ ได้คว้ารางวัลที่ 1 จากการประกวด Brother AP Global Charter 2021 ในหัวข้อ Transform Award ซึ่งเป็นตัวอย่างที่ดี ในการนำเทคโนโลยีไปใช้ในการพัฒนาสร้างความพึงพอใจและการให้บริการลูกค้าอย่างมีประสิทธิภาพ สำหรับบราเดอร์ในกลุ่มประเทศเอเชียแปซิฟิก สำหรับการส่งซ่อมด่วนทั้งที่ศูนย์บริการของบราเดอร์และการสนับสนุนการซ่อมในส่วนเครื่องพิมพ์อิงค์เจท โดยศูนย์บริการแต่งตั้งอีกกว่า 20 ศูนย์ ที่สามารถซ่อมด่วนภายใน 3 ชั่วโมง ซึ่งในอนาคตจะขยายโมเดลการให้บริการดังกล่าวไปยังกลุ่มสินค้าอื่น ๆ ของบราเดอร์ด้วย

ด้านนายพรภัค อุไพศิลป์สถาพร ผู้จัดการทั่วไปฝ่ายการเงินและบริหาร บริษัท บราเดอร์ คอมเมอร์เชี่ยล (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวถึงภาพรวมการดำเนินการด้านกิจกรรมส่งเสริมสังคมและรักษาสิ่งแวดล้อมว่า แม้ต้องเผชิญกับสถานการณ์โควิด-19 อยู่เป็นระยะ แต่บราเดอร์ก็ไม่หยุดจัดกิจกรรมเพื่อส่งเสริมสังคม เรายังเดินหน้าส่งเสริมด้านสังคมผ่านโครงการ Brother Beat Cancer Run ที่ปัจจุบันสามารถช่วยเหลือผู้ป่วยโรคมะเร็งโลหิตที่ยากไร้ได้ถึง 590 คน นอกจากนี้ เพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยโควิด-19 บราเดอร์ก็ได้ร่วมกับภาครัฐและเอกชน ตลอดจนองค์กรที่ไม่แสวงผลกำไร นำเครื่องพิมพ์เข้าไปช่วยในโรงพยาบาลสนามและศูนย์ฉีดวัคซีน ตลอดจนร่วมมอบ ‘กล่องคลายกังวล’ ที่บรรจุยาและเวชภัณฑ์เพื่อใช้ในการดูแลรักษาตนเองที่บ้านหรือระหว่างรอเตียง

รวมถึงโครงการที่ส่งเสริมความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม อาทิ สร้างสรรค์โครงการอาสาอนุรักษ์และฟื้นฟูธรรมชาติป่าชายเลน และโครงการขวดพลาสติกพลิกชีวิต “อีโค่บริกส์” ทั้งหมดล้วนดำเนินการตามพันธสัญญาสากลที่ บราเดอร์ ยึดถือมาโดยตลอด คือความรับผิดชอบต่อสังคมและชุมชนท้องถิ่นที่บราเดอร์ได้เข้าไปมีส่วนร่วม ส่งเสริมคุณภาพชีวิต เพื่อให้เกิดสังคมแห่งความสุขอย่างยั่งยืน