เมื่อวันที่ 27 มี.ค. นายอิทธิพล คุณปลื้ม รมว.วัฒนธรรม เป็นประธานในพิธีบำเพ็ญกุศล เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันสถาปนากรมศิลปากร ครบรอบ 111 ปี และมอบรางวัลให้แก่ข้าราชการพลเรือนดีเด่น และผู้ปฏิบัติงานดีเด่นในสังกัดกรมศิลปากร โดยมีนายกิตติพันธ์ พานสุวรรณ อธิบดีกรมศิลปากร, อดีตอธิบดีกรมศิลปากร, ผู้บริหาร, ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่กรมศิลปากร เข้าร่วมในพิธีที่พระที่นั่งพุทไธสวรรย์ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร

นายอิทธิพล กล่าวว่า นับตั้งแต่พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดตั้งกรมศิลปากร เมื่อวันที่ 27 มี.ค. 2454 กรมศิลปากรได้ดำเนินงานตามภารกิจในการขับเคลื่อนงานด้านมรดกวัฒนธรรมของชาติ เพื่อให้งานมรดกศิลปวัฒนธรรมได้รับการพัฒนาสร้างสรรค์บนหลักความถูกต้องทางวิชาการ มีคุณภาพ มาตรฐาน สังคมและประเทศชาติจึงได้ประโยชน์ ทั้งในด้านการศึกษา เรียนรู้ และด้านการท่องเที่ยวที่สร้างรายได้ให้แก่ประเทศ โดยดำเนินงานตามนโยบายรัฐบาลและยุทธศาสตร์ชาติสานต่องานเดิม และเริ่มงานใหม่ ทั้งนี้การดำเนินงานของกรมศิลปากร เป็นที่ประจักษ์และได้รับการยอมรับในวงกว้าง ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องงานโบราณคดีและพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ งานด้านภาษา เอกสารและหนังสือ งานนาฏศิลป์และดนตรี งานสถาปัตยกรรม ศิลปกรรม และช่างศิลป์ไทย รวมไปถึงงานสนับสนุนต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับมรดกศิลปวัฒนธรรมของชาติ ซึ่งเป็นภารกิจหลักของกรมศิลปากร

ด้านนายกิตติพันธ์ พานสุวรรณ อธิบดีกรมศิลปากร กล่าวว่า กรมศิลปากรดำเนินงานอนุรักษ์และพัฒนามรดกของแผ่นดินทั้งการสนองงานสืบสานโบราณราชประเพณีสถาบันพระมหากษัตริย์ ตลอดจนการทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรมของชาติจากรุ่นสู่รุ่น ภายใต้ 4 ภารกิจหลัก ประกอบด้วย 1.โบราณคดีและพิพิธภัณฑ์ 2.ภาษาเอกสาร และหนังสือ 3.ศิลปกรรม และ 4.นาฏศิลป์ ดุริยางคศิลป์ โดยเน้นการสร้างความร่วมมือกับหน่วยงานภาคส่วนต่างๆ รวมถึงประชาชนที่อยู่ในพื้นที่รอบโบราณสถาน ไม่สร้างความขัดแย้ง และสร้างการรับรู้หวงแหนมรดกอันทรงคุณค่าร่วมกัน รวมถึงการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้าช่วยให้การปฏิบัติงานด้านการอนุรักษ์มีประสิทธิภาพแบบไม่หยุดนิ่ง เช่น ใช้โดรนบินสำรวจพื้นที่โบราณสถาน, ใช้แสงซินโครตรอนในการอนุรักษ์ศิลปวัตถุและโบราณวัตถุ เป็นต้น ล่าสุดได้เปิดตัวไลน์กรมศิลปากร เป็นช่องทางติดต่อและความรู้ด้านศิลปวัฒนธรรมจาก ”น้องรักษา” ได้ทุกที่ทุกเวลา

นายกิตติพันธ์ กล่าวต่อไปว่า สำหรับผลงานสำคัญในรอบปีที่ผ่านมา ได้มีการพัฒนาแหล่งเรียนรู้ด้านประวัติศาสตร์และโบราณคดี อาทิ การปรับปรุงและพัฒนาพิพิกธภัณฑสถานแห่งชาติทั้งส่วนกลางและภูมิภาค และการพัฒนาแหล่งมรดกโลกให้เป็นหล่งเรียนรู้ที่ได้มาตรฐานและทันสมัย จัดสร้างพิพิธภัณฑสถานงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพฯ รัชกาลที่ 9, การเปิดอาคารประติมากรรมขุนหลวงพระงั่วและประวัติศาสตร์สุพรรณบุรี, การอนุรักษ์โบราณวัตถุและปรับปรุงศูนย์ข้อมูลอุทยานประวัติศาสตร์สด๊กก๊อกธม จ.สระแก้ว ที่จะมีการเปิดอย่างเป็นทางการในเดือน พ.ค.นี้



