สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 27 มี.ค. ว่า ผลการศึกษาซึ่งได้รับการตีพิมพ์ในวารสารนิเวศวิทยาของสัตว์ ( Journal of Animal Ecology ) ระบุว่า ประมาณ 1 ใน 3 ของนกจำนวน 72 สายพันธุ์ ที่สำรวจในพื้นที่รอบเมืองชิคาโกของสหรัฐ มีพฤติกรรมวางไข่เร็วกว่าปกติประมาณ 25 วัน ซึ่งเป็นพฤติกรรมที่แตกต่างจากเมื่อหนึ่งศตวรรษที่แล้ว


สำหรับสายพันธุ์ของนกที่ได้รับผลกระทบจากความเปลี่ยนแปลงดังกล่าว รวมถึง นกเขามอร์นิ่งโดฟ เหยี่ยวเคสเตรลพันธุ์อเมริกา และเหยี่ยวคูเปอร์ โดยจนถึงปัจจุบัน นักวิทยาศาสตร์ยังไม่พบปัจจัย ซึ่งส่งผลต่อพฤติกรรมของนักสายพันธุ์เหล่านี้ จนก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเวลาการวางไข่ เช่น ขนาดของตัวนก หรือสถานะการย้ายถิ่น


อย่างไรก็ตาม นาย จอห์น เบตส์ ภัณฑารักษ์ประจำแผนกปักษีวิทยา พิพิธภัณฑ์ฟิลด์ ในเมืองชิคาโก ให้ความเห็นว่า จากการสังเกตพฤติกรรมทำให้อนุมานได้ว่า การที่นกส่วนใหญ่ชอบกินแมลง และแมลงเหล่านี้ก็ได้รับผลกระทบจากสภาพอากาศเปลี่ยนแปลงด้วยเช่นกัน อาจส่งผลกระทบต่อเนื่องเป็นลูกโซ่


เบตส์ กล่าวด้วยว่า ภาวะการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศโลก และความผันแปรของฤดูกาล ส่งผลต่อวัฏจักรชีวิตของพืชและสัตว์ได้อย่างไร และมากเพียงใด เป็นเรื่องที่น่าศึกษาเป็นอย่างยิ่ง ทั้งนี้ ความเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิแม้เพียงไม่กี่องศาจากค่าเฉลี่ยระยะยาว สามารถสร้างผลกระทบได้อย่างมาก ต่อวัฏจักรชีวิตของสัตว์และพืช ไม่ว่าจะเป็นต้นไม้จะผลิใบเมื่อใด ดอกไม้จะบานเมื่อไหร่ และการฟักไข่ของนกก็เช่นกัน


เบตส์และทีมงานศึกษาผลการบันทึกข้อมูลของเปลือกไข่มากกว่า 1,500 ฟอง ที่อยู่ในพิพิธภัณฑ์ฟิลด์ ซึ่งเป็นข้อมูลระหว่างปี 2415- 2463 แล้วเปรียบเทียบกับการบันทึกสมัยใหม่มากกว่า 3,000 รายการ พร้อมด้วยข้อมูลที่อธิบายระดัคาร์บอนไดออกไซด์บนรังไข่ของช่วงเวลาในยุคเก่าและยุคใหม่ แล้วให้ผลลัพธ์ที่คล้ายคลึงกับการศึกษาเมื่อช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมา ในสหราชอาณาจักร ซึ่งระบุว่า การวางไข่ก่อนกำหนด เกิดขึ้นพร้อมกับการเปลี่ยนแปลงฤดูกาลฟักไข่.

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES