สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานจากกรุงโคลัมโบ ประเทศศรีลังกา เมื่อวันที่ 28 มี.ค. ว่า ศรีลังกา ประเทศเกาะทางเหนือของมหาสมุทรอินเดีย กำลังดิ้นรนหาเงินชำระค่าสินค้านำเข้า อาหาร และเชื้อเพลิง หลังจากทุนสำรองระหว่างประเทศลดลงถึง 70% นับตั้งแต่เดือน ม.ค. 2563 ทำให้รัฐบาลต้องตัดสินใจลดค่าเงินของประเทศ และพยายามขอความช่วยเหลือจากผู้ให้กู้ทั่วโลก

แหล่งข่าววงในรัฐบาลศรีลังกา เผยในวันจันทร์ว่า รมว.การต่างประเทศศรีลังกา ได้เริ่มการเจรจากับ รมว.การประเทศของอินเดีย แล้ว และทางฝ่ายอินเดียมีท่าทีตกลง ขยายวงเงินสินเชื่อ ซึ่งศรีลังกาจะใช้ชำระค่าสินค้านำเข้าจำเป็น เช่น ข้าว แป้งสาลี ถั่วพัลส์ น้ำตาล และยารักษาโรค ส่วนแหล่งข่าวรายที่ 2 เผยว่า วงเงินสินเชื่อใหม่ จะเพิ่มจากวงเงินสินเชื่อแรก จำนวน 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ที่อินเดียรับปากไว้แล้ว ในเดือนนี้

การนำเข้าสินค้าของศรีลังกาหยุดชะงัก ทำให้เกิดการขาดแคลนสินค้าอุปโภคบริโภคพื้นฐาน หลังจากทุนสำรองระหว่างประเทศลดลงเหลือ 2,310 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (77,454 ล้านบาท) ในเดือน ก.พ.ที่ผ่านมา

ศรีลังกากถึงกำหนดชำระหนี้ จำนวน 4,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (134,120 ล้านบาท) ตั้งแต่เดือนนี้ไปจนถึงสิ้นปี นายกรัฐมนตรีมหินทา ราชปักษา ของศรีลังกา เตรียมเดินทางไปกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. สหรัฐอเมริกา ในเดือนหน้า เพื่อขอความช่วยเหลือแผนกอบกู้เศรษฐกิจ จากกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ).

เครดิตภาพ – Reuters
เครดิตคลิป – NDTV