เมื่อวันที่ 15 เม.ย. นายวิตถวัลย์ สุนทรขจิต อธิบดีกรมคุมประพฤติ เปิดเผยว่า ในวันที่ 14 เม.ย. 65 ของเทศกาลสงกรานต์ มีสถิติคดีที่ศาลสั่งคุมความประพฤติ รวมทั้งสิ้น 524 คดี จำแนกเป็นคดีขับรถขณะเมาสุรา 492 คดี และคดีขับเสพ 32 คดี สำหรับยอดรวมสะสม 4 วัน มีคดีทั้งสิ้นจำนวน 3,331 คดี จำแนกเป็น คดีขับรถขณะเมาสุรา 2,826 คดี คิดเป็นร้อยละ 84.84 ติด EM 9 ราย คดีขับเสพ 487 คดี คิดเป็นร้อยละ 14.62 คดีขับรถประมาท 18 คดี คิดเป็นร้อยละ 0.54 จังหวัดสุรินทร์ ยังคงครองแชมป์คดีเมาขับสูงสุดอันดับหนึ่ง 190 คดี รองลงมากรุงเทพมหานคร 180 คดี และนนทบุรี 165 คดี ทั้งนี้ เมื่อเปรียบเทียบสถิติคดีเข้าสู่คุมประพฤติในวันที่ 4 ของ 7 วันอันตรายปี 2564 พบว่า คดีขับรถขณะเมาสุรา จำนวน 159 คดี และ ปี 2565 จำนวน 492 คดี เพิ่มขึ้น 333 คดี คิดเป็นร้อยละ 67.68

อธิบดีกรมคุมประพฤติ กล่าวอีกว่า สำนักงานคุมประพฤติทั่วประเทศ ร่วมกับอาสาสมัครคุมประพฤติ ภาคีเครือข่ายและผู้ถูกคุมความประพฤติ สนับสนุนการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ในการให้บริการประชาชน โดยจัดให้มีการตรวจเยี่ยมด่าน แจกน้ำดื่ม ผ้าเย็น ตรวจวัดอุณหภูมิที่จุดบริการประชาชน ด่านตรวจค้นและด่านชุมชน จำนวน 87 จุด มีผู้เข้าร่วมกิจกรรมจำนวนทั้งสิ้น 1,732 คน เพื่ออำนวยความสะดวกการจราจรแก่ประชาชนที่เดินทางในช่วงเทศกาลสงกรานต์

อย่างไรก็ตาม กรมคุมประพฤติเน้นย้ำมาตรการสำหรับผู้กระทำผิดคดีขับรถขณะเมาสุรา โดยการติดกำไล EM จัดกิจกรรมให้ความรู้เกี่ยวกับกฎหมายจราจร การลด ละ เลิกแอลกอฮอล์ รวมถึงการทำงานบริการสังคมเพื่อสร้างจิตสำนึกและตระหนักถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากการกระทำของตนและการป้องกันอุบัติเหตุ รวมทั้งยังมีการจำแนกความเสี่ยง หากพบว่ามีความเสี่ยงสูงในการติดสุราจะถูกส่งไปบำบัดรักษา และหากมีแนวโน้มกระทำผิดซ้ำสูงคดีขับรถขณะเมาสุรา จะถูกส่งไปแก้ไขฟื้นฟูแบบเข้มข้นในรูปแบบค่ายปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ระยะเวลา 3 วัน ซึ่งหากไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไข อาจเสนอศาลให้เพิ่มเงื่อนไขการคุมความประพฤติตามความเหมาะสม.





