สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงโคลัมโบ ประเทศศรีลังกา เมื่อวันที่ 19 เม.ย. ว่าประธานาธิบดีโกตาพญา ราชปักษา แถลงเกี่ยวกับวิกฤติเศรษฐกิจในประเทศ ซึ่งเลวร้ายที่สุด นับตั้งแต่ศรีลังกาได้รับเอกราชจากสหราชอาณาจักร เมื่อปี 2491 ว่าตัวเขาและรัฐบาลมีความเสียใจเป็นอย่างยิ่ง ความโกรธแค้นและความไม่พอใจอย่างหนักของประชาชน ซึ่งแสดงออกมาในรูปแบบของการประท้วงที่ยังคงดำเนินอยู่ เป็นสถานการณ์ที่ภาครัฐให้การยอมรับ

ราชปักษายืนยันว่า ศรีลังกาจำเป็นต้องเจรจากับกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) เพื่อพิจารณาขอรับความช่วยเหลือทางการเงินรอบใหม่ ขณะที่แม้มีการวิเคราะห์จากทั้งภายใน และภายนอกประเทศ ว่าการเมืองภายในของศรีลังกาที่ขาดเสถียรภาพ คือหนึ่งในปัจจับสำคัญซึ่งสั่นคลอนภาวะเศรษฐกิจของประเทศ ที่ตลาดหลักทรัพย์ต้องระงับให้บริการอีกอย่างน้อย 1 สัปดาห์ ตั้งแต่วันจันทร์ที่ผ่านมา
Sri Lanka's President Gotabaya Rajapaksa told his new cabinet that he would seek solutions to his country’s problems and that the economic crisis presented an opportunity to bring change https://t.co/bcVwwwxwBa pic.twitter.com/qeWTCyG0MS
— Reuters (@Reuters) April 18, 2022
อย่างไรก็ตาม ราชปักษาตั้งรัฐมนตรีเพิ่ม 17 ตำแหน่ง โดยยังคงมีเครือญาติและเครือข่ายทางการเมือง “เหลืออยู่บ้าง” พร้อมทั้งยืนยันว่า ตัวเขาและพี่ชาย คือนายมหินทา ราชปักษา จะยังคงดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี และนายกรัฐมนตรีต่อไป ส่งสัญญาณว่า ผู้นำศรีลังกายังคงไม่ยอมประนีประนอมให้กับหนึ่งในข้อเรียกร้องหลักของผู้ประท้วง นั่นคือการที่พี่น้องราชปักษาและเครือญาติ “ต้องออกไปให้พ้น” จากเส้นทางการเมืองของศรีลังกา
South Asia's debt-ridden nation, Sri Lanka turns to IMF for the bailout package. Finance Minister Ali Sabry will head to Washington today to hold talks with the global monetary body.@eriknjoka gets you more details
— WION (@WIONews) April 17, 2022
Watch more: https://t.co/AXC5qRcEPB pic.twitter.com/p1QDlMljhS
ทั้งนี้ นายนันดาลัล วีระสิงห์ ผู้ว่าการธนาคารกลางศรีลังกา ประกาศเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว พักชำระหนี้ต่างประเทศทั้งหมด ซึ่งมีกำหนดชำระทั้งสิ้น 4,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปีนี้ (ราว 135,028 ล้านบาท) และยังมีพันธบัตรอีก 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 33,757 ล้านบาท) ซึ่งครบกำหนดชำระในเดือน ก.ค. ที่จะถึง เพื่อหลีกเลี่ยงการอยู่ในสถานะผิดนัดชำระหนี้ โดยระยะเวลาของมาตรการดังกล่าว ขึ้นอยู่กับ ความคืบหน้าในการเจรจากับเจ้าหนี้
ขณะที่เงินทุนสำรองระหว่างประเทศซึ่งมีอยู่อย่างจำกัด ณ เวลานี้ ผู้ว่าการธนาคารกลางศรีลังกากล่าวว่า จะมีการแบ่งสรรไปใช้เพื่อซื้อหาสิ่งของอุปโภคและบริโภคที่จำเป็น โดยเฉพาะอาหารและเชื้อเพลิง.
เครดิตภาพ : REUTERS



