สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเมืองย่างกุ้ง ประเทศเมียนมา เมื่อวันที่ 20 เม.ย. โดยอ้างข้อมูลจากรายงานของหน่วยงานสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศหลายแห่ง รวมถึงฮิวแมน ไรท์ส วอทช์ ระบุว่า นับตั้งแต่เดือน มี.ค.ที่ผ่านมา รัฐบาลทหารเมียนมาของ พล.อ.มิน อ่อง หล่าย เพิกถอนสัญชาติ นักการเมืองฝ่ายค้าน นักเคลื่อนไหว และบุคคลในหลายแวดวงที่มีจุดยืนทางการเมืองคนละฝั่ง รวมแล้วอย่างน้อย 33 คน
ทั้งนี้ ในรายชื่อดังกล่าว มีนักการทูตรวมอยู่ด้วย 3 คน คือ นายจอ มิน ตุน เอกอัครราชทูตเมียนมาประจำสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ซึ่งประกาศจุดยืนชัดเจน ว่าอยู่ตรงข้ามรัฐบาลทหาร ในระยะแรกจึงทำให้เกิดบรรยากาศตึงเครียดอย่างชัดเจน ระหว่างรัฐบาลทหารเมียนมากับยูเอ็น เกี่ยวกับสถาะของผู้ดำรงตำแหน่งดังกล่าว และในที่สุด นายจอ มิน ตุน ยังคงอยู่ในตำแหน่งจนถึงปัจจุบัน
In recent weeks, the Myanmar junta has stripped 33 dissidents of citizenship, including the country's current ambassador to the United Nations. This is part of a growing trend of authorities – including Western governments – using citizenship as a weapon.https://t.co/1XTwNx01Oi
— Andrew Nachemson (@ANachemson) April 20, 2022
ส่วนนักการทูตอีกสองคนซึ่งถูกเพิกถอนสัญชาติ ได้แก่ นายจอ ซอ มิน อดีตเอกอัครราชทูตเมียนมาประจำสหราชอาณาจักร และอีกคนหนึ่งคือ เลขานุการโทประจำสถานเอกอัครราชทูตเมียนมา ณ กรุงวอชิงตัน เมืองหลวงของสหรัฐ
ขณะที่รายงานของฮิวแมน ไรท์ส วอทช์ ระบุด้วยว่า นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่รัฐบาลทหารเมียนมาใช้มาตรการลักษณะนี้ ย้อนกลับไปเมื่อ 2-3 ทศวรรษที่แล้ว มีนักกิจกรรมการเมืองหลายสิบคนในเวลานั้น ถูกเพิกถอนสัญชาติ และจนถึงปัจจุบัน ยังคงไม่ได้รับสถานะการเป็นพลเมืองเมียนมากลับคืน และประณามการดำเนินการดังกล่าว ละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ.
เครดิตภาพ : REUTERS



