นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) เปิดเผยว่า การเข้าร่วมงาน เวิลด์ เอ็กซ์โป 2020 ดูไบ ระหว่าง 1 ต.ค.64-31 มี.ค.65 ที่ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ปรากฏว่าตลอด 6 เดือนของการจัดงาน อาคารแสดงประเทศไทย หรือ ไทยแลนด์ พาวิเลียน มีผู้เข้าเยี่ยมชมกว่า 2.35 ล้านคน หรือ 9.8% จากจํานวน ผู้เข้าชมงานทั้งหมด ซึ่งเกินกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ที่ 7% โดยได้รับความนิยมเป็นอันดับที่ 4 รองจากประเทศซาอุดีอาระเบีย ปากีสถาน และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ จากการเก็บข้อมูลสถิติของ กูเกิล พับพิค ซึ่งเกินเป้าหมายที่ตั้งไว้ว่าจะติดท็อป 10 รวมทั้งยังได้รับรางวัล Honorable Mention ประเภท Editor’s Choice Award จากนิตยสาร  Exhibitor Magazine ที่ได้รับการยอมรับในแวดวงอุตสาหกรรม การจัดแสดงนิทรรศการต่างๆ ทั่วโลก

“อาคารแสดงประเทศไทย สร้างความประทับใจให้กับผู้เข้าชมจากนานาประเทศทั่วโลก ด้วยการนำเสนอศิลปวัฒนธรรมไทย ผ่านการแสดงประจำวันกว่า 900 รอบ การแสดงแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมร่วมกับประเทศต่าง ๆ อีกกว่า 20 ประเทศ ช่วยกระชับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศให้แน่นแฟ้นมากยิ่งขึ้น พร้อมทั้งกิจกรรมพิเศษจากหน่วยงานพันธมิตร และสร้างโอกาสเจรจาธุรกิจให้กับกลุ่มผู้ประกอบการไทยในด้านการท่องเที่ยว การค้าและการลงทุน โดยจากการสำรวจ ความพึงพอใจของผู้เข้าชมอาคารแสดงประเทศไทย พบว่า ผู้ชมกว่า 82% ชื่นชอบ อาคารแสดงประเทศไทย มากกว่าอาคารอื่น ๆ และผู้ชมกว่า 95% ต้องการเดินทางท่องเที่ยวประเทศไทย หลังจากได้เข้าชมอาคารแสดงประเทศไทย”

 นายชัยวุฒิ กล่าวต่อว่า ความสำเร็จดังกล่าวเกิดจากปัจจัยการทำงานร่วมกันของทุกภาคส่วน ทั้ง นักแสดง เยาวชนและทีมงานอาคารแสดงประเทศไทยกว่า 60 ชีวิต ที่ไปปฏิบัติหน้าที่เป็นเป็นระยะเวลากว่า 6 เดือน การสนับสนุนอย่างดีเยี่ยมจากหน่วยงานไทยในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และพันธมิตรภาครัฐและเอกชนกว่า 30 หน่วยงาน ในการจัดแสดงนวัตกรรมดิจิทัล เทคโนโลยีดิจิทัล หรือสินค้าฝีมือคนไทย เพื่อนําเสนอศักยภาพในทุกมิติของประเทศไทย รวมถึงการดําเนินนโยบายการต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง ช่วยกระชับความสัมพันธ์อันดีกับนานาประเทศ และได้เจรจาหารือ ถึงโครงการความร่วมมือในรูปแบบต่างๆ กับ ผู้นําภาครัฐ องค์กรระหว่างประเทศ ผู้บริหารจากองค์กรธุรกิจชั้นนําต่างๆ ด้วย

“เป้าหมายของรัฐบาลในการเข้าร่วมงานครั้งนี้ คือการสร้างความเชื่อมั่นในการค้าและการลงทุน มีคนมาท่องเที่ยว โดยเฉพาะตอนนี้ไทยเปิดประเทศแล้ว รวมถึงเรื่องค้าขายกับคนไทย และการได้รับความเชื่อมั่นจากนานาชาติ เพื่อให้เศรษฐกิจเติบโตและเดินหน้าต่อไป ขณะเดียวกันในส่วนของภาคเอกชนของไทยก็สามารถไปเปิดตลาดการค้า การลงทุนในภูมิภาคตะวันออกได้ด้วยเช่นกัน ซึ่งจะนำไปสู่โอกาสใหม่ในการพลิกฟื้นเศรษฐกิจของประเทศไทยในอนาคต และหวังว่าในการ่วมงาน ครั้งต่อไปที่เวิลด์ เอ็กซ์โป 2025 ที่โอซากา ประเทศไทยจะยังสามารถรักษามาตรฐานในด้านต่างๆ ได้อย่างต่อเนื่อง โดยทางทางรัฐบาล ได้มอบหมายให้ กระทรวงสาธารณสุข เป็นผู้รับผิดชอบในการเข้าร่วมจัดงาน ซึ่งเท่าที่ทราบขณะนี้ ได้กำลังเตรียมงานกันอยู่ เชื่อว่าจะประสบความสำเร็จเหมือนเช่นในครั้งนี้อย่างแน่นอน” นายชัยวุฒิ กล่าว