สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงดิลี ประเทศติมอร์เลสเต เมื่อวันที่ 21 เม.ย. ว่าผลอย่างไม่เป็นทางการ ของการเลือกตั้งประธานาธิบดีติมอร์เลสเต รอบตัดสิน ซึ่งมีการลงคะแนน เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ปรากฏว่า นายโฮเซ รามอส-ฮอร์ตา เป็นผู้ชนะด้วยคะแนนเสียงสนับสนุน 62.09% คิดเป็นคะแนนดิบ 451,000 คะแนน
Timor-Leste presidential election: José Ramos-Horta wins in landslide https://t.co/bT0GEoRfUU
— Guardian Australia (@GuardianAus) April 21, 2022
ขณะที่คู่แข่ง คือนายฟรานซิสโก กูเตร์เรส ได้รับคะแนนเสียงสนับสนุน 37.91% คิดนับสนุน 37.91% คิดเป็นคะแนนดิบ 200,859 คะแนน โดยการเลือกตั้งผู้นำติมอร์-เลสเต รอบตัดสินหรือรอบชิงดำ เกิดขึ้น 1 เดือน หลังการเลือกตั้งรอบแรก เมื่อวันที่ 19 มี.ค. ซึ่งไม่มีผู้สมัครคนใดได้รับคะแนนเสียงสนับสนุนเกิน 50%
ทั้งนี้ รามอส-ฮอร์ตา วัย 72 ปี มีกำหนดสาบานตน เพื่อรับตำแหน่งผู้นำติมอร์เลสเต ในวันที่ 20 พ.ค. นี้ ซึ่งเป็นวันครบรอบ 20 ปี การที่ติมอร์เลสเตเป็นเอกราชจากอินโดนีเซีย ซึ่งปกครองประเทศเกาะขนาดเล็กแห่งนี้ ที่เคยเป็นดินแดนภายใต้อาณานิคมของโปรตุเกส เป็นเวลานาน 24 ปี
Opposition candidate Jose Ramos-Horta wins East Timor's presidential election pic.twitter.com/yI6wnlzLgm
— TRT World Now (@TRTWorldNow) April 20, 2022
อนึ่ง รามอส-ฮอร์ตา เป็นนักการเมืองและนักเคลื่อนไหวชาวติมอร์เลสเต ซึ่งมีชื่อเสียงในระดับโลก เคยได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ ร่วมกับนายคาร์ลอส ฟิลิเป ซิเมเนส เบโล บิชอปชาวติมอร์เลสเต เมื่อปี 2539 “จากความพยายามบนแนวทางอันสันติ เพื่อสร้างสันติภาพในติมอร์เลสเต” และการเตรียมดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีของรามอส-ฮอร์ตา ในครั้งนี้ จะเป็นสมัยที่สอง หลังเคยทำหน้าที่นี้มาแล้ว ระหว่างปี 2550-2555.
เครดิตภาพ : REUTERS



