จากกรณีมีสาวผู้เสียหายหลายรายอ้างว่าถูก อดีตรองหัวหน้าพรรคการเมืองแห่งหนึ่งข่มขืน ลวนลาม กระทำอนาจารต่อหน้าธารกำนัล และขอคำปรึกษาทางกฎหมายกับ นายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือ ทนายตั้ม เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชนฯ ก่อนจะมีการพาผู้เสียหายเข้าแจ้งความที่ สน.ลุมพินี ตลอดทั้งสัปดาห์ที่ผ่านมา เพื่อให้ตำรวจดำเนินคดี ตามที่มีการนำเสนอข่าวไปแล้วนั้น

เมื่อวันที่ 24 เม.ย. ที่สำนักงานษิทรา ลอว์เฟิร์ม ถนนสาทรใต้ แขวงยานนาวา เขตสาทร กรุงเทพฯ นายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือทนายตั้ม เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชนฯ เปิดเผยถึงความคืบหน้าคดีว่า วันนี้พนักงานสอบสวน สน.ลุมพินี ได้เรียกตนไปสอบปากคำเป็นพยานรวม 9 คดี จากการพูดคุยกับตำรวจทราบว่าคดีมีความคืบหน้าไปมาก ขณะนี้อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อเตรียมยื่นขออนุมัติหมายจับเพิ่มเติม ส่วนกล้องวงจรปิดตำรวจก็ได้หลักฐานมาแล้ว พบว่าเห็นการกระทำผิดชัดเจน ส่วนการให้ความช่วยเหลือผู้เสียหายทั้ง 14 ราย นั้น ตนพร้อมทีมทนายความพร้อมให้ความช่วยเหลือทุกคน และถึงแม้ผู้เสียหายรายแรกจะไม่ได้ให้ทีมทนายความของตนดูแล คดีของผู้เสียหายรายอื่นก็ยังสามารถเดินหน้าต่อได้ เพราะถือว่าเป็นต่างกรรมต่างวาระ และยืนยันว่าคดีกระทำอนาจารต่อหน้าธารกำนัลนั้นไม่สามารถยอมความได้

นายษิทรา กล่าวต่ออีกว่า วันนี้ (24 เม.ย.) ตนเตรียมพาผู้เสียหายรายที่ 16 เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สน.ลุมพินี เพื่อให้ดำเนินคดีกับอดีตรองหัวหน้าพรรคการเมืองรายนั้น โดยผู้เสียหายรายนี้เป็นหญิงอายุ 20 กว่าปีทำงานแล้ว ซึ่งเป็นบุคคลที่ติดต่อมาในช่วงแรกแต่ยังไม่ได้มีการพูดคุยกัน จนเมื่อ 2 วันที่แล้วได้มีการพูดคุยกันอีกครั้ง เนื่องจากผู้เสียหายอยู่ต่างจังหวัดจึงยังไม่สะดวกเดินทางมาแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ และวันนี้ผู้เสียหายพร้อมแล้วที่จะเข้าแจ้งความตนจึงประสานไปยัง ผกก.สน.ลุมพินี ว่าจะพาผู้เสียหายเข้าไปแจ้งความกับพนักงานสอบสวน เพื่อให้ดำเนินคดี เนื่องจากผู้เสียหายถูกลวนลาม เหตุเกิดประมาณ 3 ปีแล้ว

สำหรับพฤติกรรมก็จะคล้าย ๆ กับผู้เสียหายรายอื่นๆก่อนหน้า โดยผู้เสียหายได้เจอจากงานสัมนาเกี่ยวกับด้านการเงินการลงทุนที่ผู้เสียหายเข้าร่วมฟังสัมนา โดยมีนักการเมืองรายนี้เป็นวิทยากร และมีการให้คอนแทคกันเพื่อติดต่อ จากนั้นก็ทักมาจีบและนัดเจอที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งก่อนกระทำการลวนลาม ซึ่งจากการพูดคุยกับผู้เสียหายก็พบว่ายังมีความกังวลใจเรื่องหลักฐานที่อาจจะไม่มีแล้ว เพราะเหตุเกิดนานแล้ว แต่ตนก็ให้ความมั่นใจกับผู้เสียหายว่าไม่ต้องกังวลใจเพียงแต่ขอให้เล่าข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นในวันนั้นให้ตำรวจฟัง เมื่อตำรวจสอบปากคำแล้วและเรามีพยานที่ทราบเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น จากนั้นตำรวจจะมีกระบวนการทางกฎหมายที่จะสืบหาข้อเท็จจริง ก่อนจะส่งสำนวนให้อัยการและส่งฟ้องศาลต่อไป.

นายษิทรา กล่าวเพิ่มเติมว่า ตอนนี้ตนมีความกังวลใจเรื่องความปลอดภัยของครอบครัวมากที่สุด แต่ก็ยืนยันจะทำคดีต่อไปเพราะไม่ใช่ค่าคดีนี้ที่มีความเกี่ยวข้องกับนักการเมือง แต่ที่ผ่านมาตนก็เข้าไปทำคดีที่เกี่ยวข้องกับผู้มีอิทธิพลหลายคดี โดยพร้อมที่จะให้ความช่วยเหลือในคดีเหมือนเดิม.