เมื่อวันที่ 26 เม.ย. ศาลปกครองสูงสุดมีคำพิพากษายกฟ้อง ในคดีที่สมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน ยื่นฟ้องกรมทางหลวงและกระทรวงคมนาคม กรณีอนุมัติให้บริษัทเอกชนดำเนินโครงการเพิ่มประสิทธิภาพทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 2090 หรือถนนธนะรัชต์ ตอนแยกทางหลวงหมายเลข 2 ต่อเขตอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่มรดกโลกระยะทาง 8.1 กิโลเมตร และให้ฟื้นฟูสภาพความเสียหายที่เกิดขึ้นตลอดแนวถนนธนะรัชต์ให้กลับมามีสภาพคล้ายเดิมมากที่สุด โดยนำต้นไม้ที่ถูกขุดล้อมออกไปหรือที่มีลักษณะขนาดใกล้เคียงกับต้นไม้เดิมที่ถูกฟันโค่น กลับมาปลูกทดแทนในจุดหรือในพื้นที่เดิมไม่ต่ำกว่า 1 หมื่นต้น ตลอดแนวถนนทั้ง 2 ด้านของถนนธนะรัชต์
โดยศาลปกครองสูงสุดให้เหตุผลที่พิพากษายกฟ้องสรุปว่า กรมทางหลวงและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการขุดล้อมบอนต้นไม้ตามข้อเสนอแนะของกรมป่าไม้ นอกจากนี้หลังการขยายเขตทาง กรมทางหลวงได้ปลูกต้นไม้หวงห้ามหลายประเภทที่ถูกตัดฟันอาทิ สะเดา, ประดู่แดง, หว้า, อินทนิล โดยปรากฏภาพถ่ายว่าปัจจุบันสภาพของเขตทางทั้งสองด้านมีต้นไม้ขึ้นหนาแน่น จึงเห็นว่าผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสองได้ดำเนินการฟื้นฟูต้นไม้ในเขตทางเพียงพอแก่พฤติการณ์ความเสียหายจากการดำเนินโครงการพิพาท
ดังนั้นการที่ศาลปกครองชั้นต้นพิพากษาให้ผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสองร่วมกันนำต้นไม้ตามชนิดประเภทขนาดเดียวกัน หรือใกล้เคียงกันและในจำนวนเท่ากันกับต้นไม้ที่ถูกตัดโค่นไปแล้วตามบัญชีที่ได้สำรวจบันทึกเมื่อวันที่ 24 ธ.ค.52 ไปปลูกทดแทนตามแนวเขตทางหลวง 2090 ช่วง กม.2+000.000 ถึง กม.10+100.000 เพื่อให้มีสภาพใกล้เคียงของเดิมมากที่สุดนั้น ศาลปกครองสูงสุดไม่เห็นพ้องด้วย พิพากษายกฟ้อง.



