สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงโคลัมโบ ประเทศศรีลังกา เมื่อวันที่ 26 เม.ย. ว่า กระทรวงข่าวสารของศรีลังกาออกแถลงการณ์ เกี่ยวกับการเริ่มการเจรจาประนีประนอมกับจีน เพื่อปรับโครงสร้างหนี้ โดยยืนยันว่า รัฐบาลปักกิ่งเห็นชอบและยินดีหารือ
ทั้งนี้ หากไม่นับรวมกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) และธนาคารโลก (เวิลด์แบงก์) จีนถือเป็นประเทศผู้อนุมัติสินเชื่อรายใหญ่ที่สุดของศรีลังกา คิดเป็นวงเงินสะสมอย่างน้อย 3,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 119,803.25 ล้านบาท)


ขณะที่ ประธานาธิบดีโกตาพญา ราชปักษา ผู้นำศรีลังกา เคยเรียกร้องอย่างตรงไปตรงมากับรัฐบาลปักกิ่ง ระหว่างการต้อนรับนายหวัง อี้ มนตรีแห่งรัฐ และรมว.การต่างประเทศของจีน เมื่อเดือน ม.ค.ที่ผ่านมา ขอให้มีการพิจารณาปรับโครงสร้างหนี้ เนื่องจากภาวะตึงตัวอย่างหนักทางเศรษฐกิจ ซึ่งเป็นผลจากวิกฤติโควิด-19 ได้สร้างอุปสรรคอย่างหนักให้กับการชำระหนี้ของศรีลังกา


อนึ่ง นายนันดาลัล วีระสิงห์ ผู้ว่าการธนาคารกลางศรีลังกา ประกาศเมื่อต้นเดือนนี้ เกี่ยวกับการพักชำระหนี้ต่างประเทศทั้งหมด ซึ่งมีกำหนด 4,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปีนี้ (ราว 136,918 ล้านบาท) โดยในจำนวนนี้รวมถึงพันธบัตรอีก 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 34,229.50 ล้านบาท) ซึ่งครบกำหนดชำระในเดือน ก.ค.ที่จะถึง เนื่องจากศรีลังกากำลังเผชิญกับสถานการณ์ที่ท้าทายและยากที่จะหลีกเลี่ยง การพักชำระหนี้จากภายนอก จึงเป็นการดำเนินการที่เป็นไปได้มากที่สุด เพื่อหลีกเลี่ยงการอยู่ในสถานะผิดนัดชำระหนี้ด้วย.

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES