เมื่อวันที่ 22 เม.ย. สื่อท้องถิ่นรายงานว่า มีครอบครัวจากจังหวัดยามากูจิครอบครัวหนึ่ง ได้รับเงินช่วยเหลือผู้ที่เดือดร้อนจากสถานการณ์โรคโควิด-19 ระบาดเป็นจำนวนสูงถึง 46.3 ล้านเยน (ประมาณ 12.4 ล้านบาท) โดยเป็นการโอนเงินที่ผิดพลาดของเจ้าหน้าที่หน่วยงานประจำเมือง
ความผิดพลาดนี้เกิดขึ้นระหว่างการแจกจ่ายเงินช่วยเหลือให้ผู้ประสบความเดือดร้อนจากสถานการณ์โรคระบาด เนื่องจากมีรายได้น้อย โดยผ่านการโอนเงินเข้าบัญชี ซึ่งตามงบประมาณที่กำหนด แต่ละครอบครัวจะได้รับเงินช่วยเหลือบ้านละ 100,000 เยน (ประมาณ 27,000 บาท) และได้รับการยกเว้นภาษี ซึ่งเมืองอาบุในจังหวัดยามากูจิ มีจำนวนครอบครัวที่เข้าเกณฑ์ได้รับเงินช่วยทั้งหมด 463 หลังคาเรือน
ตามรายงานของเจ้าหน้าที่ประจำเมือง ในวันที่ 1 เม.ย. เจ้าหน้าที่ผู้ดูแลทรัพย์สินและงบประมาณของเมืองได้นำข้อมูลเลขที่บัญชีธนาคารของทั้ง 463 ครอบครัวที่จะได้รับเงินช่วยมาใส่ลงในระบบ เพื่อจะได้โอนเงินให้ครอบครัวทั้งหมดตามที่กำหนด คือครอบครัวละ 100,000 เยน
แต่กลายเป็นว่า อีก 5 วันต่อมา เจ้าหน้าที่คนดังกล่าวได้ส่งแบบฟอร์มการโอนเงินที่ผิดพลาดเข้าระบบ โดยในแบบฟอร์มมีเพียงรายชื่อของครอบครัวเพียงครอบครัวเดียวที่ได้รับเงิน จึงกลายเป็นว่าครอบครัวดังกล่าวเป็นผู้ได้รับเงินโอนทั้งหมด 46.3 ล้านเยน แทนที่จะได้เงินเพียงแสนเดียว
ตอนแรก ครอบครัวดังกล่าวแสดงเจตนาที่จะคืนเงินส่วนเกินให้ทางการ แต่ต่อมา เจ้าหน้าที่กลับติดต่อพวกเขาไม่ได้ จนกระทั่งถึงวันที่ 21 เม.ย. จึงเจอตัว ซึ่งสมาชิกของครอบครัวดังกล่าวก็ได้แจ้งแก่เจ้าหน้าที่ว่า ได้มีการโอนเงินทั้งหมดไปที่อื่นแล้ว และไม่สามารถนำมาคืนทางการได้ เขายังบอกว่าไม่มีเจตนาจะหลบหนีและยินดีรับโทษของการกระทำผิดกฎหมายในครั้งนี้
เนื่องจากเจ้าหน้าที่ระดับเมืองไม่มีอำนาจสั่งการให้ตรวจสอบข้อมูลการโอนเงินและฝาก-ถอน ผ่านบัญชีส่วนตัวของธนาคาร จึงต้องขอคำปรึกษาจากทนายความและเจ้าหน้าที่ตำรวจระดับจังหวัด โดยนายโนริฮิโกะ ฮานาดะ นายกเทศมนตรีของเมืองอาบุ ระบุว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องที่น่าผิดหวังอย่างยิ่งและทางการก็กำลังหาทางแก้ไขสถานการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างดีที่สุด
แหล่งข่าว : mainichi.jp
เครดิตภาพ :; Getty Images



