วานนี้ (30 เม.ย.) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานคดีฆาตกรรมสยองขวัญ หลังจากที่มีการพบศพชายหนุ่มจากชุมชนชาวยิวออร์โธดอกซ์ในย่านบรูกลิน นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา ในสภาพถูกหั่นแยกชิ้นส่วนและนำมาทิ้งในกรุงโบโกตา ประเทศโคลอมเบีย ระหว่างที่เขาเดินทางมาเพื่อพบปะหญิงสาวที่เขาอาจตัดสินใจแต่งงานด้วย

ศพของ นาคุม อิสราเอล อีเบอร์ วัย 51 ปี สมาชิกชุมชนชาวยิวเบลซ์ ฮาสิดิค ย่านโบโรพาร์ค นครนิวยอร์ก ถูกหั่นแยกส่วนและห่อไว้ด้วยเสื้อผ้าที่เปื้อนเลือด ซึ่งมีผู้นำมาทิ้งไว้บนถนนในกรุงโบโกตา เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา

ในตอนแรก ทางการและสื่อท้องถิ่นของโคลอมเบียเข้าใจผิดว่าผู้มาเยือนจากนิวยอร์กรายนี้เป็น “แรบไบ” หรือผู้นำทางศาสนาของชุมชนชาวยิว แต่เพื่อนๆ ของเขากล่าวว่าความจริงแล้ว ผู้ตายเป็นนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์และช่างประปา

“มันเป็นโศกนาฏกรรมที่เลวร้ายมาก” มอตติ เดรสเนอร์ เพื่อนสนิทของอีเบอร์กล่าวเมื่อวันพฤหัสบดี “เขาเป็นสุภาพบุรุษที่อยู่ในวัยกำลังสร้างตัว มักจะพูดถึงอนาคตเสมอว่าเขาจะแต่งงานใหม่และหาเจ้าสาวที่สมบูรณ์แบบเพื่อมีชีวิตที่สวยงาม การที่เขาต้องมาถูกตัดตอนชีวิตไปแบบนี้ช่างน่าเศร้า”

เดรสเนอร์กล่าวว่า อีเบอร์ซึ่งเป็นพ่อม่ายที่หย่าร้างแล้ว ได้พบกับผู้หญิงที่อาจจะมาเป็นภรรยาใหม่ในชุมชนชาวยิวในโบโกตา และเดินทางไปที่นั่นเพื่อพบกับเธอ

หลักฐานคลิปวิดีโอจากกล้องวงจรปิดเผยภาพของอีเบอร์ขณะออกจากที่พักแอร์บีเอ็นบีในเมืองหลวงของโคลอมเบีย เมื่อเวลาประมาณ 21.00 น. ของวันที่ 21 เมษายน จากนั้นเขาก็หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย

หลายวันต่อมา มีผู้รายงานว่าพบเสื้อผ้าที่มีคราบเลือดอยู่อีกฝั่งหนึ่งของเมือง ซึ่งต่อมาทางการยืนยันว่าเป็นเสื้อผ้าของอีเบอร์

ตำรวจท้องถิ่นยังไม่สามารถสรุปแรงจูงใจในการสังหารที่โหดเหี้ยมครั้งนี้ได้ แต่เชื่อว่าผู้ตายอาจตกเป็นเป้าหมายของแก๊งอาชญากรที่มักจะดักปล้นนักท่องเที่ยว ขณะนี้ครอบครัวของอีเบอร์กำลังจัดการเรื่องการนำร่างของเขากลับมาประกอบพิธีฝังที่บ้านเกิด

“เขาเป็นคนที่ไม่เคยทำร้ายใครเลย” เดรสเนอร์กล่าว “เขามักจะใจดี มีรอยยิ้ม และพูดจาในแง่บวกเสมอ แม้ในช่วงเวลาที่ยากลำบากที่สุด เขาก็มักจะบอกว่าทุกอย่างจะผ่านไปได้ด้วยดี เขาพยายามทำทุกอย่างให้ดีที่สุดและมองโลกในแง่ดีเสมอ”

เขากล่าวเสริมว่า “ชุมชนของเราสะเทือนใจและตกอยู่ในอาการช็อก ที่คนๆ หนึ่งเดินทางไปที่นั่นเพียงเพื่อจัดการธุระส่วนตัว แต่กลับต้องมาลงเอยแบบนี้ มันทำให้ทุกอย่างรู้สึกไม่ปลอดภัยไปหมด”

ทางด้านสถานทูตสหรัฐในกรุงโบโกตา ยังไม่ได้ออกมาให้ความเห็นใดๆ ในคดีนี้

ที่มา : nypost.com

เครดิตภาพ : YouTube / Noticias Caracol