
มอบเครื่องอุปโภคบริโภค
ช่วงเช้าของวันที่ 22 สิงหาคม 2565 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายวีระชัย นาคมาศ ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พร้อมด้วย นายวิทยา เขียวรอด นายอำเภอพระนครศรีอยุธยา นายสุระบัณฑิต กันยานะ นายอำเภอบ้านแพรก คณะกรรมการเหล่ากาชาดจังหวัด สมาชิกแม่บ้านมหาดไทย ผู้นำท้องที่ท้องถิ่น และผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมลงพื้นที่เยี่ยมเยียนและมอบเครื่องอุปโภคบริโภค ให้แก่นักเรียนทุนการศึกษาพระราชทานสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร (ม.ท.ศ.) นักเรียนทุนโครงการต่างๆ และผู้ด้อยโอกาสทางสังคมในพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพื่อสร้างขวัญกำลังใจและติดตามความคืบหน้าการให้ความช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง
โดย นายวีระชัย นาคมาศ เปิดเผยว่า จังหวัดพระนครศรีอยุธยา มีนักเรียนทุนการศึกษาพระราชทานสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร (ม.ท.ศ.) ทุนพระบรมราชานุเคราะห์ ทุนพระราชานุเคราะห์ ทุนมูลนิธิร่วมจิตต์น้อมเกล้า ทุนพระราชทานเพื่อการศึกษาสงเคราะห์ฯ ทุนจากกองทุนพัฒนาเด็กชนบทในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ในพระบรมราชูปถัมภ์ ผู้ป่วยในพระบรมราชานุเคราะห์ฯ และผู้ด้อยโอกาสในสังคม จำนวน 132 ราย ซึ่งที่ผ่านมาได้ติดตามเยี่ยมเยียนดูแลแล้ว 30 ราย สำหรับในวันนี้ (22 สิงหาคม 2565) ได้ลงพื้นที่เยี่ยมเยียนในอำเภอบ้านแพรก อำเภอมหาราช และอำเภอพระนครศรีอยุธยา จำนวน 12 ราย รวม 42 ราย และมีกำหนดจะลงพื้นที่ในวันที่ 23, 29 สิงหาคม และ 1, 5, 6, 12, 13, 21, 22 กันยายนนี้ เพื่อเยี่ยมเยียนดูแลความเป็นอยู่ สอบถามปัญหาอุปสรรค ความต้องการในด้านการศึกษา การดำรงชีพ และเป็นสร้างขวัญกำลังใจอย่างต่อเนื่องอีกด้วย (เผอิญ – วุฒิภัทร ไทยสม / อยุธยา)

รับมอบเก้าอี้สุขาช่วยน้ำท่วม
วันที่ 17 สิงหาคม 2565 ที่หอประชุมพระพิรุณ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ ศูนย์หันตรา อำเภอพระนครศรีอยุธยา นายวีระชัย นาคมาศ ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นประธานรับมอบเก้าอี้สุขา จำนวน 300 ชุด และกล่องบรรจุสิ่งของเครื่องอุปโภคบริโภค จำนวน 200 ชุด รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 305,000 บาท จากบริษัท เกรียงถาวรคอนเทนเนอร์ จำกัด นำโดย นายสมาน – นางเพียงเพ็ญ คุณากรไพบูลย์ศิริ กรรมการผู้จัดการบริษัทฯ โดยมี นายวิบูลย์ สงวนพงษ์ อดีตปลัดกระทรวงมหาดไทย ร.ต.ท.อาทิตย์ บุญญะโสภัต อดีตอธิบดีกรมการปกครอง นายเรวัติ ประสงค์ อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดอ่างทอง ร่วมเป็นเกียรติ พร้อมด้วย นายประทีป การมิตรี และนายไพรัตน์ เพชรยวน รองผู้ว่าราชการจังหวัด นางสาวนฤมล พงษ์สุภาพ พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด นายอำเภอและผู้แทนทั้ง 16 อำเภอ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมพิธีและรับมอบเก้าอี้ และกล่องเครื่องอุปโภคบริโภคดังกล่าว เพื่อช่วยแก้ปัญหาให้แก่คนพิการ ผู้สูงอายุ และผู้ยากไร้ ในพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
โดย นายวีระชัย นาคมาศ ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา กล่าวว่า ปัจจุบันจังหวัดพระนครศรีอยุธยา มีกลุ่มคนพิการ จำนวน 22,784 คน คิดเป็นร้อยละ 2.79 ของจำนวนประชากร ส่วนใหญ่มีความพิการทางการเคลื่อนไหวหรือทางร่างกาย จำนวน 6,293 คน และกลุ่มผู้สูงอายุ จำนวน 163,279 คน ซึ่งพบปัญหาเกี่ยวกับด้านการขับถ่าย หรือเคลื่อนไหวไม่สะดวก และได้รับผลกระทบจากอุทกภัย ซึ่งการได้รับสนับสนุนเก้าอี้สุขาและสิ่งของเครื่องอุปโภคบริโภคในครั้งนี้ เพื่อนำไปมอบให้คนพิการ ผู้สูงอายุ และผู้ยากไร้ ซึ่งจะสามารถช่วยแก้ปัญหาเรื่องของการนั่งยองเวลาขับถ่าย และได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในพื้นที่แต่ละอำเภอ ทำให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับประชาชนชาวจังหวัดพระนครศรีอยุธยา รวมทั้งเพิ่มประสิทธิภาพระบบการดูแลสุขภาพของประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ครั้งนี้อีกด้วย (เผอิญ – วุฒิภัทร ไทยสม / อยุธยา)

เยี่ยม รพ.สต.ติดดาว
ช่วงเช้าของวันพฤหัสบดีที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2565 นายชัยชาญ สิทธิวิรัชธรรม ผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรี ให้การต้อนรับศาสตร์ตราจารย์เกียรติคุณ นายแพทย์เกษม วัฒนชัย องคมนตรี และคณะฯ ร่วมด้วย นางจิตติวรรณ สิทธิวิรัชธรรม นายกเหล่ากาชาดจังหวัดสิงห์บุรี นพ.โชคชัย สาครพานิช นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสิงห์บุรี นายอำเภอท่าช้าง นายอำเภอค่ายบางระจัน ข้าราชการในพื้นที่และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ในการลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมสร้างขวัญกำลังใจ ระบบคุณภาพ รพ.สต.ติดดาว ณ สถานีอนามัยเฉลิมพระเกียรติ 60 พรรษา นวมินทราชินี ตำบลพิกุลทอง อำเภอท่าช้าง และโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลท่าข้าม อำเภอค่ายบางระจัน จังหวัดสิงห์บุรี
ในการลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมของมูลนิธิพัฒนาสถานีอนามัยเฉลิมพระเกียรติฯ เพื่อเสริมพลังและรับฟังประเด็นต่างๆ และประสบการณ์เพื่อแลกเปลี่ยน ร่วมกันกำหนดทิศทางการดำเนินงานหน่วยบริการปฐมภูมิให้มีประสิทธิภาพและเป็นต้นแบบที่มีคุณภาพ มีประสิทธิผลยั่งยืนและเกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชนกลุ่มเป้าหมายของสถานีอนามัยเฉลิมพระเกียรติฯ และสถานีอนามัยพระราชทานนามทั้ง 92 แห่ง ในอนาคตอย่างยั่งยืน (อำนาจ สุขเย็น / สิงห์บุรี)

ต้อนรับทูต สปป.ลาว
นายนิวัฒน์ รุ่งสาคร ผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี ให้การต้อนรับท่าน คำพัน อั่นลาวัน เอกอัครราชทูตแห่งสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ประจำประเทศไทย พร้อมคณะ ณ ห้องรับรอง ศาลากลางจังหวัดลพบุรี ก่อนจะเดินทางไปเยี่ยมชาวไทยพวนใน อำเภอบ้านหมี่ จังหวัดลพบุรี
ทั้งนี้จากประวัติความเป็นมา พี่น้องไทยพวนได้เดินทางเข้ามาตั้งถิ่นฐานอยู่ในประเทศไทยเป็นเวลามากกว่า 200 ปีแล้ว มีการตั้งถิ่นฐานในพื้นที่หลายจังหวัดของประเทศไทย อาทิ จังหวัดสระบุรี จังหวัดนครนายก จังหวัดปราจีนบุรี จังหวัดฉะเชิงเทรา และจังหวัดลพบุรี ซึ่งในจังหวัดลพบุรี โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่อำเภอสนามแจง ตำบลบ้านเซ่า ซึ่งต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็นอำเภอบ้านหมี่ ถือได้ว่ามีกลุ่มชาวไทยพวนอาศัยอยู่มากที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศไทย ทั้งนี้ คณะเอกอัครรัฐทูตฯ ได้ไปเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ไทยพวน ณ เทศบาลตำบลถนนใหญ่ อำเภอเมือง จากนั้นเยี่ยมยามพี่น้องไทยพวน ณ วัดเชียงงา วัดทุ่งทะเลหญ้า อำเภอบ้านหมี่ จังหวัดลพบุรี (กฤษณพงศ์ อยู่รอด – ธนพล อาภรณ์พงษ์ / ลพบุรี)

รณรงค์รักป่า ลดโลกร้อน
นายอนุสรณ์ นาคาศัย นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดชัยนาท เป็นประธานเปิดโครงการ ชัยนาทรักป่า ณ สนามกีฬาเขาพลอง สเตเดี้ยม ตำบลเขาท่าพระ อำเภอเมือง จังหวัดชัยนาท โดยมีวัตถุประสงค์ของโครงการปลูกป่า ซึ่งจะเห็นได้ว่าปัจจุบันโลกกำลังเผชิญกับภาวะการเปลี่ยนแปลงของภูมิอากาศ ที่ทำให้อุณหภูมิโลกสูงขึ้น หรือเรียกว่าภาวะโลกร้อนซึ่งส่งผลให้เกิดปรากฎการทางธรรมชาติของมนุษย์ ดังนั้นเพื่อเป็นการส่งเสริม ให้ผู้บริการองค์การบริหารส่วนจังหวัดชัยนาท สมาชิกสภาองค์ การบริหารส่วนจังหวัดชัยนาท ข้าราชการ ลูกจ้าง พนักงาน ขององค์การฯ เข้ามามีส่วนร่วมเข้ามาร่วมช่วยกันแก้ไขปัญหาภาวะโลกร้อน และเพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลที่ได้กำหนดให้จัดโครงการท้องถิ่นปลูกป่าเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง “รวมใจท้องถิ่น ปลูกต้นไม้เพื่อแผ่นดิน สืบสานสู่ 90 ล้านต้น” (สมชัย ลัทธิเดช / ชัยนาท)

เฝ้าสถานการณ์น้ำ
นายวีระชัย นาคมาศ ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เปิดเผยว่า โครงการชลประทานพระนครศรีอยุธยา แจ้งสถานการณ์น้ำ วันที่ 19 สิงหาคม 2565 เวลา 06.00 น. มีจุดเฝ้าระวังน้ำ 2 จุด ได้แก่ จุดแรกปริมาณน้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยา ไหลผ่าน สถานี C13 จังหวัดชัยนาท ระบายน้ำที่ 1,400 ลบ.ม./วินาที เพิ่มขึ้นจากเมื่อวาน 100 ลบ.ม./วินาที ทำให้ระดับน้ำที่ สถานี C35 จังหวัดพระนครศรีอยุธยา มีระดับน้ำ 3.43 ม. เพิ่มขึ้นจากเมื่อวาน 15 ซ.ม ในส่วนจุดที่ 2 ปริมาณน้ำเขื่อนพระรามหกไหลผ่าน สถานี S26 ระบายน้ำที่ 358 ลบ.ม./วินาที ลดลงจากเมื่อวาน 21 ลบ.ม./วินาที
โดย ปภ.พระนครศรีอยุธยา รายงานว่า ปัจจุบันยังคงมีสถานการณ์น้ำเอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมใต้ถุนบ้าน ยังไม่กระทบกับการดำเนินชีวิตของประชาชน เนื่องจากเป็นวิถีชีวิตของบ้านริมแม่น้ำ ใต้ถุนสูง มีเรือทุกบ้าน และมีไม้กระดานวางเพื่อเดินเข้าบ้าน ทั้งนี้ มีผู้ได้รับผลกระทบ และพื้นที่การเกษตร จำนวน 4 อำเภอ 33 ตำบล 143 หมู่บ้าน 3 ชุมชน 4,265 ครัวเรือน ได้แก่ อำเภอเสนา รวม 6 ตำบล 39 หมู่บ้าน 3 ชุมชน 1,878 ครัวเรือน อำเภอผักไห่ รวม 6 ตำบล 29 หมู่บ้าน 931 ครัวเรือน อำเภอบางบาล รวม 9 ตำบล 33 หมู่บ้าน 506 ครัวเรือน และอำเภอบางไทร รวม 12 ตำบล 42 หมู่บ้าน 950 ครัวเรือน
สำหรับการแก้ไขปัญหาและให้การช่วยเหลือประชาชน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด ได้ดำเนินการตรวจสอบ และเฝ้าระวัง พื้นที่สำคัญเขตพระราชฐาน โบราณสถาน และวัดที่สำคัญ พื้นที่เขตเศรษฐกิจ นิคมอุตสาหกรรมในพื้นที่ต่างๆ และพื้นที่ชุมชนหนาแน่น เขตเทศบาลนคร เทศบาลเมือง ซึ่งศูนย์ป้องและบรรเทาสาธารณภัย เขต 2 สุพรรณบุรี ได้ติดตั้งเครื่องสูบน้ำขนาด 14 นิ้ว อัตราการสูบ 28,000 ลิตร/นาที ได้แก่ จุดที่ 1 ในพื้นที่ หมู่ที่ 8 โรงนา ตำบลน้ำเต้า และหมู่ที่ 5 ตำบลบ้านคลัง อำเภอบางบาล และจุดที่ 2 ในพื้นที่ ตำบลกบเจา ตำบลบ้านคลัง ตำบลน้ำเต้า และ ตำบลทางช้าง เพื่อใช้ช่วยเหลือเกษตรกรที่กำลังจะเก็บเกี่ยวข้าว กว่า 2,000 ไร่ ส่วนประชาชนที่เดือดร้อนจากน้ำท่วมสามารถติดต่อสายด่วน 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง
อย่างไรก็ตาม เจ้าท่าภูมิภาคสาขาอยุธยา แจ้งเตือนชาวเรือจะต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ ในส่วนลำน้ำเจ้าพระยา 2 จุด คือ ช่วงจุดบรรจบแม่น้ำเจ้าพระยา และแม่น้ำป่าสัก หน้าวัดพนัญเชิงวรวิหาร จุดนี้กระแสน้ำจะไหลแรงมาก และเคยเกิดอุบัติเหตุในช่วงน้ำหลากเกือบทุกปี และมีคำสั่งควบคุมการเดินเรือ โดยให้เรือลากจูงลำเลียงสินค้าแล่นตามลำน้ำและทำการลากจูงเรือลำเลียงสินค้าได้ไม่เกินพ่วงละ 3 ลำ ห้ามบรรทุกสินค้าเกินกว่ากำหนดที่เจ้าท่าอนุญาตไว้ โดยให้เพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษ และให้ผู้ควบคุมเรือสวมใส่ชูชีพทุกครั้งขณะปฏิบัติงาน (เผอิญ – วุฒิภัทร ไทยสม / อยุธยา)

ตั้งพนังกั้นน้ำ
จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ได้ตรวจสอบพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วม ซึ่งเป็นพื้นที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ ที่จะต้องจัดตั้งพนังกั้นน้ำ จำนวน 5 พื้นที่ โดยได้ดำเนินการยกพนังกั้นน้ำขึ้นแล้ว จำนวน 3 พื้นที่ ยังไม่ได้ยกขึ้น จำนวน 2 พื้นที่ ดังนี้
1.เขตพระราชฐาน พระตำหนักสิริยาลัย จะตั้งเขื่อน A เสร็จวันนี้ ระดับน้ำห่างจากตลิ่งประมาณ 50 ซม.
2. วัดไชยวัฒนาราม จะตั้งเสร็จวันนี้ ระดับน้ำห่างจากตลิ่ง ประมาณ 60 ซม.
3.วัดธรรมาราม จะตั้งเสร็จวันนี้ ระดับน้ำห่างจากตลิ่ง ประมาณ 1 เมตร
4. วัดกษัตราธิราช วรวิหาร คาดว่าจะดำเนินการแล้วเสร็จวันนี้ ระดับน้ำห่างจากตลิ่ง 30 ซม.
5. วัดพนัญเชิงวรวิหาร ระดับน้ำยังห่างจากตลิ่ง ประมาณ 2 เมตร (วุฒิภัทร ไทยสม / อยุธยา)

ติดตามสถานการณ์น้ำ
วันที่ 22 สิงหาคม 2565 ที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายชัยชาญ สิทธิวิรัชธรรม ผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรี พร้อมด้วย นายสมชาย ลีหล้าน้อย รองผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรี นางสาวนงเยาว์ เทพศิริ หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสิงห์บุรี ตรวจและติดตามสถานการณ์น้ำในพื้นที่ อ.อินทร์บุรี บริเวณทุ่งเชียงราก ตำบลชีน้ำร้าย ที่ได้มีการติดตั้งเครื่องสูบน้ำของ อบจ. และชลประทาน จำนวน 4 เครื่อง เพื่อระบายน้ำที่ท่วมขังไร่นาของประชาชน และได้สั่งการให้เพิ่มเครื่องสูบน้ำของ ปภ. เพื่อเร่งระบายน้ำลงสู่คลองระบายต่อไป จากนั้นได้เดินทางมายังประตูระบายบางโฉมศรี ตำบลท่างาม และได้เยี่ยมเยียนและแจ้งเตือนประชาชนที่มีบ้านเรือนเสี่ยงต่อการเกิดอุทกภัย เนื่องจากคาดว่าปีนี้น้ำจะมาเร็วกว่าเดิม และได้ติดตามสถานการณ์น้ำบริเวณใต้สะพานบางระจัน ตำบลบางพุทรา อำเภอเมืองสิงห์บุรี
จังหวัดสิงห์บุรี ได้บูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันวางแผนเตรียมรับมือกับสถานการณ์ในพื้นที่โดยและหาแนวทางป้องกันการเกิดอุทกภัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งประชาชนที่มีบ้านเรือนในพื้นที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาที่ประสบอุทกภัยอยู่บ่อยครั้ง ซึ่งการก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งริมแม่น้ำเจ้าพระยาจะช่วยบรรเทาปัญหาอุทกภัยแก่ประชาชนที่อาศัยบริเวณริมแม่น้ำเจ้าพระยา (อำนาจ สุขเย็น / สิงห์บุรี)

ลงพื้นที่สระบุรี
ผู้สื่อข่าวรายงานมาว่า ที่ศูนย์ราชการจังหวัดสระบุรี นายสุวิทย์ วิจิตรโสภา ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี และคณะผู้ตรวจราชการ เขตตรวจราชการที่ 1 ได้เดินทางมาตรวจราชการตามแผนตรวจราชการแบบบูรณาการ และตรวจติดตามผลการดำเนินงานในพื้นที่ ณ ห้องประชุมพระพุทธบาท ชั้น 4 ศาลากลางจังหวัดสระบุรี โดยมี นายสมภพ สมิตะสิริ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี และหน่วยงานต่างๆ ให้การต้อนรับ และรายงานผลการดำเนินงานตามข้อปฏิบัติราชการต่างๆ ดังนี้ การฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมจากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 การจัดการสิ่งแวดล้อมสีเขียวเพื่อความยั่งยืนตามแนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจสีเขียว (BCG Model) การเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตรแปรรูปและผลิตภัณฑ์ การเพิ่มศักยภาพและขีดความสามารถของเศรษฐกิจฐานราก, การพัฒนาเมืองสมุนไพร, การพัฒนาคุณภาพชีวิตกลุ่มเปราะบางรายครัวเรือน โครงการสัตว์ปลอดโรค คนปลอดภัยจากโรคพิษสุนัขบ้า ตามปณิธานของศาสตราจารย์ ดร.สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติ…การติดตามและประเมินผล การดำเนินการตามแผนพัฒนาจังหวัดและกลุ่มจังหวัดประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 (สมนึก สุขีรัตน์/ สระบุรี)

สื่อมวลชนห่วงใย
วิรัตน์ เดชะวราฤทธิ์ (เดลินิวส์) ประธานชมรมสื่อมวลชน จังหวัดสระบุรี นำกระเช้าของขวัญที่ระลึก ไปมอบให้เป็นกำลังใจแก่ สมชาติ มานะยิ่งเมด และ สมนึก สุขีรัตน์ ที่ไปผ่าตัดตาเป็นต้อกระจก เพื่อเป็นสวัสดิการให้กับสมาชิกชมรมฯ และไม่ทอดทิ้งกัน เพื่อให้กลับมาทำงานด้านสื่อมวลชนที่จะช่วยเป็นปากเสียงให้กับจังหวัดสระบุรี (ศูนย์ข่าวภาคกลาง)

มอบทุนฟุตบอลอาวุโส
นายธีรพล ขุนเมือง อดีตอธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กรรมการสภามหาวิทยาลัย ผู้ทรงคุณวุฒิ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ ในฐานะที่ปรึกษาและผู้เล่นทีมฟุตบอลอาวุโสจังหวัดสุพรรณบุรี ตัวแทนภาคกลาง เปิดเผยว่า ทีมฟุตบอลอาวุโสจังหวัดสุพรรณบุรีในฐานะตัวแทนภาคกลางจะเดินทางไปแข่งขันรายการกีฬาอาวุโสแห่งชาติครั้งที่ 4 (2565) “เสกักเกมส์” รุ่น The Legends ระหว่างวันที่ 21-27 สิงหาคม นี้ ได้รับมอบเงินทุนสนับสนุนค่าใช้จ่ายการเดินทางไปแข่งขันจาก นายอุดม โปร่งฟ้า ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยมี พลตำรวจตรีวีระ บุตรโพธิ์ อดีตผู้บังคับการตำรวจจังหวัดสุพรรณบุรี ได้รับมอบหมายให้เป็นผู้มอบวงเงิน 20,000 บาท เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ที่จำเป็น สำหรับการแข่งขันครั้งนี้มีตัวแทนในระดับภาคร่วมแข่งขันจำนวน 12 ทีม
นายอุดม กล่าวเพิ่มเติมว่า ในฐานะที่เป็นคนสุพรรณบุรีโดยกำเนิด และสนับสนุนการกีฬามาโดยตลอด เห็นว่านักกีฬาอาวุโสอายุรุ่นอายุ 55 ปี 60 และ 65 ปี ถือเป็นนักกีฬาที่มีการดูแลตัวเองและรักษาสุขภาพได้อย่างดียิ่ง เป็นแบบอย่างให้แก่เยาวชนให้มาเล่นกีฬาและห่างไกลยาเสพติดโดยใช้กีฬาฟุตบอล เป็นการสร้างเสริมสุขภาพให้แข็งแรง และขอเป็นกำลังใจให้นักกีฬาทุกคนทำหน้าที่อย่างเต็มความสามารถผลแพ้ชนะเป็นอีกเรื่องหนึ่ง แต่ที่สำคัญที่สุดคือสาธารณชนทั่วไปได้เห็นว่า นักกีฬาอาวุโสสุพรรณบุรี มีศักยภาพ มีการดูแลตัวเองได้ดี ซึ่งจะเป็นแบบอย่างให้เยาวชนคนรุ่นหลังต่อไป (ศูนย์ข่าวภาคกลาง)

ปลูกต้นไม้รวมใจภักดิ์
ที่วัดป่าธรรมวิสุทธิมงคล ตำบลเขาพระงาม อำเภอเมือง จังหวัดลพบุรี นายจรรยา วัฒนกุล รองผู้ว่าการการไฟฟ้าภาค 1 การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เป็นประธานในกิจกรรม “รักษ์อากาศ ปลูกป่า เสริมปัญญา ด้วยหลักธรรม” ในโครงการรวมใจภักดิ์รักพระพันปี เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 90 พรรษา 12 สิงหาคม 2565 โดยมีพระอาจารย์สมชาย จิตตกาโร เจ้าอาวาสวัดป่าธรรมวิสุทธิมงคลเป็นประธานสงฆ์ และมีนายสงกรานต์ ชุติธนธีระกุล ผู้ช่วยผู้ว่าการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เขต 3 (ภาคเหนือ) จังหวัดลพบุรี นายสุพจน์ มูลจวง ผอ.ฝ่ายอำนวยการการไฟฟ้าภาค 1 นายธรรมนูญ สุวรรณพฤกษ์ ผอ.ฝ่ายบัญชีและพลังงานไฟฟ้า การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เขต 3 (ภาคเหนือ) จังหวัดลพบุรี พร้อมด้วยคณะผู้บริหารและพนักงาน ร่วมปลูกต้นไม้เพื่อให้พื้นที่ของวัดป่าธรรมวิสุทธิมงคลมีความร่มรื่น เหมาะแก่การปฏิบัติธรรมภาวนาของพระภิกษุและญาติธรรม นอกจากนี้ยังร่วมปล่อยพันธุ์ปลาในสระน้ำของวัดดังกล่าวอีกด้วย (กฤษณพงศ์ อยู่รอด – ธนพล อาภรณ์พงษ์ / ลพบุรี)

ป้องกันน้ำกัดเซาะ
นายวีระชัย นาคมาศ ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา มอบหมายให้ นายไพรัตน์ เพชรยวน รองผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ร่วมกับ นางสาวธนภร โสมทองแดง ประธานคณะอนุกรรมาธิการพิจารณาศึกษาแนวทางการแก้ไขปัญหาการกัดเซาะริมตลิ่ง การตื้นเขินของแม่น้ำลำคลอง พร้อมด้วย คณะกรรมาธิการป้องกันและบรรเทาผลกระทบจากภัยธรรมชาติและสาธารณภัย สภาผู้แทนราษฎร และคณะอนุกรรมาธิการฯ ร่วมประชุมหาแนวทางแก้ไขปัญหาดังกล่าว โดยมี หัวหน้าส่วนราชการ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หน่วยงานราชการ และผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุม ณ ศาลากลางจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพื่อรับฟังข้อมูลเพิ่มเติม และนำข้อมูลทั้งหมดรวบรวมเสนอต่อคณะกรรมการดำเนินป้องกันและบรรเทาผลกระทบจากภัยธรรมชาติและสาธารณภัยสภาผู้แทนราษฎร เพื่อกำหมดมาตรการแนวทางการปัญหาการกัดเซาะริมตลิ่งการตื้นเขินของแม่น้ำและลำคลองในพื้นที่ดังกล่าว
คณะ กมธ.ป้องกันและบรรเทาผลกระทบฯ สภาผู้แทนราษฎร ได้เดินทางไปตรวจสภาพพื้นที่ที่ประสบปัญหาตลิ่งพังทลายและวัชพืช กีดขวางทางน้ำ ตลอดจนรับฟังปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการพังทลายของตลิ่งและการตื้นเขินของแม่น้ำและลำคลอง เพื่อกำหมดมาตรการแนวทางการปัญหาการกัดเซาะริมตลิ่งการตื้นเขินของแม่น้ำและลำคลองในพื้นที่ (ศูนย์ข่าวภาคกลาง)



