เพิ่มทั้ง ‘องค์ความรู้’ ควบคู่ ‘เทคโนโลยีการแพทย์’

ครบ 49 ปีไปเรียบร้อยแล้วสำหรับ “โรงพยาบาลธนบุรี” ต้นตำรับ นับจากวันก่อตั้งเมื่อ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2519 ด้วยงบลงทุน 20 ล้านบาท เป็นโรงพยาบาลขนาด 60 เตียง ซึ่งมิได้ใหญ่โตหวือหวาแต่อย่างไร เป็นโรงพยาบาลเอกชนแห่งแรกของ “ฝั่งธนฯ” ตั้งอยู่ในซอยเล็ก ๆ ที่เรียกกันในสมัยนั้นว่าซอย “แสงศึกษา” ตามชื่อโรงเรียนของคุณหนู ๆ ตัวน้อย ๆ ที่ส่วนใหญ่มีบ้านอาศัยในย่านบางกอกน้อย โดยมีโรงพยาบาลศิริราชอยู่ใกล้ ๆ แค่นั่งรถตุ๊กตุ๊กไม่ถึง 5 นาที จึงเป็นทางเลือกใหม่ให้ผู้ป่วยมีที่พึ่งพาหาหมออีกทางหนึ่ง โดยมี “อาจารย์หมอผู้เชี่ยวชาญจากโรงพยาบาลศิริราช” หมุนเวียนเปลี่ยนกันมาช่วยดูแลรักษาผู้ป่วยในวันเวลาที่ว่างจากการปฏิบัติหน้าที่ประจำอย่างต่อเนื่องเรื่อยมา จนต้องขยับขยายทั้งในแง่อาคารสถานที่ อุปกรณ์การแพทย์ รวมทั้งคุณหมอที่ได้ไปเชื้อเชิญมาจากโรงพยาบาลอื่นให้สอดคล้องกับนโยบายพัฒนาให้สามารถดูแลรักษาผู้ป่วยให้ครอบคลุมสาขาต่าง ๆ อย่างกว้างขวางยิ่งขึ้นเรื่อยมาถึงปัจจุบัน

ศ.คลินิกเกียรติคุณ นพ.อำนวย อุนนะนันทน์

อย่างเช่นสาขากระดูกและข้อ ซึ่งนอกจากจะมีการเพิ่มองค์ความรู้และเทคโนโลยีก้าวหน้าทางการแพทย์มารองรับให้ทันยุคทันสมัยแล้ว ยังเพิ่มแพทย์ผู้ชำนาญการไว้รองรับเกือบ 50 คน กระจายกันดูแลผู้ป่วยได้อย่างทันการในปัจจุบัน โดยมี “ศ.นพ.อาศิส อุนนะนันทน์” ศัลยแพทย์ผู้ชำนาญการด้านกระดูกและข้อ เป็น “ที่ปรึกษาศูนย์กระดูกและข้อ โรงพยาบาลธนบุรี” ซึ่งมีส่วนเกี่ยวข้องอย่างมากกับการบุกเบิกพัฒนา เชื่อมโยงต่อจากสมัยที่คุณพ่อของท่าน คือ “ศ.คลินิกเกียรติคุณ นพ.อำนวย อุนนะนันทน์” ยังมีชีวิตอยู่และดำรงตำแหน่ง “ผู้อำนวยการฝ่ายกระดูกและข้อ โรงพยาบาลธนบุรี” ในช่วง 3-4 ทศวรรษก่อน และเป็นแรงผลักดันที่ส่งผลให้เกิดพัฒนาการก้าวหน้ามาถึงทุกวันนี้ โดยเป็น “ศูนย์กระดูกและข้อ” ให้ผู้คนทุกเพศทุกวัยที่เจ็บป่วยด้วยสารพัดโรคกระดูกได้มีที่พึ่งในการดูแลรักษาซึ่งเปี่ยมด้วยศักยภาพความพร้อมทุกด้าน ตั้งแต่องค์ความรู้ใหม่ เทคโนโลยีการแพทย์ยุดใหม่ รวมทั้งยังมี “คุณหมอเฉพาะทางสำหรับ 9 สาขาย่อย” อีกต่างหาก ซึ่ง “อาจารย์หมออาศิส” ได้นำสาระน่ารู้ น่าสนใจ และได้ประโยชน์ มาถ่ายทอดให้ท่านผู้อ่าน “อุ่นใจใกล้หมอ” ได้ทราบดังนี้…

ศ.นพ.อาศิส อุนนะนันทน์

โรงพยาบาลธนบุรีถือกำเนิดขึ้นโดยเริ่มจากการที่มีอาจารย์ที่ศิริราชตอนนั้นได้พยายามหาทางเลือกให้ประชาชนที่ป่วยไข้ ให้มีทางเลือกอื่นนอกจากโรงพยาบาลรัฐบาลครับ จึงเป็นที่มาของการก่อตั้ง โรงพยาบาลธนบุรี โดยคุณพ่อของผม คืออาจารย์อำนวย กับอาจารย์ศิริราชอีกหลาย ๆ ท่าน ได้ร่วมกันบุกเบิกจนนำมาสู่การรักษาโรคทั่ว ๆ ไป และได้ขยายการรักษาทางด้านกระดูกและข้อ โดยเน้นที่การรักษาไม่ว่าจะเป็นการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเทียม การผ่าตัดทางกระดูกสันหลัง ไม่ว่าจะเป็นหลังส่วนล่าง หรือผ่าตัดกระดูกคอ ซึ่งผลจากการบุกเบิกของอาจารย์อำนวยคือมีคนไข้มารับการรักษามากขึ้นโดยมีวิวัฒนาการก้าวหน้าเรื่อยมา ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือจากเดิมที่ผู้ป่วยมาเข้ารับการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมอาจต้องนอนพักในโรงพยาบาลประมาณ 7-10 วัน หรือต้องนอนพักเป็นเดือนด้วยซ้ำไปครับ แต่ปัจจุบันใช้เวลา 2-3 วันส่วนใหญ่ก็กลับบ้านได้แล้ว ทั้งนี้ทั้งนั้นเป็นผลจากเทคโนโลยีการแพทย์ที่พัฒนาก้าวหน้าขึ้น มีองค์ความรู้มาเพิ่มขึ้น ช่วยให้การดมยาสลบ การควบคุมความเจ็บปวดหลังผ่าตัด ดีขึ้น ก็นำสู่การฟื้นตัวที่ไวขึ้น เราก็เลยเน้นเรื่องการฟื้นตัวให้ไวขึ้น และลดภาวะแทรกซ้อนต่าง ๆ ไปพร้อมกันครับ…”


มีเทคโนฯหลากหลาย ช่วยผู้ป่วยให้ฟื้นตัวได้ไวขึ้น

ถึงแม้ว่า “อาจารย์หมออาศิส” จะสรุปในแง่ของพัฒนาการก้าวหน้าในการผ่าตัดกระดูกและข้อของวงการแพทย์ ที่ให้ประโยชน์แก่ทั้งฝ่ายแพทย์ผู้รักษา กับฝ่ายผู้ป่วย ในแง่ของระยะเวลา ที่ในปัจจุบันไม่ต้องใช้เวลาผ่าตัดและพักฟื้นยาวเหมือนแต่ก่อนแล้ว แต่ประเด็นที่อาจารย์อดห่วงไม่ได้ ถึงกับต้องกล่าวไว้ด้วยเลย ก็คือ…


…ปัญหาเรื่องกระดูกและข้อ รวมถึงเรื่องกล้ามเนื้อนั้น อย่าชะล่าใจนะครับ อยากแนะว่าให้ปรึกษาหมอไว้ก่อนดีกว่า เพื่อจะได้มีหนทางในการป้องกันได้ก่อนเกิดปัญหาใหญ่ โดยเฉพาะคนที่มีประวัติคนในครอบครัว เช่นคุณพ่อ หรือคุณแม่ เป็นโรคกระดูกและข้อ ไม่ว่าจะเป็นข้อเสื่อม หรือโรคกระดูกพรุน กระดูกหัก ก็อยากแนะนำคนเป็นลูก ๆ ว่าให้เตรียมป้องกันไว้โดยตรวจดูก่อนว่ามีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคหรือไม่อย่างไร ถ้ายังไม่เป็นก็ดีครับ ดีเลย ซึ่งอย่างน้อยก็ได้หารือ หรือได้รับรู้ ได้คำแนะนำเพื่อป้องกันการเกิดโรคในอนาคตข้างหน้าไว้ โดยที่ โรงพยาบาลธนบุรี มีความพร้อมในเรื่องบุคลากรทางการแพทย์ใน ศูนย์กระดูกและข้อ โดยจัดแพทย์ผู้ชำนาญการ 40-50 ท่านไว้พร้อมรักษาทุกสาขาวิชา ให้ครอบคลุมอย่างทั่วถึงในการรักษาทุกโรคที่เกี่ยวข้องกับระบบกระดูกและข้อ ตั้งแต่เด็กเรื่อยไปจนถึงผู้สูงวัย โดยให้ความสำคัญกับการรักษาผู้ป่วยด้วยความใส่ใจซึ่งเป็นหัวใจแต่ดั้งเดิมของ ศูนย์กระดูกและข้อ โรงพยาบาลธนบุรี โดยยึดหลักผู้ป่วยเป็นศูนย์กลาง และมีส่วนเพิ่มอีกอย่างคือการใช้เทคโนโลยีที่หลากหลายที่เอื้อต่อการลดภาวะแทรกซ้อนจากการผ่าตัด ไม่ว่าจะเป็นการนำ เทคโนโลยีหุ่นยนต์ หรือเทคโนโลยีอื่น ๆ เช่น ผ่าตัดส่องกล้อง มาใช้ประโยชน์เพื่อพัฒนาเรื่องการฟื้นตัวของคนไข้ให้ไวขึ้นนั่นเองครับ…”


ด้วยเทคโนฯก้าวหน้า ช่วยปิดตำนานความเจ็บปวด

นอกจาก 2 ประเด็นที่ได้เน้นไว้แล้ว “อาจารย์หมออาศิส” ยังได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับเทคโนโลยีการแพทย์ที่ก้าวหน้า ที่ปัจจุบันก็มีการนำเข้ามาใช้ประโยชน์ใน “ศูนย์กระดูกและข้อ โรงพยาบาลธนบุรี” ด้วยเป้าหมายในการดูแลรักษาผู้ป่วยให้มีการฟื้นตัวได้ไวขึ้น ร่วมกับมีภาวะแทรกซ้อนที่ลดลง อย่างเช่นการ ผ่าตัดส่องกล้องแผลเล็ก 1 เซนติเมตร หรือภาษาอังกฤษเรียกว่า Endoscope Spine ซึ่งสำหรับกรณีผู้ป่วยที่มีข้อบ่งชี้ในการผ่าตัดด้วยเทคโนโลยีดังที่ระบุนี้ อาจารย์ให้ข้อมูลว่า…

ส่วนหนึ่งของเทคโนโลยีการแพทย์ยุคใหม่


…เราก็จะแนะนำให้คนไข้ใช้ เพราะฟื้นตัวได้ไวมากขึ้นจริง ๆ ครับ เช่นดั้งเดิมเราเคยผ่าตัดอย่างที่เรียกว่าเป็นการผ่าตัดทำลายเยื่อพังผืดที่หดรัดบริเวณเส้นประสาทที่ข้อมือ ปัจจุบันมีทางเลือกให้คนไข้ด้วยการใช้เทคโนโลยีเจาะรูเล็กที่ข้อมือมาใช้ประโยชน์อีกทางหนึ่ง หรือบางโรคซึ่งดั้งเดิมเราอาจให้การรักษาโดยการใช้ยา หรือออกกำลังกาย เช่น กรณีข้อไหล่ติด หรือข้อไหล่เสื่อม ปัจจุบันเรามีทางเลือกการรักษาด้วยเทคโนโลยีส่องกล้องเพื่อให้การฟื้นตัวของผู้ป่วยไวขึ้น สามารถกลับไปใช้ชีวิตได้ดีขึ้น ซึ่งถือเป็นหลักการอย่างหนึ่งในเรื่องของการนำเทคโนโลยีเข้ามาเสริมครับ หรืออย่าง การผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียม มีการนำระบบหุ่นยนต์มาช่วยทำให้เกิดความแม่นยำยิ่งขึ้น เพราะจริง ๆ แล้วสายตามนุษย์เรา ไม่ว่าจะปรับข้อเทียม หรือว่าหมุนก็แล้วแต่ ไม่ว่าจะชำนาญแค่ไหนก็ปรับได้ไม่แม่นเท่าระบบหุ่นยนต์ซึ่งถึงแม้จะมีเพิ่มขึ้นระดับ 1 มิลลิเมตร 0.5 องศา ก็สามารถปรับได้ แต่หากใช้การคาดเดาจะมีโอกาสพลาดได้ครับ…


นอกจากการใช้เทคโนโลยีใหม่ ๆ แล้ว ผมอยากเรียนว่าเรายังเน้นเรื่องการ รักษาแบบองค์รวม เพราะจริง ๆ แล้วเราทราบกันดีอยู่แล้วล่ะครับว่า….หลาย ๆ โรค โดยเฉพาะโรคทางผู้สูงอายุนั้น ปัจจุบันจะให้แพทย์ผู้ชำนาญการด้านกระดูกและข้อมาเป็น เดี่ยวมือหนึ่ง แต่เพียงผู้เดียวอย่างสมัยก่อนนั้นไม่ได้แล้ว ด้วยเหตุที่ผู้สูงอายุไม่ใช่ว่าจะมีปัญหาแค่โรคเดียวนะครับ มีตัวอย่างคนไข้ที่มาผ่าตัดกระดูกสันหลัง หรือผ่าตัดเปลี่ยนข้อเทียมก็แล้วแต่ มักจะมีภาวะอื่น ๆ ร่วมด้วย ไม่ว่าจะเป็นโรคทางสมอง หรือโรคประจำตัวอื่น ๆ ซึ่งมีความสำคัญไม่แพ้กันนะครับ เพราะฉะนั้นหากเราดูแลแล้วป้องกันหรือรักษาเฉพาะโรคทางกระดูกโดยไม่ใส่ใจกรณีอื่น ไม่ว่าจะเป็นโรคกระดูกพรุน ภาวะกล้ามเนื้อน้อย หรือเป็นเรื่องของข้อจำกัดการกายภาพหลังการผ่าตัด ก็จะส่งผลต่อการฟื้นฟูสภาพที่ไม่ได้ประสิทธิภาพเต็มที่ครับ และนี่คือที่มาสาเหตุที่ทำให้ โรงพยาบาลธนบุรี ให้ความสำคัญกับความใส่ใจเรื่องของการรักษาแบบองค์รวม ซึ่งหมายความว่าคนไข้ 1 คนอาจต้องมีหมอเข้ามาร่วมดูแลเพื่อทำให้กลับไปใช้ชีวิตได้แบบปกติก่อนมีปัญหา ให้ได้ดีกว่าเดิม หรือได้เท่าเดิม ให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ครับ…”

หมอหน้าเดิม” เชื่อเหลือเกินว่าท่านผู้อ่านจะได้ประโยชน์จากข้อมูลความรู้ต่าง ๆ ที่ “ศ.นพ.อาศิส อุนนะนันทน์” ซึ่งเป็น “ศัลยแพทย์ผู้ชำนาญการด้านกระดูกและข้อ” ในฐานะ “ที่ปรึกษาประจำศูนย์กระดูกและข้อ โรงพยาบาลธนบุรี” ได้สาธยายไว้ รวมทั้งในเรื่องของนโยบายของ “โรงพยาบาลธนบุรี” ที่จะมีอายุเพิ่มเป็น 50 ปีในปีหน้าด้วยศักยภาพความพร้อมและผลสำเร็จที่ได้รับการเชื่อมโยงจากอดีตสู่ปัจจุบัน และอนาคต เพื่อให้สามารถเป็นที่พึ่งให้ผู้ที่ป่วยไข้ได้พ้นทุกข์อย่างมีประสิทธิภาพและ “สมบูรณ์แบบ” ยิ่งขึ้นต่อไป… ขอบคุณสำหรับการติดตาม “อุ่นใจใกล้หมอ” สวัสดีครับ

หมอหน้าเดิม