@ปรากฎการณ์”ใจบันดาลแรง” หรือ”ช้างเหยียบนาพญาเหยียบเมือง” เมื่อ”บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงศ์สุวรรณ์ รักษาการ”นายกรัฐมนตรี” และรองนายก รัฐมนตรี ลงพื้นที่เพื่อ”ตรวจราชการ”อย่าง”ไม่เหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้า” ขยันยิ่งกว่า “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกกรัฐมนตรี”ที่มีความ”สมบูรณ์ของสรีระ” มากกว่า ที่ต้อง”พักยก” ตามคำสั่งของ “ศาลรัฐธรรมนูญ”….ล่าสุด “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงศ์สุวรรณ์ นำคณะฯ มาประชุมที่ มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ จ.นราธิวาส เพื่อติดตามการแก้ปัญหา”อุทกภัย”ในพื้นที่ จชต. และ”เร่งรัด” การ “พัฒนา” พื้นที่ภาคใต้ตอนล่าง ทั้งในฐานะ”รักษาการนายกรัฐมนตรี”และในฐานะ” รองนายกรัฐมนตรี “ ที่เป็นประธาน”คณะกรรมการยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ( กพต.) ซึ่ง”ไฮไลน์”ของการลงพื้นที่ “จชต. ครั้งนี้ อยู่ที่การเปิดโครงการ”โคบาลแดนใต้” ซึ่งเป็นโครงการที่ ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ผลักดัน และ”ส่งเสริม” ให้ คนในพื้นที่ ซึ่งมี”ความพร้อม” และ”ต้องการ” ที่จะเข้าร่วม โครงการ”เลี้ยงโค”แบบ”ครบวงจร” เป็นการ”สร้างอาชีพใหม่” ที่มีความ”สอดคล้อง” กับ”ภูมิรัฐศาสตร์” ของพื้นที่ และความต้องการ”ของตลาด” ทั้งในพื้นที่และ”ต่างประเทศ” ที่จะสามารถ”ต่อยอด”ไปสู่”โครงการ”ระเบียงฮาลาล” ที่เป็นอีกโครงการหนึ่งที่ ศอ.บต. กำลัง”ผลักดัน” ให้เป็น”รูปธรรม” รวมทั้ง”บิ๊กป้อม” จะไปดู จุดก่อสร้าง”สะพานข้ามแม่น้ำสุไหงโก-ลก” แห่งที่ 2 เพื่อ “ส่งเสริม” การค้าชายแดนระหว่างไทย”กับ”มาเลเซีย” ที่มีความ”เติบโต” มากขึ้น….

@ในขณะที่”ไฮไลน์” ของ ศอ .บต. อยู่ที่ พล.ร.ต.สมเกียรติ ผลประยูร เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) เสนอผ่าน”รัฐบาล” ให้ กระทรวงต่างๆ ที่ส่งเจ้าหน้าที่ซึ่งเป็น”ตัวแทน”ของ”กระทรวง” มา ทำหน้าที่ใน ศอ.บต. ให้”คัดสรร “คนดี คนเก่ง” มาเพื่อใช้”ความดี ความเก่ง” ในการ พัฒนา และ แก้ปัญหา ของ จังหวัดชายแดนภาคใต้,, ซึ่ง”ประเด็นนี้” เป็นปัญหาที่ ศอ.บต. ค่อนข้าง”อึดอัด” มาเป็นเวลานาน เพราะทุก”กระทรวง” ที่ส่ง “เจ้าหน้าที่” มาทำหน้าที่ใน ศอ.บต. ตาม”โครงสร้าง” ของ ศอ.บต. ไม่เคย”หารือ”กับ “ผู้บริหาร” ศอ.บต.  ล่าสุดมีเพียงกระทรวงเดียวที่มีการ”หารือ” คือ”กระทรวงพาณิชย์”….และ กรณีของ “รุ่งเรือง ธิมาบุตร “ อดีตนายอำเภอสุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส ที่ “กรมการปกครอง” กระทรวงมหาดไทย ส่งมาเป็น “ผู้ช่วยเลขาธิการศอ.บต.” ที่เป็น”ตัวแทน”ของ”กรมการปกครอง” และถูก เจ้าหน้าที่ตำรวจ”ออกหมายจับ” ใน กรณีที่”พัวพัน” กับ”บ่อนการพนันออนไลน์ 88 พอยท์” น่าจะเป็น”ฟางเส้นสุดท้าย” ที่ทำให้ ศอ.บต. ขยับตัวค่อนข้างแรงในครั้งนี้   ซึ่งทุกอย่างเป็น”เรื่องดีๆ” สำหรับการ”พัฒนา” จังหวัดชายแดนภาคใต้”ถ้าทำจริง”….แต่..เชื่อเถอะ ทุก”ย่างก้าว”ของ พล.อ.ประวิตร วงศ์สุวรรณ์ ต่างมี”นัย” ทาง”การเมือง”โดยมีเรื่องของ”การบ้าน” นำหน้า” ทั้งสิ้น เพราะ พื้นที่ จังหวัดชายแดนภาคใต้ คือพื้นที่ซึ่ง” พลังประชารัฐ” ต้องการที่จะ”ปักธง” ในการ”รักษาที่นั่ง”ของ สส.เก่า และเพิ่มที่นั่งของ สส.ใหม่ ในการ”เลือกตั้ง” ที่ ใกล้มาถึง วันนี้ จ.นราธิวาส มี สส.ของ พลังประชารัฐอีก 2 ที่นั่ง คือ “วัชระ ยาวอหะซัน” ลูกชายของ”กูเซ็ง ยาวอหะสัน” นายก อบจ.ผู้”มากบารมี” และ “สัมพันธ์ มะยูโซ๊ะ” หรือ”สส.บีลา” ที่เป็นผู้”กว้างขวาง”ของ พื้นที่”แนวชายแดน”เช่น อ.สุไหงโก-ลก,แว้ง และ ในการ เลือกตั้ง ครั้งใหม่ จ.นราธิวาส จะมีการเพิ่มเขตเลือกตั้งอีก 1 เขต เป็น 5 เขต และเป็นเขตที่ พรรคพลังประชารัฐ”หมายมั่นปั้นมือ”ที่จะ”ปักธง” ให้ได้”บิ๊กป้อม” ในฐานะของ”หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ” จึงต้องเร่ง”ขยับตัว”เพื่อหวังผล”ทางการเมือง”…เพราะ”คู่แข่ง” ของ “พลังประชารัฐ” มีทั้ง “ประชาชาติ” ที่มี สส.ในพื้นที่ ณ วันนี้ 2 คน คือ “กูเฮง ยาวอหะสัน” และ”กมลศักดิ์ ลีมาเมาะ” หรือ”ทนายแวยูแฮ” ผู้มีความ”โดดเด่น” ใน สภาผู้แทนฯ รวมทั้งครั้งนี้ “ประชาธิปัตย์” เตรียมพร้อมในการกลับเข้าสู่”สนามเลือกตั้ง” ของ”บางนรา” อย่าง”เต็มร้อย” มี ผู้สมัครที่มี”จุดขาย” อย่าง”เมธี อรุณ” อดีต นักร้องดังของวง”ลาบานูน” และ อดีต สส.ที่เคยไปอยู่กับพรรค”กำนันสุเทพ” กลับเข้ามา”ร่วมด้วยช่วยกัน”อีกครั้ง ภายใต้การ”ติวเข้ม” ของ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์” นิพนธ์ บุญญามณี “ที่ครั้งนี้”เต็มที่ เต็มถัง”ในสนามของ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้….

@ส่วน”ภูมิใจไทย” ที่ “เสียรางวัด” จากเรื่อง”พรบ.กัญชาเสรี” เพราะถูก”แรงต้าน” จาก “ผู้นำศาสนา” และประชาชนผู้”เคร่งครัด” ใน”ศาสนาอิสลาม” ที่ประกาศ”ไม่เลือก”ไม่เอา”กัญชาเสรี” ก็ไม่ได้”หยุดนิ่ง” ยังมีความ”เคลื่อนไหว” ที่”ร้อนแรง”กว่าเดิม ด้วยการออก”แคมเปญใหม่” พักหนี้ 3 ปีในวงเงิน 1 ล้านบาท  ติดตั้งทั่วพื้นที่ จชต.ล่าสุด”พิพัฒน์ รัชกิจประการ” รัฐมนตรีท่องเที่ยวและกีฬา” “ลงทุน” แต่งกายด้วยชุด”มาลายู” ในการพบปะกับครูสอน”ตาดีกา” และ”ประชาชน” ใน จ.นราธิวาส โดยมี “นัจมุดดีน อูมา” อดีต สส.หลายสมัยของ จ.นราธิวาส เป็น”หัวเรือใหญ่”   นี้ถ้าเป็น”สงคราม”ของการ”สัปยุทธ์” แม่น้ำ”บางนรา”คงจะ”แดงเดือด” แต่นี้เป็น”สนามเลือกตั้ง”กระสุนเงิน” คง”ปลิวว่อน” ในทุกเขตเลือกตั้ง….และแน่นอน”กระสุน” ในการใช้”ต่อสู้” ในการ เลือกตั้งครั้งนี้ “บางพรรค” และ”บางคน” ได้มาจาก “ธุรกิจเถื่อน” โดยเฉพาะ”น้ำมันเถื่อน” และ”บุหรี่เถื่อน” ซึ่ง ก่อนหน้าที่”บิ๊กป้อม” จะ”เหยียบเมืองบางนรา” เพียง 1 วัน เจ้าหน้าที่ “สรรพสามิต,ศุลกากร”และ”ตำรวจสอบสวนกลาง” เข้าตรวจค้น”โกดัง”ในพื้นที่ “ชายทะเล” อ.ตากใบ จ.นราธิวาส ตรวจยึด”บุหรี่หนีภาษี”ได้ถึง 3 แสน 5 หมื่นซอง มูลค่ารวมค่าปรับ 331 ล้านบาท ส่วนจะเกี่ยวข้องกับ”ผู้สมัคร” หรือ”สนับสนุน”นักการเมืองพรรคไหนคนไหนต้องถาม”นักการเมืองท้องถิ่น”แถว”ตากใบ”โดยเฉพาะ”นูซันตารา” จะรู้ดีที่สุด….

@การ”จับกุม” ครั้งนี้ก็ไม่มีอะไรมากไปกว่เป็นการ”ทิ้งทวน” ของ “เจ้าหน้าที่ เพราะหลังวันที่ 30 กันยายน นี้ หัวหน้าชุด”ปฏิบัติการ”ทุกชุด ก็จะ”พ้นหน้าที่” ต้องรอ”นายคนใหม่” ของแต่ละ”หน่วยงาน” ที่จะ เลือกใครให้เป็น”หัวหน้าชุดปฏิบัติการ” กับการ”เก็บส่วย” เอ้ย “ขอโทษ”การ “ปฏิบัติการป้องกันปรามปราบ สินค้าเถื่อน วันนี้”พ่อค้า” และ”นายบ่อน” ที่เป็น”นกรู้” จะ หยุดการทำ”ธุรกิจเถื่อน” เป็นการ”ชั่วคราว” เพื่อรอการ”เคาะ” จากผู้ที่”มาใหม่” และนี่คือ”วัฏจักร” ของหน่วยงาน”สารพัดสี” กับ”ผลประโยชน์”ที่เป็นของ”ผิดกฎหมาย” ใน จังหวัดชายแดนภาคใต้…แต่ที่ ประชาชน ส่วนหนึ่ง”ข้องใจ”คือ”ปฏิบัติการ”ของ”ทหารหมวกแดง” ที่ เข้าจับกุมร้านค้าที่”ขายบุหรี่หนีภาษี” ในพื้นที่ อ.สะเดา จ.สงขลา เมื่อหลายวันก่อน ถามว่าทำไมเรื่องอย่างนี้จึงกลายเป็น”ภารกิจ”ของ”ทหารหมวกแดง” ทำไมไม่ใช้ ตำรวจ,สรรพสามิต หรือ ศุลกากร เรื่องนี้เกี่ยวกับ”ภาพลักษณ์” ของ”กองทัพ” เพราะ”ของเถื่อน”ของ”หนีภาษี” มีเรื่อง”ผลประโยชน์” มีเรื่องของ”ส่วย” เข้ามาเกี่ยวข้อง เมื่อ”ทหารหมวกแดง” ซึ่งควรจะเป็น”นักรบ” ที่ไป”รบราฆ่าฟัน” กับ”กองกำลังติดอาวุธ”ของ ขบวนการแบ่งแยกดินแดน”บีอาร์เอ็น” มาทำหน้าที่”จับบุหรี่เถื่อน” จึงถูกมองว่า”ทหาร”ก็ต้องการ”เก็บส่วย” จาก”พ่อค้า” เช่นเดียวกับ หน่วยงานอื่นๆ หรือไม่ เรื่องนี้ต้องฝากให้ “ว่าที่”แม่ทัพภาคที่ 4 คนใหม่ พล.ต.ศานติ สกุลตนาค พิจารณาให้ถี่ถ้วน….

@การเมือง”ไม่มีมิตรแท้และศัตรูถาวร” ปฏิบัติการของ”สาทิตย์ วงศ์หนองเตย” สส.เขต 2 พรรคประชาธิปัตย์ จ.ตรัง ที่”ทิ้งบอมบ์” กลาง”สภาผู้แทนฯ” ด้วยการขอให้ถอน “พรบ.กัญชา กัญชง” ของ พรรคภูมิใจไทย กลับไป”พิจารณา”ใหม่ แม้ว่าทางหนึ่งอาจจะถูกมองว่าเป็นการ”แทงซึ่งหน้า”ระหว่าง”ประชาธิปัตย์”กับ”ภูมิใจไทย” แต่ก็เป็นการทำให้”ประชาธิปัตย์” มี”ทางออก” ใน “สนามเลือกตั้ง” เพราะเรื่อง”กัญชาเสรี” เป็นเรื่องที่”ประชาชนส่วนใหญ่”รับไม่ได้ โดยเฉพาะในพื้นที่ของ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งหากพรรคการเมืองไหน”เห็นด้วย” กับเรื่อง”กัญชาเสรี” อาจจะ”ตายหมู่ยกเข่ง” ส่วนประเด็น”แทงข้างหน้า”หรือ”แทงข้างหลัง” อย่างไรเสีย”ประชาธิปัตย์”กับ”ภูมิใจไทย” ก็ต้อง”แทงกันอยู่แล้ว “ใน”สนามเลือกตั้ง”ของภาคใต้” เชื่อเถอะ เรื่อง”พรรค์อย่างนี้” ประชาธิปัตย์ มีวิธีในการ”ทำความเข้าใจ” กับประชาชนได้ดีกว่าพรรคการเมืองไหนๆ….เรื่องของ”งบประมาณ”กับ”ความมั่นคง” จำได้ใช่ไหม สมัยที่ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทย เป็น ผบ.ทบ. มีการให้กองทัพบกจัดซื้อ”เรือเหาะ” หรือ”บันลูน” เพื่อใช้ในภารกิจด้าน”ความมั่นคง” และ ใน จังหวัดชายแดนภาคใต้ ในวงเงิน 300 ล้านบาทเศษ แต่สุดท้าย”เรือเหาะ” กลายเป็น”ขยะ” ที่ใช้กับ”ภารกิจ”ของความมั่นคงในจังหวัดชายแดนภาคใต้ไม่ได้ จนต้อง”โละทิ้ง” เพราะเป็น”เรือเหาะต้นแบบ” ที่ยังไม่มีประเทศไหนซื้อไปใช้ และผู้ผลิตก็ผลิตเพียง”ลำเดียว” โดย “กองทัพไทย” เป็นผู้ซื้อเช่นเดียวกับ”ทีจี 200” เครื่องตรวจจับ”ระเบิด” ที่กลายเป็น”ไม้ล้างป่าช้า”ที่ “ ไร้ประสิทธิภาพ “… เช่นเดียวกับวันนี้ที่”กองทัพเรือ” ซื้อ”เรือดำน้ำ”จากประเทศจีน และเป็น”เรือดำน้ำ” ที่ไม่มี”เครื่องยนต์” ตาม”สัญญา” ของการ”ซื้อ-ขาย” และ”จีน” แก้ปัญหาด้วยการให้เครื่องยนต์ที่เป็น”ต้นแบบ” ที่แม้แต่”เรือดำน้ำ”ของจีนก็ยังไม่เคยใช้ เรื่องอย่างนี้น่าจะเกิดขึ้นที่”สารขันณฑ์ประเทศ” เพียงแห่งเดียว   ก็ต้องติดตามดู “ผบ. กองทัพเรือ” คนใหม่ ว่าจะ”ยินยอม” ตาม”แรงบีบ” ของ “มหาอำนาจ” และ”คำสั่ง” ของ “นายกรัฐมนตรี”หรือไม่ แต่ที่นำเอาเรื่องมาเขียนเพื่อที่จะ”ถามไถ่” ถึงความ”รับผิดชอบ”ว่า ถ้า”เครื่องยนต์” ที่ให้มา “ไม่เวิร์ค” ใครจะเป็นผู้”รับผิดชอบ”เงินจำนวนนับ”หมื่นล้าน” ที่ใช้ไปกับการซื้อ”เรือดำน้ำ” เพราะ ทุกบาททุกสตางค์ เป็นเงิน”ภาษี”ที่มาจาก”ประชาชน” ทั้งสิ้น….

@ก่อนถึงเดือน”ตุลาคม” ซึ่งจะมีการ”พูดคุย” ระหว่าง”พล.อ.วัลลภ รักเสนาะ หัวหน้าคณะ”พูดคุยสันติสุข” ฝ่ายไทย กับ”หิพนี มะเระ” หัวหน้าคณะ”พูดคุยสันติภาพ” ที่เป็นตัวแทนของ”บีอาร์เอ็น” ตามที่ตกลงกันไว้ ปรากฏว่า”แกนนำ” ของขบวนการแบ่งแยกดินแดน”บีอาร์เอ็น” ออกมาให้”สัมภาษณ์” กับ”สื่อ”บาง”สื่อ” ว่า “บีอาร์เอ็น”และ” องค์กรต่างชาติ” ไม่”แฮ็ปปี้” กับการ”พูดคุย” ที่ผ่านมา เพราะ”คณะพูดคุย” ของไทย ยังไม่ยอม”ลงนาม” ใน”เอกสาร” ใดๆ ที่เป็น”สารัตถะ” ของการ”พูดคุย” เหมือนกับ”ธนบัตร”ที่ไม่มีการ”ลงนาม” ของ”ผู้ว่าการแบ็งค์ชาติ” จึงใช้ไม่ได้และ”ไร้ราคา”….และที่น่า”เจ็บปวด” เมื่อ”แกนนำ” ของ”บีอาร์เอ็น”กล่าวว่า”รัฐไทย”มีพฤติกรรม” มือหนึ่งถือน้ำตาล มือหนึ่งถือยาพิษ” เจ็บปวดมั้ยครับ  ท่าน”นายพล” ทั้งหลาย….เปล่า ที่ยกเอาประโยคเหล่านี้ของ”บีอาร์เอ็น” มาให้อ่าน เพื่อที่จะบอกว่า “บีอาร์เอ็น” กำลัง”รุก” ทาง”การเมือง”โดยใช้ประโยชน์จาก”โต๊ะเจรจา” ที่”สื่อสาร”มายัง”ชาวมาลายูปาตานี” และ”สหประชาชาติ” รวมทั้ง”ชี้นิ้ว”ถึงความ”ล้มเหลว” ในการ”เจรจา” มายัง”รัฐไทย” เพื่อให้เป็น”จำเลย” ของชนชาว”มาลายู”ที่เป็น”มวลชน” ของ บีอาร์เอ็น ใน จชต…..นอกจากนั้น”แกนนำ” บีอาร์เอ็น” ยังบอกว่าไม่เห็นด้วยกับการที่”รัฐไทย” ขอให้ “หยุดความรุนแรง” เพราะไม่มีตัว”ชี้วัด” ที่เป็น”รูปธรรม” แต่”บีอาร์เอ็น”ต้องการที่จะให้มีการ”ลงนาม” ในการ”หยุดยิง” นี่คือความ”เจ้าเล่ห์” ของ”บีอาร์เอ็น” ที่จะใช้การ”ลงนามหยุดยิง” เป็นข้อ”ผูกมัด” รัฐบาลไทยในเวทีของ “ยูเอ็น”….ในขณะที่”คณะพูดคุยสันติสุข” ของ”รัฐไทย” ที่ยิ่งพูดคุยนานวันยิ่ง”ถดถอย” เพราะ”รูปแบบ” ของคณะ”พูดคุย”ของ”รัฐไทย” เป็นการ”ประชุมประจำเดือน” มากกว่าการ”พูดคุย” เรื่องที่เป็นการ”ก่อการร้าย” และ”แบ่งแยกดิน” เพราะไม่มี”สารัตถะ” อะไรที่”เป็นชิ้นเป็นอัน” นอกจากหลังหลังการ”พูดคุย” ก็ถูก”บีอาร์เอ็น” ทำการ”ตลบหลัง” ด้วยการ”แย่งชิง” พื้นที่ในการเปิด”เกมรุก” ทาง”การเมือง” อย่างที่เห็น ถ้ายังเป็นอย่างนี้ แนะนำให้”รัฐบาล” และ”กองทัพ” ร้องเพลง”ถอยดีกว่า ไม่เอาดีกว่า” น่าจะเป็นคุณกับประเทศ….

@ดีใจได้ แต่อย่าง”ตื่นเต้น” กับ”ปรากฎการณ์” ของ ชาวมาเลเซีย ที่”ทะลัก” เข้ามายัง อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ระหว่างวันที่ 16-18 กันยายน ที่ผ่านมาถึง 18,000 คน เพราะเป็น”วันชาติ” ของ “มาเลเซีย” ซึ่งในอดีตที่ผ่านมา”วันชาติ” ของ”มาเลเซีย” ก็มีชาวมาเลเซียเดินทางอย่างนี้และอาจจะมากกว่านี้….แต่การ”ทะลัก” เข้ามาของชาวมาเลเซีย ก็เป็น”ตัวชี้วัด” ให้เห็นว่าอย่างไรเสีย”หาดใหญ่” ก็ยังเป็น”แหล่งท่องเที่ยว”ที่ชาวมาเลเซีย ยังให้ความสำคัญ และยิ่ง”เงินในกระเป๋า” น้อยลงเท่าไหร่ คนมาเลเซีย ก็ยิ่งมา”หาดใหญ่” มากกว่าที่จะไป “กระบี่,พังงา,ภูเก็ต,สมุย” ที่เป็นเมือง”ท่องเที่ยว” ซึ่งค่าใช้จ่าย”สูงลิบ” ส่วน”หาดใหญ่” และ”ด่านนอก” มีเงิน 100-500 เหรียญริงกิต ก็มา”ดื่มมากินมาเที่ยว” ได้อย่างมีความสุขแล้ว ก็ดีใจกับ “ผู้ประกอบการ” ตั้งแต่โรงแรม, ห้างร้าน , ไกด์, รถรับจ้าง ,จนถึงการค้า”แบกะดิน” ที่ได้รับ”อานิสงส์” จากการ”ทะลัก” เข้ามาของ ชาวมาเลเซีย”ที่เป็นครั้งแรก หลังการเกิดขึ้นของโควิด 19 “….แต่ ปัญหาที่สำคัญของ เทศบาลนครหาดใหญ่ ,องค์กรบริหารส่วนจังหวัดสงขลา ผู้ว่าราชการจังหวัด ท่องเที่ยวและกีฬา รวมทั้ง สมาคมโรงแรม สมาคมธุรกิจการท่องเที่ยว และ อื่นๆ ต้องคิดถึง”อนาคต”ของ”เมืองหาดใหญ่  ด้วยการ”ผลักดัน” โครงการอื่นๆ ที่สร้าง”มูลค่า”การท่องเที่ยว เช่นสร้าง”แลนด์มาร์ค” แห่งใหม่ ที่”เขาคอหงส์” การ”เชื่อมโยง” ระหว่าง”โรงแรม”กับ”โรงพยาบาล”ในการ”เป็นฮับ” ด้าน”สุขภาพ” เพราะการ”รักษาพยาบาล”การรักษาสุขภาพ  เป็น”จุดแข็ง”และ”จุดขาย”ของ หาดใหญ่ ในเรื่อง”WELLNESS CITY” เพราะหาดใหญ่ มี โรงพยาบาล มี มหาวิทยาลัยทางการแพทย์ มีสถานบริการด้าน “สหศาสตร์ฯลฯ และยังมีอีก”มากมาย” ของ”แหล่งท่องเที่ยว” นอกพื้นที่ “หาดใหญ่”ที่เป็น”จุดขาย” “โดยไม่ต้อง”เจียรนัย” ด้วยซ้ำ…ขออย่างเดียว”ผู้ประกอบการ” อย่าง”เห็นแก่ตัวเห็นแก่ได้” ใช้วิธีการ”น้ำขึ้นรีบตัก” จนเป็นการ”ทำลาย” การ”ท่องเที่ยว” เหมือนในอดีตที่ผ่านมา….

@”บรรทัด” นี้ ก็คงจะเป็น”คำถาม” ไปยังคณะ”ผู้บริการเทศบาลนครหาดใหญ่” ที่มี พล.ต.ท.สาคร ทองมุณี เป็น“นายกเทศมนตรี” ถึงเรื่องของการ”จัดอีเวนท์” เพื่อ “กระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยว” ซึ่งได้ผลดี และเป็นการจัด”อีเว้นท์” ในรูปแบบใหม่ๆ มากขึ้น แต่ก็ยังมี”อีเว้นท์” ในรูปแบบเก่า”ขายบู๊ต” ขายสินค้าแบบเดิมๆ เหลืออยู่บ้าง ก็ควรจะเปลี่ยนรูปแบบใหม่… ที่สำคัญวันนี้ เริ่มมี”เสียงดังออกมา” เป็น”คำถาม”ว่า เรื่องจัด”อีเว้นท์” มีมากเกินความจำเป็นหรือไม่ และใครเป็นผู้”รับประโยชน์” ในการว่าจ้าง”ออแกไนเซอร์” ให้เป็นผู้จัด”อีเว้นทร์” เรื่องอย่างนี้ เป็นเรื่องที่”ผู้บริหาร”ต้อง”ใส่ใจ” และ แน่นอน การ “ปิดถนน”เพื่อจัด”อีเว้นท์” ด้านหนึ่ง เพื่อ”กระตุ้นเศรษฐกิจ” อีกด้านหนึ่งเป็น”ปัญหาสังคม” ของส่วนรวมในเรื่องการ”ใช้รถใช้ถนน”ที่ “คณะผู้บริหาร” ต้องรับฟังเสียงคนผู้เดือดร้อนด้วยเช่นกัน….ก็เห็นด้วยนะกับนโยบาย “ด่านนอก24ชั่วโมง” ของ นายกสมาคมโรงแรม หาดใหญ่ สงขลา ดร.สิทธิพงษ์ สิทธิภัทรประภา เจ้าของ ธุรกิจโรงแรมหรู ใน ต.สำนักขาม ชายแดนไทย-มาเลเซีย อ.สะเดา จ.สงขลา ที่จะให้”บริการนักท่องเที่ยว 24 ชั่วโมง” ถ้าไม่เป็นการอยู่เหนือ”กฎหมาย” ในเรื่องการ”ปิดสถานบริการ”ตามที่ “กฎหมายกำหนด” และที่สำคัญ ต้องมีการ”ควบคุม” เรื่อง”ยาเสพติด” เรื่อง”ขายบริการทางเพศ เรื่อง”คนต่างด้าว ท้าวต่างแดน” ซึ่งเป็นที่รู้กันทั้งประเทศว่า”ด่านนอก” อยู่ได้ด้วย”ธุรกิจสีเทา”  ถ้า”ด่านนอก 24 ชั่วโมง” ให้”ประโยชน์”กับ “นายทุน” นักธุรกิจ” พ่อค้าแม่ค้า แต่ทิ้ง”ขยะสังคม” ให้กับ”ชุมชน”และ”ประเทศชาติ” ก็เป็นเรื่องที่คนส่วนใหญ่”รับไม่ได้” เช่นกัน  ซึ่ง เจษฎา จิตรัตน์ ผวจ.สงขลา และ พ.ต.อ.บรรเทิง เหล่าสุวรรณ ผกก.สภ.สะเดา จ.สงขลา ต้อง”เข้มงวด” ในการ”ตรวจสอบ” ถึง”พฤติกรรม” ที่ผิด”กฎหมาย” ให้มากขึ้น เพื่อความสงบสุขของสังคม….

@ศึกข้ามรุ่น เมื่อ “ณัฏฐ์นน ศรีก่อเกี้อ สส.เขต 7 สงขลา พรรคภูมิใจไทย ลุกขึ้นมา”ตอบโต้” กับ”ชวน หลีกภัย” ประธานสภาผู้แทนฯ อดีต “นายกรัฐมนตรี” ในประเด็น”ไม่ซื้อเสียง” ในภาคใต้ ว่าไม่เป็นความจริง  เพราะ”ความจริง” ณ วันนี้ ในการเลือกตั้งทุก”ระดับ” ตั้งแต่เลือกตั้ง”ผู้ใหญ่บ้าน” จนถึงเลือก “ผู้แทน” คนที่”ชนะ”การเลือกตั้ง คือคนที่ใช้เงินเป็น ใช้เงินมาก เรื่องนี้”นายหัวชวน” อาจจะ”ล้าหลัง” เพราะเอา”อดีต” ที่”ตนเอง” ลงเลือกตั้ง แล้วไม่ได้ใช้เงินในการ”ซื้อเสียง” ดังนั้นเรื่องที่”ณัฎฐ์นน” ออกมา”ตอบโต้” เป็นเรื่องจริง แต่เป็น”เรื่องจริง” ที่ “ณัฎฐ์นน” ก็รู้ดีเพราะ”กินอยู่กับปากยากอยู่กับท้อง” ว่าการเลือกตั้งที่ผ่านมา มี”ปัจจัย” เรื่อง”เงิน” ที่เป็น”ตัวแปร” ใช่หรือไม่….การออกมา”ตีปลาหน้าไช” ในเรื่องการใช้เงินของ”ศิริโชค โสภา “ อดีต สส.เขต 7 พรรคประชาธิปัตย์ สงขลา ที่เป็น”คู่แข่ง” ของ”ณัฎฐ์นน”ในการเลือกตั้งที่จะมาถึงด้วยการ” ใช้เงิน 100 ล้าน เพื่อ”ปูทาง”การกลับมาเป็น สส.อีกครั้ง เป็นเรื่อง”บลัฟ”กันทางการเมือง ที่”ชี้นิ้ว” กันไป-มา ของผู้สมัคร แต่ละพรรค แต่ละฝ่ายเท่านั้น”สาระ” สำคัญคือ การ”เลือกตั้ง” ในทุกระดับของ”ประเทศไทย” มีการ”ซื้อเสียง” สูงสุดเสียงละ 6,000 บาท ต่ำสุด 300 บาท ตรงนี้ต่างหากที่ “กกต. ต้องหาทางในการ”แก้ไข” ถ้าต้องการให้”ประเทศไทย” มี”ประชาธิปไตย” โดยไม่ต้อง”ใช้เงิน”….

@”ประชาชาติ” เป็นพรรคการเมืองแรก ที่ออกมา”ขับเคลื่อน” ให้มีการยกเลิก”เบี้ยปรับ” และ” ดอกเบี้ย” รวมทั้ง”ผู้ค้ำประกัน” ในการที่ “นักศึกษา” กู้ยืมเงิน”กองทุนเพื่อการศึกษา” ( กยศ.) จนเป็นผลสำเร็จ เบื้องต้นต้อง”ปรบมือ” ให้กับ พ.ต.อ.ทวี สองส่อง สส.บัญชีรายชื่อและเลขาธิการพรรคฯและ สส.ของพรรคฯ  ส่วนใน”อนาคต” รัฐบาลจะออก”ระเบียบ” อย่างไร ในเรื่องการป้องกันการ”เบี้ยวหนี้” ของ”ผู้กู้” รวมทั้งการ”จัดสรรงบประมาณ” ให้กับ”กยศ.” เพราะเรื่อง”การศึกษา” เป็น”หน้าที่” ของ”รัฐบาล” จะมาคิดเรื่อง”ขาดทุน-กำไร” ไม่ได้ เพราะการให้คนในประเทศ ได้รับการศึกษาที่ดี นั่นคือ”กำไร” ของประเทศ….

@เหนื่อยใจกับ”พนักงานสอบสวน”( หลายนาย) ของ สภ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ที่มี”ประชาชน” ร้องเรียนเรื่องความ”ล้าช้า” ไม่มีความคืบหน้าในการ”สอบสวน”ล่าสุด “สายใจ ไชยชาย” แจ้งความดำเนินคดีกับ”ปลัดอำเภอ”ท่านหนึ่ง ในข้อหา”ปลอมแปลงเอกสาร” โดยมี พ.ต.ท.เมธา สง่างาม พงส. สภ.หาดใหญ่ เป็นเจ้าของคดี ผ่านไป 1 ปี ยังไม่มีการเรียกผู้ถูก”กล่าวหา” มาสอบสวน และ“เอกสาร” สำคัญทางราชการ ที่ใช้เป็น”หลักฐาน” ก็มีการ”ทำหาย” โดยไม่มีการ”รับผิดชอบ” จน”เจ้าทุกข์” ต้องทำหนังสือร้องถึง พ.ต.อ.อัครวุฒิ ธานีรัตน์ ผกก.สภ.หาดใหญ่ ให้”เอาผิด”กับ พนักงานสอบสวน  เรื่องนี้ พ.ต.ท.กีรติ ตรีวัย รอง ผกก.สส. หัวหน้าพนักงานสอบสวน ต้องมีส่วนในการรับผิดชอบกับความ”เดือดร้อน” ของประชาชน ด้วยเช่นเดียวกับ พ.ต.อ.อัครวุฒิ   ธานีรัตน์     ผกก.สภ.หาดใหญ่ ต้อง”เอาจริง”กับ พนักงานสอบสวน ที่ไม่มีความรับผิดชอบในหน้าที่…..

@เรื่องการ”ทุจริต”  ด้วยการ”ขุดตักหน้าดินไปขาย”จากการทำโครงการ”แก้มลิง” ก็ดี จากการ”ขุดคลองชลประทาน”ก็ดี ยังเป็นปัญหาใหญ่ ที่เกิดขึ้นกับทุกโครงการ และมีการ”สมยอม”เพื่อ”แบ่งปันผลประโยชน์” ล่าสุด “ราม  วสุธนภิญโญ” ผอ.ปปช.ตรัง  นำคณะผู้เกี่ยวข้องตรวจสอบโครงการ”แก้มลิงน้ำพราย 1  ว่ามีการ”ขายดิน”ในโครงการดังกล่าวหรือไม่….ผ่านไปแล้ว 2 เดือน กับการ”เยียวยา”เหยื่อของการ”แข่งรถ จยย. ที่จัดโดย”เทศบาลนครตรัง” เป็นเหตุให้มี”คนตาย” และ”บาดเจ็บ” หลังเกิดเหตุ ถนอมพงษ์ หลีกภัย รองนายกเทศบาลนครตรัง มอบเงิน”เยียวยา” ให้ ครอบครัว นักเรียนที่เสียชีวิต 100,000 บาท แล้ว”หายต๋อม” วันนี้ ต้องให้ เจริญ ศรนารายณ์  และ ไกรศรี ชูเพชร 2 ทนายทำการยื่นมือเข้าช่วยเหลือด้านคดี  ส่วนในเรื่องของการ”จัดการแข่งขัน” ที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย  พ.ต.อ.เชื้อชาติ เยาว์ดำ ผกก.สภ.เมืองตรัง แจ้งว่า ยังอยู่ระหว่างการ รวบรวมหลักฐาน เพื่อสาวไปถึง ผู้อยู่เบื้องหลังการจัดงาน เรื่องนี้ สัญญา ศรีวิเชียร นายกเทศบาลนครตรัง ยังทำตัวอยู่”เหนือปัญหา”ทั้งหมด..       

@หลังการลาออกของ กู้เกียรติ วงศ์กระพันธ์ ผวจ.พัทลุง ทำให้ ตำแหน่ง “ผู้ว่าราชการจังหวัด” ในภาคใต้ตอนล่าง ว่างลงอีก 1 ตำแหน่ง  ทำให้”นักวิ่ง” ใน”กรมการปกครอง” กระทรวงมหาดไทย” ต่างเร่ง”สปีด” ฝีเท้าอย่างเต็มที่ ซึ่งก็ต้อง”รอลุ้น” กันอีกไม่นาน ก็จะรู้ว่า รอง ผวจ.คนไหน ที่จะได้”ขยับไปทำหน้าที่”พ่อเมือง” ยะลา,ปัตตานี และ พัทลุง …ส่วนที่ว่าแน่เหมือน”แช่แป้ง” อย่าง สมนึก พรหมเขียว” รอง ผวจ.ปัตตานี ที่มีข่าว”หนักแน่น”ว่าจะได้เป็น”พ่อเมืองนิบง” จ.ยะลา วันนี้ชักจะ”ไม่แน่เสียแล้ว” เพราะ”ใบบอก” ล่าสุดแจ้งว่า”สมนึก”อาจจะไปเป็น”พ่อเมือง”ที่ไม่ใช่ภาคใต้ ส่วน”พ่อเมือง”พัทลุง” ข่าวว่า” พรรคร่วมรัฐบาล” ใช้ “พลังภายใน” กัน”อุตลุต” เพื่อเอาคนของตนเองมาเป็น”ผู้ว่าราชการจังหวัด” เพื่อใช้”สนองการเลือกตั้ง”ปิดท้ายด้วยการ”ชื่นชม” “โจ๊ก หวานเจี๊ยบ” พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ว่าที่ รอง ผบ.ตร. (สส.) ที่ใช้”กฎหมาย” ในการ”ลงดาบ” เอาผิดกับ ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองสงขลา และเจ้าหน้าที่อื่นๆ จำนวนเกือบ 10 คน ในข้อหา ร่วมกันทำความผิดในกฎหมายของ”ไอยูยู”  นับเป็นคดีแรก ที่ “เจ้าหน้าที่รัฐ ตกเป็นผู้ต้องหา และให้ออกจากราชการไว้ก่อน เชื่อว่าการ”ลงดาบ” ครั้งนี้ของ”บิ๊กโจ๊ก” คงจะทำให้ เจ้าหน้าที่ส่วนหนึ่งที่ได้ผลประโยชน์จาก”เรือประมง”ที่ผิดกฎหมายคง”ผวา”ไปนาน แล้วพบกันใหม่วันศุกร์หน้าครับ 

—————————————————————-

ไชยยงค์ มณีพิลึก 

เยี่ยมศาล.    ประคอง เตกฉัตร อธิบดีผู้พิพากษาภาค 9 สงขลา เยี่ยมศาลจังหวัด และศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดยะลา พร้อมมอบของที่ระลึกให้กับผู้พิพากษา และผู้พิพากษาสมทบ โดยมี จารุวิทย์ แซ่เจ็ง ร่วมต้อนรีบและรับมอบด้วย ณ.ห้องประชุมศาลจังหวัดยะลา 

บรรยายสรุป.    พล.ร.ต.สมเกียรติ ผลประยูร เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.)บรรยายสรุปโครงการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ให้ พล.อ.ประวิตร วงศ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี รักษาการ นายกรัฐมนตรี ในการนำคณะมาตรวจราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่ ห้องประชุมมหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ จ.นราธิวาส 

ต้อนรับ.   พล.ต.ท.นันทเดช ย้อยนวล ผบช.ภ.9 และคณะ ให้การต้อนรับ พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ รอง ผบ.ตร. ซึ่งเดินทางมาปฏิบัติภารกิจในพื้นที่ ประชุมตรวจเยี่ยม และอำลาหน่วยในพื้นที่ จชต.ณ ศปก.ตร.สน.อ.เมือง จ.ยะลา 

เปิดป้าย.   พล.ท.เกรียงไกร ศรีรักษ์ แม่ทัพภาคที่ 4/ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 พร้อมด้วย ดร.คนึงนิตย์ ศรีรักษ์ ประธานสมาคมแม่บ้านทหารบก สาขากองทัพภาคที่ 4 เป็นประธานในพิธีเปิดแพรคลุมป้าย อาคารเอนกประสงค์ “ขุนพลแก้ว” หรือเดิมเรียกว่า “ศาลาเขียว” ซึ่งกองพลพัฒนาที่ 4 ได้ดำเนินการปรับปรุงศาลาเดิม เพื่อเป็นอาคารเอนกประสงค์แบบ Open Air เป็นสถานที่อำนวยความสะดวกด้านต่างๆ เป็นจุดรวมในการรับประทานอาหารของกำลังพล ณ ค่ายรัตนพล อ.คลองหอยโข่ง จ.สงขลา 

เงินพระราชทาน.   ธีรุตม์ ศุภวิบูลย์ผล รองผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา เป็นประธานรับมอบเงินพระราชทานขวัญถุงกองทุนแม่ของแผ่นดิน ประจำปี 2565 จาก นายพงศธร ธรรมชาติ ผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ภาค 9 และมอบให้แก่ประธาน หรือตัวแทนหมู่บ้านกองทุนแม่ ของแผ่นดิน ปี 2564 – ปี 2565 จำนวน 16 หมู่บ้าน 7 อำเภอ โดยมีหัวหน้าส่วนราชการระดับจังหวัด นายอำเภอ คณะกรรมการเครือข่ายกองทุนแม่ของแผ่นดินระดับอำเภอและจังหวัดเจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชนจังหวัด/อำเภอ หน่วยงานภาคีเครือข่าย เข้าร่วมในพิธี 120 คน ณ หอประชุมปาล์ม ศูนย์ศึกษาและพัฒนาชุมชนยะลา 

รับรางวัล.   มุขตาร์ มะทา นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดยะลา รับรางวัลประกาศเกียรติคุณ และของที่ระลึก จากสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน มอบรางวัลให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จำนวน 10 แห่ง ที่ได้รับผลการประเมินในระดับดีเด่นด้วยคะแนนสูงสุดจาก “โครงการประเมินวินัยการเงินการคลังของหน่วยรับตรวจ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2564” โดยมีพลเอก ชนะทัพ อินทามระ ประธานกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน ให้เกียรติเป็นผู้มอบประกาศเกียรติคุณ และ  ประจักษ์ บุญยัง ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน ให้เกียรติเป็นผู้มอบของที่ระลึก ณ ห้องดำริอิศรานุวรรต สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน 

ฝึกเตรียมพร้อม.   พล.ต.เฉลิมพร ขำเขียว ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 15 เปิดการฝึกเตรียมความพร้อมให้กับหน่วยที่จะปฏิบัติภารกิจป้องกันชายแดน (บก.ควบคุม สุริโยทัย) ในพื้นที่ จ.ยะลา และ จ.นราธิวาส เพื่อปรับพื้นฐาน และทบทวน กำลังพลให้มีความรู้ , ความเข้าใจหลักนิยม และพื้นฐานการปฏิบัติงานตามพันธกิจป้องกันชายแดน ณ ค่ายกัลยาณิวัฒนา ต.กะลุวอเหนือ อ.เมือง จ.นราธิวาส 

เปิดอาคารเรียน. ณ อาคารเรียน 8 ชั้น วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี ตรัง อ.เมืองตรัง จ.ตรัง ชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา และประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานในพิธีทำบุญเปิดอาคารเรียน 8 ชั้น โดยมี ขจรศักดิ์ เจริญโสภา ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง พร้อมด้วยข้าราชการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมเป็นเกียรติ 

ปลายทางชีวิต.  บัญญัติ บรรทัดฐาน ประธานกรรมการที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ สภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อพรรคประชาธิปัตย์  พร้อมด้วย นิพนธ์ บุญญามณี รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ร่วมในการสวดพระอภิธรรมศพ คุณพ่อเคล้า มุสิกพงศ์ บิดา วีระกานต์ มุสิกพงศ์ อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร  ณ บ้านพัก ตำบลระวะ อำเภอระโนด จังหวัดสงขลา 

ปลุกสงขลา.   นิพนธ์ บุญญามณี รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ มอบนโยบายแนวทางบริหารพรรค โดยมี สรรเพชญ บุญญามณี ว่าที่ผู้สมัคร สส. เขต 1 สงขลา และผู้นำชุมชนเข้ารับฟัง โดยมี ดร.สุวัชชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ บรรยายพิเศษ “เทคโนโลยีกับการพัฒนาเมือง เมืองเปลี่ยน ประเทศเปลี่ยน ณ ห้องประชุม โรงแรมกรีนเวิลด์ อ.เมือง สงขลา 

บรรยายพิเศษ.    เดชอิศม์ ขาวทอง (นายกชาย) รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์/สส.เขต 5 จสงขลา ต้อนรับและเป็นวิทยากร บรรยายพิเศษ”วิเคราะห์การเมืองไทยในอดีต”ให้นักศึกษาดุษฎีบัณฑิต มหาวิทยาลัยมหามกุฎราชวิทยาลัยวิทยาเขตศรีธรรมาโศกราช ณ สำนักงาน อ.รัตภูมิ จ.สงขลา 

ทลายโกดัง.   อนุพงศ์ ศรีเกตุ ผอ. สนง.สรรพสามิตภาคที่ 9  จำแลง บัวสงค์  ผู้เชียวชาญด้านจัดเก็บภาษี  สัมพันธ์ ศรีวิรัตน์ ผอ.ส่วนตรวจสอบ ป้องกันและปราบปรามฯ พร้อมด้วย ศุลกากร และ ตร.สอบสวนกลาง แถลงข่าวการตรวจยึด บุหรีหนีภาษี ในโกดัง  พื้นที่ อ.ตากใบ จ.นราธิวาส 

แถลงข่าว.  ไพเจน มากสุวรรณ์  นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา ร่วมกับอำเภอสทิงพระ จ.สงขลา ได้ร่วมกันแถลงข่าวจัดงานวิ่งมาราธอนชายหาดจากหาดมหาราชถึงหาดม่วงงามเพื่อส่งเสริมการออกกำลังกายและเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจอีกทางหนึ่งด้วย 

ปรองดองสมานฉันท์.  ไพบูลย์ โอมาก รองผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง กล่าวต้อนรับคณะกรรมการขับเคลื่อนโครงการสร้างความปรองดองสมานฉันท์โดยใช้หลักธรรมทางพระพุทธศาสนา “หมู่บ้านรักษาศีล 5” ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 โดยมี พระเทพศาสนาภิบาล เจ้าคณะภาค 14 วัดไร่ขิง พระอารามหลวง เป็นประธานฯ ส่วนกลาง และ พระเทพมงคลกวี วัดโพธิการาม จังหวัดชุมพร  เจ้าคณะจังหวัดชุมพร ฝ่ายธรรมยุต เป็นประธานฯ หนใต้ ณ วัดสาริการาม อำเภอเมืองตรัง จังหวัดตรัง 

ขับเคลื่อนเศรฐกิจ.   อำนวย ศรีระแก้ว ผู้ช่วยเลขาธิการ ศอ.บต. นำคณะ เจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง พบกับประธานคณะกรรมาธิการท่าเรือปีนัง ประเทศมาเลเซีย ดาโต๊ะ ตัน เต่อ เฉิ่ง เพื่อแลกเปลี่ยนทิศทางการพัฒนาร่วมกันในอนาคต 

เศรษฐกิจพอเพียง.   พ.ต.อ.ตรัยฤกษ์ ปัญญาไตรรัตน์ ผกก.สภ.เมืองยะลา ,พ.ต.ท.ธัญ ศิริขันธ์ รอง ผกก.ป.สภ.เมืองยะลา มอบหมายให้ ร.ต.อ.มะรอพี สาและ รอง สวป.สภ.เมืองยะลา พร้อมชุด ตำรวจชุมชนสัมพันธ์ สภ.เมืองยะลา ร่วมกับ นักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา จิตอาสา โครงการเศรษฐกิจพอเพียง ในพื้นที่บ้านกำปงบูเก๊ะ หมู่ที่ 8 ต.สะเตงนอก อ.เมืองยะลา จ.ยะลา 

ติดตามความคืบหน้า.   ตัวแทนเครือข่าย พลเมืองสงขลา ประกอบด้วย ปรีชา สุขเกษม (ประธานเครือข่ายพลเมืองสงขลา) นครินทร์ บุญคง และ รติกร ทองคำปัน ได้เข้ายื่นหนังสือ ทวงถาม ความคืบหน้า ในการดำเนินงานก่อสร้างอควาเรี่ยมหอยสังข์ ถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ผ่านผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา โดยมี รุ่งโรจน์ และสุบ (ผู้อำนวยการศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดสงขลา) เป็นผู้รับหนังสือ ณ ศาลากลางจังหวัดสงขลา 

หารือปัญหาเกษตรกร.  ไพเจน มากสุวรรณ์ นายกอบจ.สงขลาพบปะหารือกับสภาเกษตรกรจังหวัดสงขลาถึงแนวทางการขับเคลื่อนงานด้านเกษตรโดยมี เชิดเกียรติ เมธีลักษณ์ประธานทีปรึกษานายกร่วมหารือในครั้งนี้ ณ ศูนย์บริบาลผู้สูงอายุ อ.เมือง จ.สงขลา