จากเด็กสาวกลุ่มชาติพันธุ์บนพื้นที่ห่างไกลใน อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี ที่ต้นทุนชีวิตแทบเป็นศูนย์ “น้องตุ๊กตา” น.ส.ศันสนีย์ ตาบู้ ตัดสินใจทิ้งความลำบากเบื้องหลังเพื่อเดินเข้าสู่ประตูวัดใหม่สี่หมื่น จ.ราชบุรี ขอน้อมรับใบบุญจาก “หลวงพ่อพงษ์” พระครูโสภณจันทรังสี เจ้าอาวาสวัดใหม่สี่หมื่น เป็นที่พึ่งพิงสุดท้ายในการเรียนต่อ

ภาพเด็กหญิงตัวเล็กๆ ที่คอยกวาดลานวัด ช่วยงานโรงครัว และหอบหิ้วปิ่นโตตามหลังพระ กลายเป็นภาพที่ชาวบ้านคุ้นตา แม้เธอจะถ่อมตัวว่าเป็นเพียง “เด็กหลังห้อง” ที่หัวช้ากว่าคนอื่น แต่เธอกลับใช้ความกตัญญูและหยาดเหงื่อในการทำงานวัดแทนค่าที่พักและอาหาร เพื่อพิสูจน์ว่าคนเลือกเกิดไม่ได้ แต่เลือกที่จะใฝ่ดีได้

ชีวิตในวัดไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ มีหลายครั้งที่ความเหนื่อยล้าทำให้เธอเผลอละเลยหน้าที่ จนเคยถูกหลวงพ่อถือไม้เรียวขู่สั่งสอนเพื่อดัดนิสัยดื้อรั้น ซึ่งเธอมองว่านั่นคือ “ความรัก” ที่ขัดเกลาให้เธอมีระเบียบวินัย แต่จุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ที่เกือบทำให้เธอปฏิเสธโอกาสทองคือตอนที่ทุน “ครูรัก(ษ์)ถิ่น” เปิดรับสมัคร

“น้องตุ๊กตา” ในวัยเยาว์ปฏิเสธเสียงแข็งว่า “ไม่อยากเป็นครู” เพราะภาพที่เห็นหลวงพ่อเหนื่อยยากกับการดูแลเด็กวัดนับร้อย ทำให้เธอกลัวการแบกรับภาระชีวิตคนอื่น และกลัวว่าความสามารถของเด็กหลังห้องเรียนอย่างเธอจะไปสอนใครเขาได้

แต่แล้วคำสอนของหลวงพ่อพงษ์ก็ได้สั่นสะเทือนใจเธอ เมื่อท่านกล่าวว่า “ในเมื่อเราได้รับโอกาส เราต้องรู้จักเป็นผู้ให้บ้าง การเป็นครูคือการส่งต่อแสงสว่างให้เด็กคนอื่น”

คำพูดนี้บวกกับความตั้งใจที่จะหลุดพ้นจากความยากจน ทำให้น้องตุ๊กตาฮึดสู้ เปลี่ยนความกลัวเป็นพลัง เธอทุ่มเทอ่านหนังสืออย่างหนักจนสอบติดทุน กสศ. และเข้าเรียนที่มหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง โดยมีเป้าหมายเดียวคือต้องเอาความสำเร็จไปฝากหลวงพ่อและครอบครัวให้ได้

ตลอด 4 ปีในมหาวิทยาลัย น้องตุ๊กตาเปลี่ยนจากเด็กที่เคยนั่งหลังห้องกลายเป็นนักศึกษาแถวหน้าที่ “สั่งงานปุ๊บ ทำปั๊บ” เธอใช้ความรับผิดชอบนำหน้าความเก่ง หมั่นทบทวนบทเรียนและทำกิจกรรมจิตอาสาไม่เคยขาด ความมุ่งมั่นนั้นสัมฤทธิผลเมื่อเธอเรียนจบด้วย เกียรตินิยมอันดับ 1 เกรดเฉลี่ยสูงถึง 3.66 ซึ่งในวันที่เธอนำใบประกาศมาให้หลวงพ่อดู ท่านถึงกับปลาบปลื้มจนน้ำตาซึม เพราะไม่คิดว่าเด็กวัดตัวเล็กๆ ที่เคยดื้อในวันนั้น จะก้าวมาได้ไกลถึงเพียงนี้

ปัจจุบัน “น้องตุ๊กตา” ไม่ใช่เด็กวัดที่รอรับโอกาสเพียงอย่างเดียว แต่เธอกำลังก้าวสู่ตำแหน่ง “ข้าราชการครู” ที่โรงเรียนนาขุนแสน ในบ้านเกิดของเธอเอง เพื่อทำหน้าที่เป็นแม่พิมพ์ของชาติอย่างเต็มตัว เธอตั้งใจจะนำความรู้และหัวใจของผู้ให้ที่ได้รับการหล่อหลอมจากใบบุญของวัด ไปบ่มเพาะเด็กๆ ชายขอบคนอื่นต่อ และเริ่มบทบาทใหม่ในฐานะผู้สร้างอนาคตให้กับสังคมอย่างยั่งยืน..

นิยายชีวิต โดย : อสงไขย
เรื่องและภาพโดย : ถวิล ลิ้มคุณธรรมโม จ.ราชบุรี
[[คลิก]] อ่านเรื่องราว “นิยายชีวิต” ได้ที่นี่..