สาวสวยคนนี้เคยเป็นแขกรับเชิญของ “ทีมวิถีชีวิต” มาแล้วครั้งหนึ่ง ในสมัยที่ยังเป็น “อินฟลูเอนเซอร์คนดังสายบิ๊กไบค์” ที่วันนี้ชีวิตเธอก้าวไปอีกขั้นกับเส้นทางใหม่ ที่วันนี้เราจะมาอัปเดตชีวิตของเธอกันอีกครั้ง กับสเตตัสชีวิตใหม่ของเธอ…

“แพร R1” เป็นฉายาที่ชาวโซเชียลรู้จักกันของสาวคนนี้ โดยเธอนั้นโด่งดังมาก่อนในการเป็น ยูทูบเบอร์และอินฟลูเอ็นเซอร์สายมอเตอร์สปอร์ต ที่มีแฟนคลับติดตามคอนเทนต์ท่องเที่ยวบนบิ๊กไบค์ของเธอกันอย่างล้นหลาม แถมยังเคยคว้า รางวัลอินฟลูเอ็นเซอร์ยอดเยี่ยม สายมอเตอร์สปอร์ต สาขารถจักรยานยนต์ ปี 2020 มาแล้วอีกด้วย แต่วันนี้เส้นทางชีวิตเธอเปลี่ยนบทบาทไป เพราะตอนนี้เธอทำตามความฝันที่เคยตั้งใจไว้ได้สำเร็จแล้ว ด้วยการเป็น “นักแข่งรถจักยานยนต์ทางเรียบ” โดยเธอเป็นเจ้าของทีมรถแข่งของตัวเอง โดยใช้เงินทุกบาททุกสตางค์ของตัวเองมาก่อตั้งทีมรถแข่งขึ้นมา ซึ่งแพรได้เล่าถึงจุดเปลี่ยนนี้ให้ฟังว่า พอเริ่มทำงานในวงการมอเตอร์ไซค์ และทำคอนเทนต์รีวิวรถมอเตอร์ไซค์มากขึ้น ทำให้ได้มีโอกาสใกล้ชิดกับนักแข่งหลายคนที่เป็นไอดอล อีกทั้งพอได้ร่วมเทสต์รถมอเตอร์ไซค์รุ่นใหม่ ๆ ในสนามแข่งที่จัดขึ้นเพื่อทดสอบสมรรถนะรถ ก็ทำให้เธอรู้สึกหลงใหลบรรยากาศในสนามแข่งรถมากขึ้นเรื่อย ๆ จนกลับมาตั้งคำถามกับตัวเองจริงจังว่า ตัวเธอมีศักยภาพพอจะเป็นนักแข่งได้ไหม?

“แรงผลักที่อยากให้เราหาคำตอบนี้ให้กับตัวเอง ยิ่งกระตุ้นตัวเรามากขึ้นตอนที่ได้มีโอกาสไปทำงานในอีเวนต์ระดับโลกที่มาจัดที่ไทย อย่างงานโมโตจีพี ทำให้ได้มีโอกาสเห็นเทคนิคจากนักแข่งตัวจริง จึงตัดสินใจลงเรียนคอร์สสั้น ๆ กับโค้ชและนักแข่งอาชีพ เพราะอยากอัปสกิลการขับขี่ให้เก่งมากขึ้น” แพร-ทวินันท์ บอกเรื่องนี้กับ “ทีมวิถีชีวิต”
ก่อนจะเล่าว่า ช่วงที่ตัดสินใจเทคคอร์สเรียนรู้กับโค้ชและนักแข่งรถอาชีพนั้น เป็นเพราะเธออยากรู้ว่าถ้าจะก้าวสู่เส้นทางนักแข่งรถนั้น จะต้องเริ่มต้นจากอะไรยังไง ต้องมีทักษะใดบ้าง แต่ก็ยังไม่คิดไปไกลถึงขั้นฝันจะเป็นนักแข่งอาชีพเต็มตัว แต่แค่อยากรู้เทคนิคเพื่อจะนำมาใช้ในการขับขี่ของตัวเองให้ปลอดภัย แต่หลังจากได้เริ่มสะสมประสบการณ์ในการขับขี่ในสนามแข่งมากขึ้น ก็เริ่มอยากจะลองเทสต์ตัวเองดูว่า ฝีมือตัวเองพัฒนาไปถึงขั้นไหนแล้ว จึงตัดสินใจไปลงสนามเพื่อทดสอบตัวเองในกิจกรรมชื่อ Track Experience ที่ทางฮอนด้าจัดขึ้น ซึ่งในอีเวนต์นี้จะมีโค้ชกับนักแข่งมืออาชีพมาสอนการขี่มอเตอร์ไซค์ที่ถูกต้อง โดยในวันที่ 3 ของการฝึก จะมีการจัดให้ผู้เข้าอบรมได้ลงแข่งในสนามจริง ๆ ก็เลยมีโอกาสได้สัมผัสการแข่งขันจริง ๆ ในครั้งนั้น โดยรุ่นของรถที่ขี่ลงแข่งจะเป็นรุ่นเริ่มต้น คือรุ่น 250 ซีซี ซึ่งหลังจากได้ลงแข่งจริง แพรยอมรับว่าชอบมาก และยิ่งหลงใหลโลกของนักแข่งรถอาชีพ

ลุคแบ๊ว ๆ ตอนเป็นอินฟลูฯ
“จากแมตช์นั้น ทำให้เราตัดสินใจจะเดินบนเส้นทางนักแข่งรถอาชีพแบบจริงจังเลย โดยไม่รอให้ใครหยิบยื่นโอกาส แต่เราขอสร้างขึ้นมาเองด้วยการตั้งทีมแข่ง โดยเราลงทุนเองทั้งหมด ตั้งแต่ซื้อรถ หาทีมช่าง ไปจนถึงการจ้างโค้ชส่วนตัว โดยรถแข่งของเราจะตกแต่งด้วยสีชมพู เพราะเป็นความชอบส่วนตัว กับเป็นเอกลักษณ์ที่บอกความเป็นตัวเราได้ชัดเจนที่สุดเมื่ออยู่ในสนาม” เธอกล่าว
พร้อมเล่าอีกว่า ตอนที่บอกกับคนใกล้ชิดว่า จะทำทีมแข่งรถขึ้นมาเอง ก็มีหลายคนเตือนด้วยความหวังดีว่า ยากนะ แถมค่าใช้จ่ายก็สูงแต่เธอตั้งใจไว้แล้ว จึงตัดสินใจเดินหน้าทำตามความฝันนี้ต่อไป และถึงแม้จะไม่ประสบความสำเร็จ แต่ก็มองว่าเป็นการ “ซื้อประสบการณ์” ซึ่งคุ้ม เพราะเป็นการปลดล็อกฝันของตัวเองด้วย โดยเธอได้ลงสนามแข่งในฐานะนักแข่งรถอาชีพครั้งแรกเมื่อเดือน พ.ย. ปี 2025 ในรุ่น 250 ซีซี โดยลงแข่งในฐานะ รุกกี้ (Rookie) หรือ นักแข่งหน้าใหม่ โดยแพรเล่าว่า
“เราเตรียมตัวมาอย่างดีและมั่นใจมากว่าจะมีโอกาสยืนบนโพเดียม แต่ในวันแข่งจริงอุปสรรคที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น เมื่อสภาพอากาศที่มืดครึ้มส่งผลต่อสัญญาณเครื่องจับเวลา (Transponder) ทำให้ไม่สามารถรู้เวลาต่อรอบที่แน่นอนของตัวเองได้ และด้วยความเป็นมือใหม่ เมื่อไม่สามารถรู้เวลาต่อรอบที่แน่นอน ทำให้เธอขี่ทะลุเวลา กล่าวคือ ขี่ทำเวลาเร็วเกินกว่าเกณฑ์ที่กำหนดในคลาส ส่งผลให้ไม่มีคะแนนสะสม และพลาดโอกาสการได้ไปยืนบนโพเดียม ซึ่งตอนที่โค้ชชูป้ายมาว่าเราไม่มีเวลา ตอนนั้น เราน้ำตาไหลเลย ทั้งที่ยังไม่ทันเข้าพิทเลย มันเป็นฟีลที่เจ็บใจตัวเองว่า อีกนิดเดียวเราน่าจะทำได้ แต่เรากลับทำไม่ได้” แพรกล่าวถึงบทเรียนสำคัญครั้งนี้ ที่สอนให้เธอรู้ว่าความมั่นใจอย่างเดียวไม่เพียงพอ แต่ต้องมาพร้อมกับการตั้งรับความผิดหวังด้วย

กับ “มาร์ก มาร์เกซ” ตำนานนักแข่งโมโตจีพี
อย่างไรก็ตาม ในวันเดียวกันนั้นเอง แพรก็ได้รับโอกาสลงแข่งพิเศษในรุ่น 600 ซีซี ซึ่งต้องประชันฝีมือกับสื่อมวลชนและอดีตนักแข่งรุ่นเก๋า ท่ามกลางสายฝนที่โปรยปราย ซึ่งถึงแม้จะได้ออกสตาร์ทในอันดับท้าย ๆ จากรถทั้งหมด จำนวน12 คัน แต่ด้วยสติและความมุ่งมั่น เธอก็เข้าเส้นชัยได้เป็นอันดับที่ 3 และสามารถคว้าถ้วยรางวัลใบแรกในชีวิตในฐานะนักแข่งอาชีพมาครองได้สำเร็จ โดยเธอบอกเล่าความรู้สึกว่า เหมือนเป็นการปลอบใจหยาดน้ำตาที่เสียไปก่อนหน้านี้
ทั้งนี้ แน่นอนว่าเส้นทางนักแข่งรถ ยอมหนีไม่พ้นความเสี่ยงเรื่องอุบัติเหตุ โดยแพรล่าว่า เธอเองก็เคยประสบอุบัติเหตุหนักระหว่างซ้อม จนต้องเข้าห้องไอซียู (ICU) มาแล้วเช่นกัน โดยเหตุการณ์นั้นสร้างความกังวลให้ครอบครัว เพื่อน ๆ รวมถึงแฟนคลับอย่างมาก ซึ่งแพรบอกว่า กับอุบัติเหตุครั้งนั้นเป็นอุบัติเหตุหนักสุดครั้งแรกในสนามแข่ง ทำให้คนที่รักเธอรู้สึกเป็นกังวลกับเส้นทางนี้ จนคนใกล้ชิดถามว่า ไหวไหม เลิกขี่เลยดีไหม แต่เธอก็ยืนยันว่าอยากอยู่ในเส้นทางนี้ต่อ และขอบคุณทุกคนที่เป็นห่วง โดยเธอสัญญาว่า จะพยายามดูแลตัวเองให้ดีที่สุด และปลอดภัยที่สุด
“คุณพ่อจะเตือนสติแพรตลอดว่า ให้ดูแลรักษาร่างกายตัวเองให้ดีกว่าเดิม และพยายามขับอย่างมีสติ ถ้าอันไหนไม่มั่นใจอย่าทำ ให้เลือกทางที่มั่นใจ ปลอดภัย” สาวสวยนักแข่งรถอาชีพกล่าว

ในบทบาททูตท่องเที่ยวฯ จ.ชลบุรี ปี 2025
ด้วยความที่มีบุคลิกและหน้าตาสวยโดดเด่น ทำให้นอกจากเป็นอินฟลูเอ็นเซอร์ กับนักแข่งรถอาชีพแล้ว เธอยังได้รับเลือกเป็น ทูตการท่องเที่ยวและทูตการกีฬา จ.ชลบุรี ปี 2025 ด้วย โดยแพรเล่าด้วยน้ำเสียงภูมิใจว่า เป็นอีกบทบาทที่ตัวเธอเองก็ยังแอบงง ๆ เหมือนกัน เพราะะไม่เคยคิดมาก่อนว่า จะไปสายนางงามได้ (หัวเราะ) โดยเธอเล่าถึงเรื่องนี้ว่า เริ่มต้นจากมีกองประกวดนางงามติดต่อเข้ามาหาเธอ แต่ก็ได้ปฏิเสธไปในตอนแรก เพราะคิดว่า สายนางงามน่าจะไม่ค่อยเข้ากับตัวเอง ที่สำคัญตัวเองรู้สึกไม่กล้าและเขินด้วย จนมีผู้ใหญ่เห็นว่า เธอชอบขี่รถมอเตอร์ไซค์ ชอบทำคอนเทนต์ และทำความดีช่วยสังคม ช่วยคน ช่วยน้องหมา ก็จึงทาบทามให้เธอลองไปประกวดดู โดยเป็นเวที มิสทัวริซึมเวิลด์ไทยแลนด์ (Miss Tourism World Thailand)
“ผู้ใหญ่แนะนำว่า ถ้าได้ตำแหน่ง จะเป็นโอกาสดีที่เราจะเป็นกระบอกเสียงในการช่วยเหลือสังคมได้ในวงกว้างยิ่งขึ้น ประกอบกับเวทีนี้ไม่ต้องเก็บตัว ไม่ต้องโชว์ตัว ไม่ต้องแต่งชุดว่ายน้ำเหมือนกองประกวดอื่น ๆ แต่จะใช้วิธีเก็บผลงานผู้สมัคร เราก็เลยตัดสินใจไปสมัครเพื่อเข้าประกวด และสุดท้ายก็ได้รับเลือกให้ทำหน้าที่ทูตการท่องเที่ยวและทูตการกีฬา จ.ชลบุรี ประจำปี 2025” แพรพูดถึงเส้นทาง “นางงาม” ซึ่งเป็นเส้นทางที่ไม่เคยคิดฝันมาก่อนว่า จะเข้าสู่เส้นทางนี้

กับน้องหมาที่รับดูแล
นอกจากเป็น “นางงาม” แล้ว แพรยังได้รับฉายาเป็น “นางฟ้าของหมาจรจัด” ด้วย โดยเธอเล่าที่มาของฉายานี้ว่า… มาจากชื่อที่แฟนคลับของเธอตั้งให้ ด้วยความที่เป็นคนที่รักหมารักแมว และมักจะพกอาหารเม็ดติดรถไว้เสมอเพื่อแบ่งปันให้กับสุนัขจรจัดที่เธอพบเจอตามสถานที่ต่าง ๆ ระหว่างการเดินทาง และเธอยังรับอุปการะน้องหมา รวมถึงการหาบ้านให้น้องหมาจร อีกทั้งยังมักไปบริจาคอาหารเม็ดให้ตามสถานสงเคราะห์ที่รับเลี้ยงน้องหมาอีกด้วย ทำให้ภาพนี้กลายเป็นอีกหนึ่งภาพจำของผู้คนบนโซเชียล รวมไปถึงกลุ่มแฟนคลับของเธอ จนทำให้ได้รับฉายานี้มา
ก่อนจบบทสนทนากับ “ทีมวิถีชีวิต” นั้น “แพร-ทวินันท์” บอกว่า การขี่มอเตอร์ไซค์เป็นสิ่งที่รักมาก และคิดว่าคงทำต่อไปเรื่อย ๆ ไม่ทิ้งแน่นอน เพราะเป็นเส้นทางที่มีส่วนสำคัญทำให้เธอก้าวมาถึงวันนี้ได้ ส่วนบทบาทการเป็น “นักแข่งรถอาชีพ” นั้น ก็ยังทำต่อไปเหมือนกัน เพราะเธอได้วางเป้าหมายว่า ในปี 2026 นี้ เธอจะลงแข่งขันในรุ่น 250 ซีซี ให้ได้ครบทั้งหมด 4 สนาม โดยสนามแรกจะเริ่มวันที่ 17 พ.ค. สนามที่ 2 เดือน ก.ค. ส่วนอีก 2 สนามสุดท้ายนั้น จะแข่งช่วงปลายปีคือ เดือน พ.ย.
“แพรมีเป้าหมายว่าในทั้งหมด 4 สนามนี้ จะต้องคว้าแชมป์มาครองให้ได้สักสนามติดมือ ซึ่งจะทำให้ดีที่สุด ให้เต็มที่สุด ส่วนปีหน้านั้นค่อยมาว่ากันอีกสเต็ปต่อไป และคงต้องมาคิดอีกทีว่า… จะขยับไปรุ่นที่สูงขึ้น รุ่นที่ใหญ่ขึ้นอย่าง 600 ซีซี และ 1,000 ซีซีหรือไม่ แต่ที่ไม่ทิ้งไปอย่างแน่นอนคือ คือการขี่รถมอเตอร์ไซค์ออกไปท่องเที่ยว เพราะเรื่องนี้…เป็นชีวิต…เป็นลมหายใจของเรา”.

กับกลุ่มแฟนคลับผู้หญิงที่ตามเชียร์
เป็นตัวแทนพิสูจน์ ‘ผู้หญิงก็ทำได้’
“แพร–ทวินันท์” ให้มุมมองต่อการเป็น “นักแข่งหญิงอาชีพ” ในโลกมอเตอร์สปอร์ตว่า สิ่งที่อยากบอกคือ การขี่บนท้องถนนทั่วไป กับในสนามแข่งขันนั้นแตกต่างกันมาก อย่างตัวเธอนั้น ถ้าเป็นเวลาปกติ เมื่อขี่บนถนนเธอจะขับขี่ไม่เร็ว จะเน้นขี่แบบปลอดภัยเป็นหลัก โดยจะให้ความสำคัญในการทำตามกฎหมายและกฎจราจราอย่างเคร่งครัด ซึ่งเอาจริง ๆ ขี่บนถนนปกติยากกว่าขี่ในสนามแข่ง เพราะมีปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุเยอะกว่า ทำให้ต้องระวังหลายอย่าง แต่ในสนามแข่งจะเน้นที่การ “มีสติ–มีสมาธิ” ที่เหลือขึ้นกับเทคนิค การฝึกซ้อม การเตรียมตัว โดยเธอแนะนำถึง “ผู้หญิงที่อยากเข้าสู่โลกนักแข่งรถอาชีพ” ว่า สิ่งแรกที่ต้องมีคือใจ โดยต้องถามตัวเองให้ได้คำตอบก่อนว่า ชอบจริงไหม ซึ่งตอนนี้มีผู้หญิงไม่น้อยหันมาเอาจริงเอาจังกับการขี่รถมอเตอร์ไซค์มากขึ้น ถ้าเทียบกับเมื่อก่อน แต่การจะเข้าสู่สนามแข่งขันในฐานะนักแข่งอาชีพได้นั้น จะต้องฝึกฝน–ต้องเตรียมตัวให้พร้อม และที่สำคัญคือ ต้องมีวินัยสูง ซึ่งถ้าทำได้ก็มีโอกาสพิสูจน์ตัวเองบนเส้นทางนี้ได้เหมือนกับเธออย่างแน่นอน
บดินทร์ ศักดาเยี่ยงยงค์ : รายงาน



