@เรื่อง “ปากท้อง”, “การเมือง” และ “การเลือกตั้ง” เป็นเรื่องที่แยกกันไม่ออก เมื่อราคา “ปาล์มน้ำมัน” ที่ร่วงลงอย่าง “ฮวบฮาบ” จากกิโลกรัมละ 12 บาท เหลือเพียง 5 บาท ในขณะที่ ราคาปุ๋ย กระสอบละ 2,000 บาท ราคายาปราบศัตรูพืช จากแกลลอนละ 400 เป็น 800 บาท ทั้งที่ ราคาน้ำมันปาล์มน้ำมัน ที่ใช้ในครัวเรือน ยังไม่ได้ลดราคาลงแต่อย่างใด….ในขณะที่ราคายางพารา อยู่ที่กิโลกรัมละ 40 บาท นี่คือราคาน้ำยางสด ที่ “ชาวสวน” ขายให้กับ “พ่อค้าคนกลาง” ที่ไม่ใช่ราคา “ตลาดกลาง”….. นี่คือปรากฏการณ์ที่ “จนทั้งแผ่นดิน” ของเกษตรกรชาว สวนยาง-สวนปาล์ม ในภาคใต้ ที่นอกจากเป็น “วิบากกรรม” ของ “ชาวสวน” แล้วยังเป็น “วิบากกรรม” ของพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบ กระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงเกษตรกรและสหกรณ์ ที่เป็นผู้กำกับดูแล 2 กระทรวงที่เป็น “เส้นเลือดใหญ่” ในเรื่องราคาสินค้าและราคาพืชผลทางการเกษตร ที่เป็นเรื่อง “ปากท้อง” ของคนส่วนใหญ่ของประเทศ….และขณะนี้ “กกต.” ได้ประกาศให้ “การเมืองไทย” เข้าสู่ “โหมด” ของการ “เลือกตั้ง” ด้วยแล้ว ยิ่งกลายเป็น “วิบากกรรม” ที่ “ซ้ำซ้อน” สำหรับพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งนับต่อจากนี้ ถ้า “ราคายาง” และ “ราคาปาล์ม” รวมทั้ง ราคาปุ๋ย-ราคายาปราบศัตรูพืช ยัง “แพงหูฉี่” และมี “ของปลอม” เข้ามา หลอกขายให้กับ “เกษตรกร” จนถึงวันที่มีการ “เลือกตั้ง” ปัญหานี้จะถูก “พรรคคู่แข่ง” นำมา “โจมตี” ในเวทีการหาเสียง และถึง “คู่แข่ง” ไม่ “โจมตี” แต่ประชาชนที่ไม่พอใจในเรื่องการแก้ปัญหา “ปากท้อง” และราคา “ผลผลิต” ทางการเกษตรที่ “ตกต่ำ” ก็จะกลายเป็น “ปัจจัยหลัก” ที่จะ “ปฏิเสธ” นักการเมืองของพรรคประชาธิปัตย์ในการเลือกตั้งครั้งหน้า …

@เชื่อว่าทั้ง “จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์” รองนายกรัฐมนตรี, รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ รวมทั้ง เฉลิมชัย ศรีอ่อน เลขาธิการพรรคฯ และรัฐมนตรีกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ คงทราบดีถึง “ปัจจัยลบ” สำหรับพรรคประชาธิปัตย์ กับการ “เลือกตั้ง” ในครั้งนี้ ซึ่งจับสังเกตได้จาก “รุ่นใหญ่” อย่าง “ชวน หลีกภัย” ประธานสภาผู้แทนราษฎร และ “บัญญัติ  บรรทัดฐาน” ที่ปรึกษาพรรคฯ ที่ออกมา “เคลื่อนไหว” อย่าง “ต่อเนื่อง” ในการเลือกตั้งครั้งนี้….และแน่นอนว่า “แอกหนักอึ้ง” อยู่บน “บ่าไหล่” ของ “นิพนธ์ บุญญามณี” และ “เดชอิศม์ ขาวทอง” สอง รองหัวหน้าพรรคฯ ซึ่งเป็น “สองขุนพล” ในการนำทัพ “ออกศึก” เพื่อรักษา “ที่นั่ง” ของ ส.ส.ภาคใต้เอาไว้ให้ได้ ส่วนจะเพิ่มจำนวน ส.ส.ได้หรือไม่ วันนี้ ยัง “ฟันธง” ไม่ได้ เพราะ ความ “เคลื่อนไหว” ในสนามเลือกตั้ง ยังไม่มีอะไรที่ชัดเจน…แต่นี้น่าสนใจคือคำพูดของ “สาทิตย์ วงศ์หนองเตย” ส.ส.เขต 2 จ.ตรัง ที่บอกให้ “ผู้บริหาร” พรรคประชาธิปัตย์ ยอมรับความเป็นจริง….และ “ใช่เลย” สำหรับความเป็นจริงอัน “เจ็บปวด” ของ “ประชาธิปัตย์” คือ “คนใต้” มองว่า “ไม่มีผลงาน” และ “กระแส” ของพรรคก็ไม่ได้ “ดีขึ้น” มากนัก และที่สำคัญคือ “เกือบทุกพรรคการเมือง” ที่เข้ามา “ต่อกร” กับ “ประชาธิปัตย์” ไม่ว่าเป็น “พลังประชารัฐ, ภูมิใจไทย, ประชาชาติ, รวมไทยสร้างชาติ, สร้างอนาคตใหม่” ต่างต้องการมี “ที่นั่ง” ในภาคใต้ทุกพรรคในการเลือกตั้งครั้งหน้า ยกเว้น “เพื่อไทย” ที่โอกาส “ปักธง” ในภาคใต้ยังไม่มี นี่คือ “ความจริง” ที่สนามการเลือกตั้งของภาคใต้ครั้งนี้…..

@ฟังเสียง “วิพากษ์วิจารณ์” ของ “ประชาชน” ใน กรณีการตัดสินคดี “โรงพักร้าง” ที่ “สุเทพ เทือกสุบรรณ” เป็นฝ่ายชนะคดี โดยคดี “โรงพักร้าง” ที่มีความผิดชัดเจน และสูญเสียงบประมาณจำนวน “มหาศาล” หาคน “ทำผิด” ไม่ได้ วันนี้ “ป.ป.ช.” จึงกลายเป็น “จำเลย” ของสังคม 100% นี่คือ “วิกฤติศรัทธา องกรณ์อิสระ” ที่ถูก “ประชาชน” มองว่าถูก “ครอบงำ” โดยผู้มีอำนาจ คดีนี้ใช้เวลา 10 ปี ในการ “สืบสวนสอบสวน” ข้อเท็จจริง…เช่นเดียวกับคดีการ “ทุจริต” การก่อสร้าง “อควาเรียมหอยสังข์” ที่ จ.สงขลา ของกรมอาชีวศึกษา ซึ่งมีผู้ถูกกว่าหาแค่ 3 คน แต่ปรากฏว่าผ่านไปแล้ว 14 ปี ป.ป.ช. ยังไม่มีการ “ส่งฟ้อง” นี่ก็เป็นคดี “มหากาพย์” ที่ ป.ป.ช. ใช้เวลายาวนานในการ “สืบสวนสอบสวน” ทั้งที่เป็น “คดี” ที่ไม่มีอะไรที่ “สลับซับซ้อน” แต่อย่างใด แล้วอย่างนี้ จะให้ “ประชาชน” มีความ “เชื่อมั่น” และ “ศรัทธา” องค์กรอิสระ เหล่านี้ได้อย่างไร…

@นี่ก็เป็น “หนังยาว” หรือ “หนังชีวิต” ในวงการ “สีกากี” ของ จ.สงขลา อีก 1 เรื่อง เมื่อ “สุดใจ ไข่เสน” ผอ.ป.ป.ช. จ.สงขลา มีมติให้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ดำเนินคดีกับ พล.ต.ต.อาชาน จันทร์ศิริ ผบก.ภ.จว.สงขลา กับพวกอีก 5 คน ในคดี “ขโมยรถจักรยานยนต์ของกลาง” จำนวน 30 กว่าคัน ในคดี “ยาเสพติด” ของ สภ.สะท้อน อ.นาทวี จ.สงขลา สำหรับผู้ร้องเรียน “ป.ป.ช.” เพื่อให้ “เอาผิด” กับ “นายตำรวจ” ทั้ง 6 นาย ของ บก.ภ.จว.สงขลา คือ พ.ต.อ.นิพนธ์ คงขวัญ ผกก.สภ.ทุ่งตำเสา อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา อดีต ผกก.สภ.สะท้อน อ.นาทวี จ.สงขลา…และ ขณะนี้ พ.ต.อ.นิพนธ์ คงขวัญ ผกก.สภ.ทุ่งตำเสา อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ถูกสั่ง “พักราชการ” โดยคำสั่งของ พล.ต.ต.อาชาน จันทร์ศิริ ผบก.ภ.จว.สงขลา ในฐานความผิดในเรื่อง “รถของกลาง” ของ สภ.สะท้อน อ.นาทวี จ.สงขลา หายไป ซึ่งเกิดเหตุในห้วงที่ พ.ต.อ.นิพนธ์ คงขวัญ ทำหน้าที่ ผกก.สภ.สะท้อน เรื่องนี้ไม่มีอะไร “ซับซ้อน” มากไปกว่าความ “บกพร่อง” และ “ผลประโยชน์” และความ “ขัดแย้ง” ในวงการ “สีกากี” ที่ “ต่างฝ่ายต่างมีดี” จนต้องให้ ป.ป.ช. เป็นผู้ “ตัดสิน”

@ถนนสาย “เขาแดง-ระโนด” จ.สงขลา งานก่อสร้างที่ “โคตรล่าช้า” ต่อสัญญา ไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง ก็ยังสร้างไม่แล้วเสร็จในหลาย ช่วงตอน เป็นปัญหาและเป็นความ “ทุกข์” ของผู้ที่ใช้รถใช้ถนน เพื่อสัญจรในเส้นทางดังกล่าว ที่มีอุบัติเหตุเกิดขึ้นมากมาย ชาวบ้านฝากถึง “ครรชิตพล เนตรสุวรรณ” รองผู้อำนวยการสำนักงานทางหลวงที่ 18 รักษาราชการแทนผู้อำนวยการแขวงทางหลวงที่ 1 ดำเนินการ ตรวจสอบ และเร่งรัด บริษัทผู้รับเหมาด้วย อย่าให้กลายเป็น “ถนน 7 ชั่วโคตร” เหมือนกับถนนหลายสายในภาคใต้….

@สนามบินเบตง จ.ยะลา สนามบินพาณิชย์ล่าสุดของประเทศไทย ที่เป็น “ทุกขลาภ” ของคน “เบตง” จ.ยะลา ซึ่งมีปัญหา ปิดๆ เปิด ๆ มาตั้งแต่มีการเปิด “สนามบิน” โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี หลังวันที่ 30 ตุลาคม นี้ จะมีการ “เปิดสนามบิน” เพื่อให้ “บริการ” นักท่องเที่ยว นักเดินทาง ต่อไปหรือไม่ ต้องรอความ “ชัดเจน” จาก สายการบิน “นกแอร์” อีกครั้ง เพราะที่ผ่านมา 4-5 เดือน บริษัท “นกแอร์” ขาดทุน “บักโกรก” เพราะโดยข้อเท็จจริง “ประชาชน” ที่มี “ภูมิลำเนา” ใน อ.เบตง จ.ยะลา มีเพียง 50,000 คน แต่ละวันมีผู้เดินทางด้วย “เครื่องบิน” ไม่เกิน 20 คน การที่ “นกแอร์” จะ “ไปต่อ” จึงอยู่ที่ หน่วยงานของรัฐ ต้องให้การ “อุดหนุน” แต่ ถามว่าจะต้อง “อุดหนุน” อีกนานเท่าไหร่ “สายการบิน” ที่เข้ามาให้ “บริการ” จึงจะช่วยตนเองได้…ที่สำคัญ วันนี้ สนามบินเบตง ไม่มี “คลังน้ำมัน” เพื่อเติมน้ำมันให้เครื่องบิน และการเปิดใช้ “สนามบิน” โดยมี “เที่ยวบิน” สัปดาห์ละ 3 เที่ยวบิน และไม่มี “ชาร์เตอร์ไฟลต์” มาใช้บริการ คือการ “ขาดทุน” อย่าง “ย่อยยับ” ของ “การท่าอากาศยาน”…เรื่อง “สนามบินเบตง” จึงเป็น “บทเรียน” ให้กับจังหวัดต่างๆ ที่ “นักการเมือง” พยายาม “ผลักดัน” ให้มี “สนามบิน” เพื่อเป็น “หน้าตา” ของ จังหวัด โดยที่ไม่ได้มองให้ “รอบด้าน” ซึ่งสุดท้ายคือการ “สูญเสีย” งบประมาณในการก่อสร้าง เพื่อให้ “สนามบิน” เป็นที่ “เลี้ยงวัว-ควาย” ต้องเสียเงินให้เจ้าหน้าที่ ในการ “เฝ้าอาคารร้าง” ที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์…..

@งานเทศกาล “ถือศีลกินผัก” ปีนี้ ที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา จัดขึ้นอย่าง “ใหญ่โต” เพื่อช่วย “กระตุ้น” เศรษฐกิจ และการท่องเที่ยว เพื่อความ “ต่อเนื่อง” มี พิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวฯ เป็นประธานเปิดงาน มี รุ่งรัตน์ ชัยจิระธิกุล นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดสงขลา เป็น “แม่งาน” ร่วมด้วยนายก อบจ.สงขลา “ไพเจน มากสุวรรณ” และ พล.ต.ท.สาคร ทองมุณี นายกเทศบาลนครหาดใหญ่ ที่ “ร่วมมือร่วมใจ” ในการจัดงานครั้งนี้ โดยมี นักท่องเที่ยวจากประเทศมาเลเซีย เข้ามาร่วมงาน “ถือศีล-กินผัก” จำนวนมาก จน “ห้องพัก” ของ โรงแรมน้อย-ใหญ่ เต็มหมด “รับทรัพย์” กัน ถ้วนหน้า หลายคนตะโกนว่า “หาดใหญ่ฟื้นแล้ว” แต่อย่าเพิ่งดีใจ เพราะนี่เป็นการ “ฟื้น” ตาม “เทศกาล” เท่านั้น หลังหมดหน้า “เทศกาล” ถ้าไม่มีโครงการ “กระตุ้น” อย่าง “ต่อเนื่อง” หาดใหญ่ ก็จะกลับมา “ซบเซา” อีกครั้ง…..

@เงียบไปพักใหญ่ หลังจากเป็นข่าวเรื่อง “น้ำมันเถื่อนทะลัก” จากประเทศมาเลเซีย ผ่านทาง “ชายแดน” ปาดังเบซาร์ และ ชายแดน “สำนักขาม” อ.สะเดา จ.สงขลา วันนี้ “สายข่าว” แจ้งว่า มีความ “คึกคัก” อีกครั้ง มี “เจ้าหน้าที่” ผู้รับผิดชอบ “แนวชายแดน” เริ่มเปิด “ไฟเขียว” ให้ขบวนการค้าน้ำมันเถื่อน เข้าไป “ขนน้ำมัน” ทั้ง “ดีเซล” และ “เบนซิน” จาก “มาเลเซีย” เพื่อส่งให้ “นายทุน” ใน “ฝั่งไทย” ได้อีกแล้ว ก็คงต้องฝากถึง เชาว์ เฉลิมเกียรติ นายด่านศุลกากร “ปาดังเบซาร์” และ “คณิต มีปิด” นายด่านศุลกากรสะเดา ให้ทำการ “เข้มงวด” อย่างจริงๆ จังๆ เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องการทำลาย “เศรษฐกิจ” เป็นเรื่องความ “สูญเสีย” รายได้ของประเทศ ที่เป็นหน้าที่ของ “ศุลกากร” โดยตรง…..

@เดือนตุลาคม เป็นเดือนทีมีประเพณี “ชักพระ” ซึ่งในหลายพื้นที่ นอกจากจะมีการ “ทำบุญ ตักบาตร” มีการประกวด “เรือพระ” แล้ว ยังมีการ “จัดงานสวนสนุก” เพื่อความ “บันเทิง” ให้กับคนในพื้นที่ ที่ อ.ระโนด จ.สงขลา สุพจน์ นวลทอง นายกเทศบาลเมืองระโนด จัดงานใหญ่ 10 วัน 10 คืน มี วงดนตรีดัง นักร้องดัง มากมาย เพื่อสร้าง “สีสัน” ให้กับงาน “สวนสนุก” เห็นด้วยนะ กับการสร้างความ “รื่นเริงบันเทิงใจ” ให้กับ “ประชาชน” ได้ “สนุกสนาน” ในยุคที่หันไปทางไหนมีแต่เรื่อง “แพงทั้งแผ่นดิน” และ “จนทั้งแผ่นดิน” แต่ขออย่าให้มีการ “อนุญาต” ให้มีการ “เล่นการพนัน” ในงานที่จัดขึ้น ไม่ว่าจะเป็น “การพนัน” ประเภทที่ขอ “อนุญาต” ได้ หรือที่ “อนุญาต” ไม่ได้ แต่อาศัยการ “จ่ายส่วย” ให้กับ “โรงพัก” และ “ฝ่ายปกครอง” เพราะเรื่องการพนันในงาน “สวนสนุก” เป็นเรื่องของการ “มอมเมา” ประชาชน และเป็นเรื่องการ “หาผลประโยชน์” ของ “เจ้าหน้าที่รัฐ” …..

@แม้จะมาเป็น “ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา” เพียงปีเดียว แต่ก็ไม่ “เสียของ” สำหรับ “ภิรมย์ นิลทยา” เพราะก่อนที่จะเกษียณอายุราชการในวันที่ 30 กันยายน ได้ฝากผลงานให้กับจังหวัดยะลาหลายอย่าง โดยเฉพาะ “บ้านคนจน” จำนวน 40 กว่าหลัง….ส่วนใครจะมารับหน้าที่เป็น “ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา” คนต่อไป ถ้าจะให้ดี ชาวยะลา ก็อยากได้ “ผู้ว่าราชการจังหวัด” ที่มีอายุงาน 2 ปี เพื่อให้มีการ “ผลักดัน” นโยบาย ในการ “พัฒนา” จังหวัดอย่าง “ต่อเนื่อง”….หลังการลงพื้นที่ จ.นราธิวาส เพื่อ “ตรวจราชการ” ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ และเพื่อประชุม “คณะกรรมการยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้” (กพต.) ของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี รักษาการนายกรัฐมนตรี ที่ จ.นราธิวาส ซึ่ง “ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้” (ศอ.บต.) โดย พล.ร.ต.สมเกียรติ ผลประยูร เลขาธิการ ศอ.บต. ได้มีการเสนอแผนงานใหญ่ๆ ใน 5 โครงการ 5 แผนงานด้วยกัน และหนึ่งในแผนงานที่นำเสนอคือการ “บำรุงพระพุทธศาสนา” ด้วยการ “ฟื้นฟู” วัดเก่าแก่ที่มีอายุเกินกว่า 100 ปี จำนวน 10 แห่ง และ “ฟื้นฟู-ปฏิสังขรณ์” วัด และโบราณสถาน ในพื้นที่ห่างไกล และชุมชนเปราะบาง 7 แห่ง เพื่อการ “สืบสานพระพุทธศาสนา” ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ และเป็น “ขวัญกำลังใจ” ของ “ไทยพุทธ” ในพื้นที่…แต่สำหรับโครงการพัฒนาที่เป็นโครงการใหญ่ๆ ซึ่งเป็น “แนวทาง” ในการ “พัฒนา” จังหวัดชายแดนภาคใต้แบบ “ครบวงจร” อย่าง “เมืองต้นแบบที่ 4” อ.จะนะ จ.สงขลา ในการประชุม “กพต.” ครั้งนี้ ไม่มีการนำเสนอในที่ประชุมแต่อย่างใด สำหรับโครงการเมืองต้นแบบที่ 4  หรือ “นิคมอุตสาหกรรมจะนะ” ประชาชนใน 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ฝากให้ “รักษาการนายกรัฐมนตรี” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ “เร่งผลักดัน” ให้ “สภาพัฒนาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม” ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบโครงการดังกล่าว เร่งการ “ขับเคลื่อนให้เป็นรูปธรรม” อย่าเอาโครงการไป “แช่แข็ง” เพียงเหตุผลเดียวคือ กลัว “เอ็นจีโอ” ที่ประกาศ “คัดค้าน” การเกิดขึ้นของ “เมืองต้นแบบที่ 4” หรือ “นิคมอุตสาหกรรมจะนะ” โดยไม่ได้มองประโยชน์ที่ประชาชนในจังหวัดชายแดนภาคใต้จะได้รับ จาก “โครงการพัฒนา” ดังกล่าว….

@งานเข้าสำหรับ พ.ต.อ.ประทีป เทพไชย ผกก.สภ.หาดสำราญ จ.ตรัง เมื่อ ปรีดี รัตนะ อดีตผู้ใหญ่บ้าน ในพื้นที่ ร้องเรียนต่อ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ว่าที่ รอง ผบ.ตร. เพื่อขอความ “คุ้มครอง” ความ “ปลอดภัย” หลังถูก “คนร้าย” ใช้อาวุธสงครามยิงถล่ม เอ้า พล.ต.ต.เชาวลิต เลี้ยงสุพงษ์ ว่าที่ ผบก.ภ.จว.ตรัง คนใหม่ เร่งดำเนินการ เรื่องแค่นี้ไม่ควร “ถึงมือ” ของ “บิ๊กโจ๊ก หวานเจี๊ยบ” ให้ เสียอารมณ์….ส่วนนี้เป็น “เรื่องใหญ่” คือ สถานการณ์ความรุนแรงในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่ยังไม่มีอะไร “ดีขึ้น” ล่าสุด ยังมีการ “วางระเบิด” การ “ซุ่มยิง” ทั้งประชาชน และเจ้าหน้าที่รัฐ  และการ “วิสามัญ” สมาชิกขบวนการแบ่งแยกดินแดน “บีอาร์เอ็น” เป็นการ “ส่งท้าย” ตำแหน่งของ “แม่ทัพเกรียง” พล.อ.เกรียงไกร ศรีรักษ์ แม่ทัพภาคที่ 4 / ผอ.กอ.รมน.ภาค 4 ที่จะไปทำหน้าที่ ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก….และเชื่อว่า เหตุการณ์ “ก่อการร้าย” ยังจะรุนแรงต่อไป ตั้งแต่เดือนตุลาคม-สิ้นปี 2565 ซึ่งเป็นไปตาม “วงรอบ” ของการก่อการร้าย สิ่งที่ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ต้องระมัดระวังในห้วงที่มีการ “สับเปลี่ยน” กำลัง และ “สับเปลี่ยน” ตำแหน่ง ของการ “บังคับบัญชา” คือความ “ปลอดภัย” ของคน “ไทยพุทธ” ที่วันนี้สถานการณ์ที่ “เปลี่ยนไป” อาจจะตกเป็น “เหยื่อ” ของ กองกำลัง “บีอาร์เอ็น” อีกครั้ง และหลังวันที่ 30 กันยายน คนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ก็คงจะได้เห็น “ฝีไม้ลายมือ” ของ แม่ทัพคนใหม่ “พล.ท.ศานติ สกุนตนาก” ว่าจะมี “ยุทธศาสตร์” และมี “กลยุทธ์” อย่างไรกับการ “ดับไฟใต้” ทั้งในเรื่อง “การเมือง” และเรื่อง “ยุทธการ”….

@ส่วน “แม่ทัพน้อยที่ 4” พล.ท.อุทิศ อนันตนานนท์ ที่ได้รับการมอบหมาย ให้รับผิดชอบงาน “การข่าว” จะสามารถทำให้งาน “การข่าว” ที่ “อ่อนแอ” ที่สุดของ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า มี “ประสิทธิภาพ” หรือไม่ เพราะมีข่าวว่าเรื่องงาน “การข่าว” เป็นงานที่ “ไม่สันทัด” สำหรับ พล.ท.อุทิศ อนันตนานนท์ ที่ “เติบโต” จากงาน “ยุทธการ”….แต่นั่นแหละ หลายภาคส่วนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ไม่ได้ “คาดหวังอะไรกับการปรับเปลี่ยน” ใน กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า มากนัก ตราบใดที่ยังมี “แม่ทัพเงา” ทำหน้าที่เป็น “แม่ทัพตัวจริง” อย่างที่ผ่านมา…..แต่อย่างไรก็ตาม ให้ “ประชาชน” ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ “จับตา” ความ “เคลื่อนไหว” ของ “องค์กรกาชาดสากล” หรือ “ไอซีอาร์ซี” ในปีนี้ให้ดี เพราะจะเข้ามามี “บทบาท” ในการ “ชี้นำ” กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า มากขึ้น ส่วนจะเป็นการ “ชี้นำ” เพื่อให้ประเทศไทยมีความ “สงบ” โดยไม่มีการ “เปลี่ยนแปลง” หรือนำไปสู่การ “เปลี่ยนแปลง” ด้วยการให้พื้นที่ 3 จังหวัด และ 5 อำเภอ ของ จ.สงขลา เป็น “เขตปกครองตนเอง” หรือไม่นั้น “ประชาชน” ในพื้นที่ต้องติดตามอย่าง “รู้เท่าทัน” ….สถานการณ์ของ “ไฟใต้” อย่างได้มองแบบ “โลกสวย” และอย่าให้ “เครดิต” กับ “นักวิชาการ” ที่อยู่ใน “ห้องแอร์” และบรรดานักรบ “พาวเวอร์พอยต์” จนทำให้ “เสียแผ่นดิน” โดยเฉพาะกับ “องค์กรชาติตะวันตก” ทั้งที่มาใน “หน่วยงานของรัฐ” และมาในฐานะของ “เอ็นจีโอ” ต่างมี “วัตถุประสงค์” ที่ “แอบแฝง” ด้วย “ผลประโยชน์” ของ “มหาอำนาจ” ทั้งสิ้น….

@ในเดือน ตุลาคม นี้ จะมีการ “พูดคุยสันติสุข” ใน “นิยาม” ของ คณะพูดคุยฯ ฝ่ายไทย กับการ “เจรจาสันติภาพ” ใน “นิยาม” ของ “บีอาร์เอ็น” ที่ กรุงกัวลาลัมเปอร์ ครั้งนี้มีความสำคัญ เพราะ “บีอาร์เอ็น” ต้องการให้ “คณะพูดคุย” ของฝ่ายไทย ที่นำโดย พล.อ.วัลลภ รักเสนาะ เป็น “หัวหน้า” ลงนามใน “เอกสาร” เพื่อแสดงความ “จริงใจ” ถ้าจะมีการ “พูดคุย” ต่อไปใน “อนาคต” เพราะที่ผ่านมา “บีอาร์เอ็น, มาเลเซีย” และ “เจนีวาคอลล์” องค์กรต่างประเทศ ไม่ “พอใจ” กับการเล่นบท “ขี่ม้าเลียบค่าย” ของ “คณะพูดคุย” ฝ่ายไทย ที่ไม่มี “สารัตถะ” ที่ “เป็นชิ้นเป็นอัน” ทั้งที่มีการ “พูดคุยมาแล้ว” ถึงสิบกว่าปี จากสมัยที่ “ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” เป็น “นายกรัฐมนตรี” จนถึง 8 ปี ในตำแหน่ง “นายกรัฐมนตรี” ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา….เห็นทีที่ พล.อ.วัลลภ รักเสนาะ หัวหน้าคณะ “พูดคุย” หรือไม่ก็ “เสธ.เมา” พล.อ.อุดมชัย ธรรมสาโรรัชต์ “ที่ปรึกษาใหญ่” หรือ “ตัวจริง” ของ คณะ “พูดคุย” ฝ่ายไทย ต้องยก “ตัวอย่าง” คดีการ “สืบสวนสอบสวน” ในคดี “โรงพักร้าง” ที่เป็นเรื่อง “จิ๊บๆ” ประเทศไทยยังใช้เวลาถึง 10 กว่าปี จึงจะมีการ “ตัดสิน”…แต่นี้เรื่อง “ประเทศชาติ” เรื่องการ “เสียดินแดน” และ “อธิปไตย” เวลา 10 ปี สำหรับ “หอยทาก” อย่าง “ประเทศไทย” เป็นเรื่อง “ธรรมดา” ที่ “บีอาร์เอ็น” ต้องเข้าใจด้วย  ฮ่าๆๆ…ถ้า “จับสังเกต” ของ “บีอาร์เอ็น” และ “มาเลเซีย” ภายในการ “กำกับ” ของ “เจนีวาคอลล์” องค์กร “เอ็นจีโอ” จาก “ชาติตะวันตก” ให้ดี จะเห็นการเปิด “เกมรุก” ใส่ คณะ “พูดคุย” ของฝ่ายไทยอย่างต่อเนื่อง ด้วยการ “ชี้นิ้ว” ให้ชาว “มลายู” ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ และ “ชาวโลก” เห็นถึงความ “ไม่จริงใจ” ในการ “เจรจา” ที่ “บีอาร์เอ็น” อาจจะ “ล้มโต๊ะ” การ “พูดคุย” ที่ยาวนานถึง 10 ปี โดยที่ “บีอาร์เอ็น” มีความ “ชอบธรรม” ต่อ ประชาคมโลก….

@กลับมาเรื่อง “การเมือง” ในจังหวัดสงขลา “พื้นที่” ซึ่งเป็น “เดิมพัน” ของพรรคประชาธิปัตย์ อีกครั้ง ใน “ฐานะ” ที่ “สงขลา” เป็น “เมืองหลวง” ของภาคใต้ เพราะเป็นถิ่นของ รองหัวหน้าพรรค ทั้ง “นิพนธ์ บุญญามณี” และ “เดชอิศม์ ขาวทอง” ซึ่งเป็น “ขุนพล” ที่ต้อง “ออกศึก” ในการเลือกตั้งครั้งนี้ ซึ่งหลังจากที่ “กกต.” ห้าม “จัดกิจกรรม” ทาง “การเมือง” ด้วยการ “ให้” การ “แจก” และการ “สัมมนา” ก็จะได้เห็น “ของจริง” ว่า หลังหยุด “กิจกรรม” ทุกอย่าง “กระแส” ของ “คนในพื้นที่” ไป “ทางไหน” และเมื่อ “แจกไม่ได้” นักการเมือง ที่มี “เงินถุงเงินถัง” จะใช้ “ยุทธวิธี” อย่างไร ในการสร้าง “กระแส” เพื่อให้แปรเป็น “คะแนนเสียง”….แต่ที่เห็นชัดว่า ในบรรดา ส.ส. “หน้าใหม่” ของ “ประชาธิปัตย์” ในครั้งนี้ ผู้ที่ชาวบ้าน “เชื่อขนมกิน” ล่วงหน้าว่าได้เป็น ส.ส. แน่นอนคือ สรรเพชญ บุญญามณี ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.เขต 1 สงขลา “ทายาททางการเมือง” ของ “นิพนธ์ บุญญามณี” อดีต รมช.มหาดไทย และ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์…สำหรับ วันชัย ปริญญาศิริ ส.ส.เขต 1 สงขลา มีข่าวว่า กำลังตัดสินใจที่จะ “ละทิ้ง” ตำแหน่ง “ผู้แทน” เพื่อลง “ชิงชัย” ในตำแหน่ง “นายกเทศมนตรีเทศบาลนครสงขลา” หลังจากที่ ศรัญ บิลพัฒน์ นายกเทศบาลนครสงขลา ถูกศาล “พิพากษา” ให้พ้นจากตำแหน่ง “นายกเทศมนตรีเทศบาลนครสงขลา” ซึ่งไม่เพียง “วันชัย ปริญญาศิริ” ที่ “สนใจ” เป็นผู้ “บริหารท้องถิ่น” ข่าวว่าในการ “เลือกตั้ง” ผู้บริการเทศบาลนครสงขลาครั้งนี้ มีผู้ “กระโจน” ขึ้นเวที “ลุยไถ” ไม่ต่ำกว่า 3 ทีม ก็ขอให้ทุกทีม “หาเสียง” ด้วยความ “ระมัดระวัง” อย่าให้ต้อง “พ้นตำแหน่ง” ในข้อหาการ “ใส่ร้ายป้ายสี” ผู้สมัครที่เป็น “คู่แข่ง” อย่างที่ “นายกหมู” ศรัญ บิลพัฒน์ ที่นอกจาก “เสียตำแหน่ง” แล้ว ยังถูก กกต. สั่งให้เป็นผู้ “ออกค่าใช้จ่าย” ในการเลือกตั้งครั้งใหม่ด้วย…แล้วพบกันใหม่ในวันศุกร์หน้าครับ 

——————————————————————-

ไชยยงค์ มณีพิลึก 

เสริมสร้างพลัง.   พล.ร.ต.สมเกียรติ ผลประยูร เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) เป็นประธานในการจัดกิจกรรมเสริมสร้างพลังเด็ก-เยาวชน และประชาชนกลุ่มเปราะบางที่ได้รับผลกระทบจากการบังคับใช้กฎหมาย โดยการสนับสนุนของกระทรวงยุติธรรม (กรมราชทัณฑ์) ณ เรือนจำกลางบางขวาง จ.นนทบุรี เพื่อการเปลี่ยนผ่านความรูสึกที่คับแค้นไปสู่ความปรองดอง 

ชมแหล่งท่องเที่ยว.   ผศ.ดร.รัชดา ธนาดิเรกกิจ รองโฆษกสำนักนายกรัฐมนตรี กรรมการผู้แทนพิเศษรัฐบาล นำสื่อมวลชนต่างประเทศ ลงพื้นที่ชมแหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์หลายแห่งใน จ.ปัตตานี โดยมี สุนิสา รามแก้ว ผช.เลขาธิการ ศอ.บต. และ ร.ท.ตระกูล โทธรรม รอง ผวจ.ปัตตานี ให้การต้อนรับ 

เทศกาลกินเจ.    พล.ร.ต.สมเกียรติ ผลประยูร เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) พบปะประชาชนพ่อค้าแม่ค้า ณ ตลาดนัดชายแเดนใต้ “ซือปาแด” ริมแมน้ำสุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส หลังเป็นประธานในพิธีเปิดงานประเพณี ถือศีลกินผัก ณ มูลนิธิเซิ่งหมู่ธารน้ำใจ อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส 

ส่งตายาย.   พล.ต.เฉลิมพล ขำเขียว ผบช.กองพลทหารราบที่ 15 /ผบ.ฉก.นราธิวาส ร่วมทำบุญส่งตายาย “วันสารทเดือนสิบ” ณ วัดเกษมประทีป ต.เกาะสะท้อน อ.ตากใบ จ.นราธิวาส เพื่อสืบสานพุทธศาสนา โดยมีประชาชนชาวพุทธร่วมงานเป็นจำนวนมาก 

ภารกิจก่อนเดินทาง.   พล.ต.ต.ทินกร รังมาตย์ ผบก.ภ.จว.ยะลา ตรวจเยี่ยม กำลังพลในพื้นที่ จ.ยะลา อาทิ สภ.กาบัง, ท่าธง, ตาเซะ, ปะแต, ยะหา และลำใหม่ จ.ยะลา มอบเงินสนับสนุนภารกิจ และอำลาหน่วยเพื่อไปทำหน้าที่ รอง ผบช.พิสูจน์หลักฐาน ที่กรุงเทพฯ 

สุราษฎร์ยกทีม.   จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ บัญญัติ บรรทัดฐาน, เฉลิมชัย ศรีอ่อน เลขาธิการพรรค, นิพนธ์ บุญญามณี และเดชอิศม์ ขาวทอง รองหัวหน้าพรรค เปิดตัวผู้สมัคร ส.ส. ทั้ง 7 เขต จ.สุราษฎร์ธานี ณ โรงแรมบรรจงบุรี  อ.เมือง จ.สุราษฎร์ธานี พร้อมประกาศ จะกวาด ส.ส. ทั้ง 7 เขต 

ของขวัญ.  เฉลิมชัย ครุอำโพธิ์ (เถ้าแก่หลี) เจ้าของกิจการโรงโม่หินเขาบันไดนาง ได้มอบของขวัญให้กับตำรวจจราจรที่ปฏิบัติหน้าแก้ปัญหาจราจรติดขัดในวันทำบุญวันสารทเดือนสิบ ที่ สภ.สิงหนคร โดยมี ร.ต.อ.พันเลิศ กลักทองกร หัวหน้าจราจร สภ.สิงหนคร จ.สงขลา เป็นผู้รับมอบ ณ สภ.สิงหนคร จ.สงขลา 

เปิดศาลารวมใจ.   โยธิน ทองเนื้อแข็ง สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา เขตอำเภอกระแสสินธุ์ ประธานพิธีทำบุญเปิดศาลารวมใจ บ้านรัดปูน ต.เชิงแส อ.กระแสสินธุ์ จ.สงขลา ร่วมกับ ผู้นำท้องถิ่นและพ่อแม่พี่น้องประชาชนในพื้นที่ ร่วมด้วยช่วยกันอย่างอบอุ่น 

ร่วมบุญ.   กระจายศักดิ์ ศรีสงค์ นายกเทศมนตรีตำบลบ่อตรุพร้อมด้วย นายณฑัต พรุเพชรแก้ว รองนายกเทศมนตรี, นายกมล ภิญโญ ที่ปรึกษานายกเทศมนตรี และท่าน ส.ส.อรุณ สวัสดี ส.ส.สงขลา เขต 4 ร่วมทอดผ้าป่าเพื่อการศึกษา ณ โรงเรียนวัดเจดีย์งาม 

แข่งโพน.   ภานุมาส รัตนอุบล รองปลัด อบจ.พัทลุง เป็นประธานในการจับสลากประกบคู่แข่งโพน จำนวน 64 ลูก เพื่อแข่งขันในรอบชิงชนะเลิศ ชิงถ้วยรางวัลพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ประจำปี 2565 ระหว่างวันที่ 7-10 ตุลาคม ณ ห้องประชุม อบจ.พัทลุง 

ร่วมงาน.   พ.ต.อ.ทวี สอดส่ง ส.ส.บัญชีรายชื่อและเลขาธิการพรรคประชาชาติ รวมงานการกุศลของมูลนิธิศูนย์กลางอิสลามเพื่อการพัฒนา โดยมี นพ.อนันต์ไชย ไทยประทาน อับดุลกอเเร์ ยูโซ๊ะ และ อุดร น้อยทับทิม ผู้บริหารมูลนิธิ ให้การต้อนรับ ที่มูลนิธิ อ.เมือง จ.ยะลา 

โอนงบประมาณ.  บุ่นเล้ง โล่สถาพรพิพิธ นายก อบจ.ตรัง เป็นประธานในการประชุมสภา อบจ.ตรัง อนุมัติโอนเงินงบประมาณกว่า 40 ล้านบาท แผนงานอุตสาหกรรมและการโยธางบประมาณรายจ่ายประจำปี 2565 กรณีมีได้ก่อหนี้ผูกพัน เพื่อไว้เบิกจ่ายในปีงบประมาณ 2566 งานก่อสร้าง ค่าที่ดิน และสิ่งก่อสร้างจำนวน 6 รายการ เป็นเงินทั้งสิ้น 40,309,000 บาท 

สังเกตการณ์.   ร.ต.อ.สมนึก กุลมณี ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดยะลา มอบหมายให้ นางสาวมารีเย๊าะ ยีปาโล๊ะ หัวหน้ากลุ่มงานจัดการเลือกตั้งและการมีส่วนร่วม พร้อมด้วยทีมงาน ลงพื้นที่สังเกตการณ์การเลือกตั้งและการนับคะแนนเลือกตั้ง ในการเลือกตั้งสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบลตาชี กรณีแทนตำแหน่งที่ว่าง เขตเลือกตั้งที่ 1 ตำยะหา อำเภอยะหา จังหวัดยะลา 

กินเจหาดใหญ่.   พล.ต.ท.สาคร ทองมุณี นายกเทศมนตรีเทศบาลนครหาดใหญ่ จ.สงขลา ร่วมงานเทศกาลถือศีลกินเจ ณ สวนหย่อมศุภสารรังสรรค์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ซึ่งจัดโดยสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดสงขลา มีชาวไทย-มาเลเซีย ร่วมพิธีเป็นจำนวนมาก 

ถ่ายภาพร่วมกัน.  คณะกรรมการและที่ปรึกษาตำรวจภูธรจังหวัดยะลา ร่วมถ่ายภาพกับ พล.ต.ต.ทินกร รังมาตย์ ผบก.ภ.จว.ยะลา เป็นที่ระลึก ในการประชุมประจำเดือน ณ สำนักงานตำรวจภูธรจังหวัดยะลา 

กำลังใจ.    พล.ร.ต.สมเกียรติ ผลประยูร เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) มอบหมายให้ นพ.สมหมาย บุญเกลี้ยง ผู้ช่วยเลขาธิการ ฯ เป็นประธานเปิดงานพบปะให้กำลังใจเครือข่ายผู้พิการทางสายตาใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ พร้อมมอบเงินสมทบทุนให้สมาคมคนตาบอดแห่งประเทศไทย 

เปิดงาน.   พงษ์​ศักดิ์​ ยิ่ง​ชนม์เจริญ  เป็นประธานเปิดงานเทศกาล​ถือศีลกินเจ​ ประจำ​ปี 2565 ณ มูลนิธิ​พระ​โพธิสัตว์​อ​ว​โลกิเต​ศวร​ยะลา​ โดยมี ยศวัฒน์  นิธิกุลโชติรัตน์ ประธาน และ จิร​วิทย์​ แซ่​เจ็ง​ รองประธาน​ และคณะกรรมการ​มูลนิธิ​ ร่วมพิธี 

ตรวจเยี่ยม.   อมร ชุมช่วย นายอำเภอยะหา จ.ยะลา พร้อมด้วย ไพสิฐ ทองเงิน ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคง ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยม ชุดรักษาความปบอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) พร้อมมอบ วัสดุ อุปกรณ์ ที่จำเป็น ณ ป้อมยาม ชรบ.หมู่ที่ 3 บ้านกือยา ต.ละแอ อ.ยะหา จ.ยะลา