@เมืองชายแดน จ.นราธิวาส โดยเฉพาะพื้นที่ อ.สุไหงโก-ลก และพื้นที่ อ.ตากใบ ยัง”มากมาย” ด้วยปัญหาของ”ภัยแทรกซ้อน” จำพวก”น้ำมันเถื่อน,บุหรี่หนีภาษี,เนื้อโคเถื่อน” และ”ยาบ้า” เพราะ”เจ้าหน้าที่”เข้าใจว่า”เมืองชายแดน”ต้องมี”ของเถื่อน”เป็นของ”คู่บ้านคู่เมือง” จึงทำให้”นายทุน” ได้ใจใช้”ชาวบ้าน” เป็น”เครื่องมือ” ในการ”ขน”และ”ขาย” จน”เกลื่อนบ้านเกลื่อนเมือง” พล.ต.ต.แวสาแม สาและ ผบก.ภ.จว.นราธิวาส ออกตรวจพื้นที่บ้าง จะได้มองเห็น”ปัญหาของสังคม” และของ”ประเทศชาติ.”…..ชาวบ้านใน จ.สงขลา ฝาก”การบ้าน” ให้กับ “ผู้บังคับการตำรวจภูธรสงขลา” คนใหม่ พล.ต.ต.วรา เวชชาภินันท์  ให้ตรวจสอบ “สถานบันเทิง” หลายแห่ง ที่ตั้งอยู่”นอกโซน”ในพื้นที่ สภ.คอหงส์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ที่ถือ”ใบอนุญาต” ให้”ขายอาหาร-เครื่องดื่ม” แต่”นายทุน”เปิดเป็น”กึ่งผับ-กิ่งบาร์” มี ดนตรี นักร้องและ”เด็กสาวๆ” ไว้บริการแขก ที่สำคัญ”เปิดเกินเวลา” รวมทั้งเรื่อง”ยาบ้า” ที่ยัง”เกลื่อนเมือง” โดยเฉพาะที่”ด่านนอก” ชายแดนอำเภอสะเดา”ที่มีการเปิดสถานบันเทิง”ด่านนอก 24 ชั่วโมง” วันนี้ “สถานบันเทิง” ที่”ด่านนอก”กลายเป็น” สวรรค์ของผู้เสพยา”และ”ผู้ค้ายาเสพติด” ที่เป็น”ชาวมาเลเซีย”ไปแล้ว ใครเข้าไป”ตรวจสอบ” หรือ”จับกุม” กลายเป็นการ”ทำลายการท่องเที่ยว” ดังนั้น”เจ้าหน้าที่ทุกหน่วย” จึงพร้อมใจกับ”รับส่วย” นอกจาก”ได้เงิน” ยังไม่ต้อง”เดือดร้อน”กับการถูก”กล่าวหา” ว่า “ทำลายการท่องเที่ยว”อีกด้วย ก็คงต้องถามถึง รัฐมนตรีท่องเที่ยวและกีฬา” พิพัฒน์ รัชกิจประการ” ว่า การเปิด”สถานบันเทิง” ให้มีการ”เล่นยา”และ”ขายยา” เป็นการ”ส่งเสริมการท่องเที่ยว”ตรงไหน….

@สภาพ”เมืองบาดาล” ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ กำลังจะผ่านไป เพื่อเข้าสู่”หน้าหนาว”ของภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ  ส่วน”ภาคใต้”กำลังเข้าสู่หน้า”มรสุม” ซึ่งเชื่อว่าหน้า”มรสุม”ภาคใต้ ปีนี้จะหนักกว่าทุกปี ก็ฝากให้ ผู้ว่าราชการจังหวัด นายก อบจ. นายก เทศบาล ใหญ่ๆ ที่เป็น”เมืองเศรษฐกิจ” ต้องเตรียมความพร้อม ทั้งการ”ขุดลอก” คู คลอง และ” รถรา ม้าช้าง”ให้มีความพร้อมในการ”อพยพ”ผู้ได้รับความเดือดร้อน จาก”อุทกภัย”…  ใช่ ภัยธรรมชาติ ห้ามมิให้เกิดไม่ได้ แต่ผู้บริหารที่มี”วิสัยทัศน์ “ ต้อง”รับมือ” กับ”ภัยธรรมชาติ” เพื่อให้มีความ”สูญเสีย” น้อยที่สุดได้ และ ช่วยเหลือ”ประชาชน” ให้ประสพกับความ”เดือดร้อน”ให้น้อยที่สุด…รวมทั้งหลังผ่านพ้น”ภัยพิบัติ” สิ่งสำคัญคือการ”ฟื้นฟู” “สาธารณูประโภค สาธารณูประการ”และการ”เยียวยา” ประชาชนที่ได้รับความเดือนร้อน ในการ”ซ่อมแซมที่อยู่อาศัย” และ”การประกอบอาชีพ ….

@วันนี้ สิ่งที่”รัฐบาล” ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี  พูดและทำ มีความ”ย้อนแย้ง” เช่นมีการประกาศทุกปีว่า”คนจน” ในประเทศ กำลังจะ”หมดไป” โดยล่าสุด พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรี “มหาดไทย” ก็บอกอย่างนี้ แต่ในข้อเท็จจริง “รัฐบาล” ได้แจกบัตร”คนจน” หรือ”บัตรสวัสดิการ” ให้กับประชาชนทั่วประเทศไปแล้ว 20 ล้านคน ซึ่งก่อนหน้านี้มี”คนจน” ที่ได้รับบัตร”คนจน” จาก “รัฐบาล” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา 14 ล้าน แต่ล่าสุด”คนจน” ที่ได้รับบัตร”คนจน” 20 ล้านคน แล้วที่บอกว่า”คนจน” จะหมดไป แล้วคน 20 ล้านคนที่”รัฐบาล” แจกบัตร”คนจน” เป็นใครถ้าไม่ใช่”คนจน” หรือ”รัฐบาล” ตั้งใจที่จะสร้าง”คนจน” เพื่อหวังสร้าง”คะแนนนิยม” ในการเลือกตั้งครั้งต่อไป ตกลงประเทศนี้”คนจน” หมดไป หรือ”เพิ่มขึ้น”กันแน่ …รัฐบาล”พล.อ.ประยุทธ์  จันทร์โอชา บริหารประเทศมา 8 ปี มีการแจกบัตร”คนจน” 20 ล้านคน ถ้า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา บริหารประเทศไปอีก 4 ปีข้างหน้า ประเทศไทยอาจจะมี”คนจน” ครึ่งหนึ่งในประชากรของประเทศ ก็ไม่น่าจะ”ห่างไกล”จากความเป็นจริง ….

@ยังเป็นเรื่องใหญ่คือเรื่องของ”ปากท้อง” เรื่องของ”เศรษฐกิจ”ของ”ภาคใต้” ปลา หรือ”สัตว์น้ำ” ใน”อ่าวไทย” จับได้น้อยลง กฎกติกา ของ”ไอยูยู” ที่”รัฐบาล” ทำตามอย่าง”เคร่งครัด” ไม่มีการ”ผ่อนคลาย” กลายเป็น”กับดัก” ที่ทำให้ “ธุรกิจประมงพาณิชย์” เดินหน้าต่อไปไม่ได้ กระทบถึง”ห้องเย็น” และโรงงาน การผลิต”อาหารทะเล” และสุดท้ายกระทบต่อการ”จ้างงาน” นั่นคือ”แรงงาน” ที่เป็น”คนจน” ก็จะ”ตกงาน….เช่นเดียวกับ “ราคายาง” และ”ราคาปาล์ม” ที่เป็น พืช”เศรษฐกิจ”ของคนภาคใต้ ที่ราคา”ตกต่ำ” ยังพอ”ทำเนา แต่ ถ้า ราคา”ปุ๋ย” ราคา”ยาปราบศัตรูพืช” รัฐบาล สามารถทำให้มีราคา”ถูกลง” แต่วันนี้ นอกจากจะแพงเกิน 100% แล้ว ยังมี”ของปลอม” ทั้ง”ปุ๋ยปลอม” และ”ยาปราบศัตรูพืชปลอม” มา”ซ้ำเติม” เกษตรการ”ให้”ชีช้ำ”ยิ่งขึ้น…เรื่องนี้ก็ต้องถาม “จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์” และที่”ปรึกษาใหญ่ของ รัฐมนตรีพาณิชย์ อย่าง” อลงกรณ์ พลบุตร” ที่ แถลงข่าวมาแล้วหลายครั้งว่า มีการ”เจรจา”กับประเทศ”ซาอุดิอารเบีย” บ้าง ประเทศอื่นๆบ้าง ในการ”ซื้อปุ๋ย” ใน”ราคาถูก” เพื่อช่วย”เกษตรกร” แต่สุดท้าย”ของจริง” ยังไม่เห็น ที่เห็นเป็นเพียงเรื่อง”สร้างภาพ” เท่านั้น….

@เรื่อง”ปากท้อง” ของ”เกษตรกร”เรื่องปัญหาของ”ประมง” เป็นเรื่อง”สำคัญ” สำหรับ” ประชาชน “ ในภาคใต้ ซึ่งหาก “รัฐมนตรีกระทรวงพาณิชย์” และ “รัฐมนตรีเกษตรและสหกรณ์” ยังปล่อยให้ “สถานการณ์” เป็นอย่างนี้จนถึงเดือน “มีนาคม” ปี 2566 ในการ “เลือกตั้ง” ครั้งใหม่” จะเป็น”ปัญหา” สำหรับการ”หาเสียง”ของพรรคประชาธิปัตย์ในภาคใต้”เพื่อการ”เลือกตั้ง” ในสมัยหน้าซึ่งมีการ”เลือกตั้ง”หรือไม่ก็ไม่รู้ แต่ก็ต้อง”เตรียมการ” เพื่อการเข้าสู่ “สนาม”ของการ”แข่งขัน” ให้พร้อม ใน”ฐานะ” ที่ เห็น และ”คุ้นเคย” กับพรรคประชาธิปัตย์ มาตั้งแต่สมัยที่” คล้าย  ละลองมณี” “อำนวย สุวรรณคีรี” และ “สงบ ทิพย์ มณี” เป็น สส.ของ จ.สงขลา ก็ยังยากเห็น”อุดมการณ์”และ”แนวทาง” บนเส้นทาง”ประชาธิปไตย” ของพรรคประชาธิปัตย์ อีกครั้ง….ปัญหาใหญ่ของ”ปากท้อง” วันนี้ นอกจากราคา”สินค้า” ที่อยู่เหนือการ”ควบคุม”ของ “กระทรวงพาณิชย์” และการขาดการ”ใส่ใจ” ไม่ออกมา”ตรวจสอบ” ของ”พาณิชย์จังหวัด”โดยปล่อยให้”นายทุน”และ”คนกลาง” รวมทั้ง “พ่อค้า แม่ค้า” ทำการ”โขกสับ” ประชาชนตามใจชอบ…. กรมการค้าภายใน ทราบหรือไม่ว่า “ร้านอาหารตามสั่ง” ที่นอกจากขึ้นราคาจากไป 10 บาท เป็น”จานละ” 60 บาทแล้ว ยังมีการ ลดปริมาณ”ข้าว”และ””กับ” จนทำให้”คนกิน” กินไม่อิ่ม เป็นการ”คดโกง” ประชาชน เป็นการ”ค้ากำไร”เกินควนรหรือไม่”พาณิชย์จังหวัด” รู้เรื่องหรือเปล่า….

@เรื่อง”ราคาน้ำมัน” โดยเฉพาะน้ำมัน”ดีเซล” ที่มีการ”ตรึงราคา”ไว้ที่ลิตรละ 35 บาท ทั้งที่”ราคาจริง” ถ้าคิดตามราคา”น้ำมันดิบ” ของ”ตลาดโลก” ควรจะอยู่ที่ลิตรละ 32 บาทเศษ เท่านั้น แต่”กระทรวงพลังงาน” สั่ง”ตรึงราคา” ที่ ลิตรละ 35 บาท นี่ยังไม่บวก”ค่าขนส่ง” ที่คิดกันด้วยระยะทาง เช่นที่ อ.เบตง จ.ยะลา ลิตรละ 36.50 บาท หรือที่ อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน อาจจะแพงกว่านี้ เพราะ”กระทรวงพลังงาน”โดย”สุพัฒนพงศ์ พันธ์มีเชาว์ รัฐมนตรี”พลังงาน” ต้องการนำเงิน”ส่วนต่าง” ไปใช้หนี้”เงินกู้” หนึ่งแสนกว่าล้าน” ที่กู้มา”ตรึงราคา”น้ำมันดีเซล ในห้วงที่ราคา”น้ำมันดิบ”ทะยานขึ้นไปเพื่อ”รับมือ” กับ”สงคราม” รัสเซีย กับ ยูเครน ที่ทำให้ราคา”น้ำมันดีเซล” ในช่วงนี้ “ทะยาน” ขึ้นไปที่ลิตรละ 42 บาท….วันนี้  “กระทรงพลังงาน”จึงกำหนดให้ขายน้ำมันแพงดีเซลแพง”เกินจริง”เพราะต้องเก็บเงินใช้หนี้”เงินกู้” แล้ว ยังต้องเก็บเข้า”กองทุน” น้ำมัน เพื่อไป”พยุง” ราคาของ”แก๊สหุงต้ม” อีกด้วย ถามว่าในยุคที่”กลียุค” ทาง”เศรษฐกิจ”อย่างนี้ ทำไม่จึงไม่มีการ”ตั้งหนี้” ที่กู้มาเพื่อ”ตรึงราคาน้ำมัน”ไว้ก่อน เพื่อให้”ประชาชน” ได้ใช้น้ำมันในราคาที่”เป็นจริง” เพื่อ”ผ่อนคลาย”ความเดือดร้อนของประชาชน และเพื่อทำให้”เศรษฐกิจ”ดีขึ้น … ที่สำคัญ คือการ”รื้อ” โครงสร้าง ราคาน้ำมันของ”โรงกลั่น” เพื่อให้อยู่กับความเป็นจริงและสร้างความ”เป็นธรรม” ให้เกิดขึ้นกับผู้”บริโภค”ที่ต่างหากถ้า”รัฐบาล” กล้าทำ จึงจะเป็นผลงาน”ชิ้นโบว์แดง” ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่ถ้าท่านทำได้  การจะเป็น”นายกรัฐมนตรี” ไปอีก 3 ปี ก็ไม่มีใคร”ปฏิเสธ”….

@เงินบาทอ่อนค่าทำให้”ดอลล่าร์”อาจจะ แตะ 40 บาท ในไม่ช้า แต่ไม่มี”อนิสงส์”ใดเกิดขึ้นกับ “ธุรกิจการท่องเที่ยว” ในภาคใต้แม้แต่น้อย” สมุย,.พะงัน.,สตูล.,ตรัง” หาดใหญ่-สงขลา ยังมี”นักท่องเที่ยว” หน้าเดิมๆ และใช้เงิน”ประหยัด”แบบเดิมๆที่มา เที่ยว  รวมทั้ง 2 เดือนก่อนสิ้นปี 2565  เป็นหน้า”มรสุม” ฝั่ง”อ่าวไทย”การที่หวังจะ”ลืมตาอ้าปาก” กับเรื่องการ”ฟื้นตัว” ของการ”ท่องเที่ยว”ในภาคใต้จึง”เอวังก็มีด้วยปะการะฉะนี้”  และเมื่อปีนี้ยัง”ก้าวไม่ข้าม”ความ”ยากจน” ปีหน้า ปัญหา”ปากท้อง” ปัญหา”เศรษฐกิจ”ของประเทศ จะ”รุนแรง”กว่านี้   เปล่า ไม่ได้หวังการแก้ปัญหาจาก”รัฐบาล” เพราะถ้า”แก้ได้” ก็คงแก้ไปนานแล้ว เพียงแต่ต้องการบอกให้”ประชาชน” ผู้ลงทุน ”รายย่อย” ภาคการ”เกษตร” รวมทั้งผู้ที่อยู่ในอาชีพ”ขายแรงงาน”ให้ รับรู้สถานการณ์”บ้านเมือง”กันเนิ่นๆ เพื่อที่จะได้เอาตัวรอดจาก”สึนามิ” ทาง”เศรษฐกิจ” ได้ทันท่วงทีไม่ต้องถูก”คลื่นยักษ์” กวาดลงสู่ทะเลชีวิต….

@เดินทางผ่าน”เมืองเศรษฐกิจ” ในภาคใต้ โดยเฉพาะที่”หาดใหญ่” จ.สงขลา เห็น”พฤติกรรม”ของ”เศรษฐีขี้ตืด” เอา”ที่ดิน” แปลงงามๆ กลาง”ใจเมือง” มา “ปลูกกล้วย ปลูกอ้อย, ปลูกมะพร้าว” ก็”อนาถ” ใจแทนนะ เพราะขนาด”เศรษฐี” ที่มีเงิน มีธุรกิจ มีที่ดินแปลงละ 10 ล้าน 100 ล้าน ยังไม่ยอมที่จะเป็น”มือบน” ของ”สังคม” ยังหลักเลี่ยงการ”จ่ายภาษี”อย่าง”ด้านๆ”ทั้งนี้ยามนี้เป็นยามที่ต้องช่วยประเทศชาติให้”อยู่รอด” ที่สำคัญ เรื่องอย่างนี้ “กรมที่ดิน” กระทรวงมหาดไทย และ”กระทรวงการคลัง” ที่มี”หน้าที่ในการ”จัดเก็บภาษี” ยังไม่กล้าที่จะใช้”กฎหมาย” เข้าไป”จัดการ” แต่กับการ”รีดนาทาเร้น” ภาษีของ”คนจน” สรรพากรจังหวัด ไม่มีการ”ยกเว้น” ใดๆทั้งสิ้น คือแหละคือ”มาตรฐาน” ในการ”จับเก็บภาษี”ในยุคที่”อาคม เติมวิทยาไพศิฐ” เป็น “รัฐมนตรี” กระทรวงการคลัง….

@วันศุกร์ก่อน เขียนถึงการแก้ปัญหา”ภัยแทรกซ้อน” ของ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ที่มีการใช้”ทหารหมวกแดง” หรือ”หน่วยรบพิเศษ” ในการ จับกุม”ของเถื่อน” แนวชายแดน อ.สะเดา จ.สงขลา ว่าอาจจะไม่”เหมาะสม”กับสถานะของ”หมวกแดง” ที่ต้องมี”ภารกิจ”ที่”พิเศษ” กว่านี้   วันนี้ พ.อ.ฐนิตพนธ์ หงส์วิไล ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 5 พร้อม”นายทหาร” ผู้ปฏิบัติงานใน “แนวชายแดน” อ.สะเดา จ.สงขลา ได้เข้ามา”ชี้แจง”ถึง”ภารกิจ”ของการ”ป้องกันภัยแทรกซ้อน” ในการ”จับกุม” กลุ่ม”นายทุน” รายใหญ่ๆ ที่จำเป็นต้องใช้”หน่วยทหาร” ที่”เข้าใจ” และมีความ”พร้อม”ในการ”ปฏิบัติ”เหมือนกับที่ “ตำรวจ” ต้องใช้”คอมมานโด” ในการเข้า “ปฏิบัติการ” ภารกิจที่สำคัญๆ “เป้าหมาย”ของ”ภัยแทรกซ้อน” ของ”ทหารหมวดแดง” เป็น”กลุ่มทุน” รายใหญ่ๆ ไม่ได้จับกุมชาวบ้านที่”หาเช้ากินค่ำ” ที่ผ่านมา “หน่วยเฉพาะกิจทหารราบที่ 5” มีผลงานในการ”ปราบปรามจับกุม” สินค้าเถื่อน” ของ”กลุ่มทุนใหญ่ๆ” มากมาย เพียงแต่ไม่มีการ”ประชาสัมพันธ์”ผ่านทาง”สื่อ” ให้ประชาชนได้รับทราบเท่านั้น ก็ขอให้”ผู้อ่าน” เข้าใจตามนี้นะ….โดยข้อเท็จจริง เรื่องการ”ประชาสัมพันธ์ผลงาน” เรื่องการ”สื่อสารสร้างความเข้าใจกับสังคม” ของ “หน่วยงานความมั่นคง” ถือเป็น”หัวใจสำคัญ”ของ “หน่วย ซึ่งไม่เฉพาะกับ”กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า” แม้แต่ “สำนักงานตำรวจภูธรภาค 9 และหน่วยงานอื่นๆ ก็ต้องให้ความ”สำคัญ” แต่ก็แปลกใจ ที่แต่ละหน่วยงาน ถ้าจำเป็นจะต้อง”ตัดงบ”ปรับลด”งบประมาณ  ก็จะตัดงบ”ประชาสัมพันธ์”เป็นอย่างแรก นี่แสดงให้เห็นว่า”ไม่เข้าใจ ,ไม่เข้าถึง, และ ไม่พัฒนา” ก็ขอฝากให้เป็น”ข้อคิดกับ”ทุกหน่วยงานใน จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเฉพาะ พล.ท.ศานติ สกุนตนาค แม่ทัพภาคที่ 4 “ป้ายแดง/ ผอ.กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ไว้”พิจารณา” ในวันที่”โลกการสื่อสารไร้พรมแดน” และ”ไร้ขีดจำกัด” ถ้าหวังจะใช้”กรมประชาสัมพันธ์” และ”สถานีโทรทัศน์ กองทัพบก เพียง 2 หน่วยงานเพื่อการ”สื่อสารกับประชาชน” เป็น”แนวคิดที่”ล้าหลัง” โดยเฉพาะได้”ออกอากาศ” แต่”ไร้คนดู” ก็เท่ากับการ”สูญเปล่า”ของ”งบประมาณ”….

@ให้ดู”ตัวอย่าง”ของ”ภาคเอกชน” ที่”ยิ่งใหญ่” จนสามารถ”ขี่คอ” รัฐบาลได้ ของคนไม่กี่”ตระกูล” ในประเทศไทย ที่”ครอบครองธุรกิจทั้งประเทศ” ตั้ง”กลางอากาศจนถึงการเกษตร” เป็นการทำธุรกิจที่”เอาเปรียบ”และ”รีดนาทาเร้น” คนทั้งประเทศ แต่”คนทั้งประเทศ”กลับ”ไม่มีความรู้สึก” เป็นเพราะ”กลุ่มทุน” เหล่านี้มี”องค์กรสื่อสาร” ที่สร้างความเข้าใจกับ”สังคม” และ”ประชาชน”แบบ”มืออาชีพ”นั่นเอง….  และหลังจากรับตำแหน่ง “แม่ทัพภาคที่ 4 /ผอ.กอ.รมน.ภาค 4 ใน”พิธีการ” เสร็จสิ้นแล้ว คงถึงเวลาที่ พล.ท.ศานติ สกุนตนาค จะได้”แสดงความสามารถ”การ”ดับไฟใต้” อย่าง”เป็นเรื่องเป็นราว” โดยเฉพาะในห้วง”ตุลาคม-“ถึงสิ้นปี 2565“ จะได้เห็นว่า “สถานการณ์”ของการ”ก่อกวน”และการ”ก่อการร้าย” จาก ขบวนการ”แบ่งแยกดินแดน”บีอาร์เอ็น” ลดลงหรือไม่ และสิ่งที่”อยากเห็น” คือ”ยุทธศาสตร์” ในการ”ทำลาย” การ”บ่มเพาะ”การ”จัดตั้ง” และงานมวลชน” ในพื้นที่ ซึ่งเป็น”งานหลัก”ของ”บีอาร์เอ็น” รวมทั้ง”แหล่งเงิน” ที่ “บีอาร์เอ็น” ได้รับการ”สนับสนุน” ในรูปแบบต่างๆ ในพื้นที่ ถ้าทำตรงนี้”สำเร็จ” ปัญหาของ”ไฟใต้”จะบรรเทาเบาบางลง   เพราะการ”จับกุม” และการ”วิสามัญ” ไม่ใช่”ฉากจบ”ของ”ไฟใต้….

@เรื่องของการ”คลุมฮิญาบ”ที่ โรงเรียน”อนุบาลปัตตานี” ยังไม่จบ ยังต้องรอให้ “ศาลปกครองกลาง” ชี้ขาด วันนี้เรื่อง”คลุมฮีญาบ” ของนักเรียนที่นับถือ”ศาสนาอิสลาม” ก็เกิดขึ้นกับ “โรงเรียนหาดใหญ่วิทยาลัย” อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องใหม่ เป็นเรื่องที่”คาราคาซัง” มานานแล้ว แต่ถูก”หยิบยก” ขึ้นมาเป็น”เงื่อนไข” อีกครั้ง เรื่อง”คลุมฮิญาบ”ของ นักเรียนหญิง ไม่ใช่เรื่อง” ประเพณี วัฒนธรรม “เช่นการแต่งกายของ”ชนเผ่า” แต่เป็นเรื่อง”บทบัญญัติ”ของ”ศาสนาอิสลาม” ดังนั้นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่มีหน้าที่”แก้ปัญหา”เรื่องนี้ต้อง”เข้าใจ” ในอดีตที่ไม่มี”ปัญหา” เพราะ”สังคม”และคนในพื้นที่ใช้การ”อะลุ่มอล่วย” ไม่”เคร่งครัด”แบบ”สุดโต่ง” แต่วันนี้ปัญหาเรื่อง”คลุมฮิญาบ” ของ เด็กนักเรียนหญิง ถูกนำมาเป็น”เงื่อนไข”ของการ”เอาแพ้ เอาชนะ”  ในด้าน”ศาสนา” และมีการใช้หลัก”นิติศาสตร์” หรือ”กฎหมาย” มากกว่าการใช้หลัก”รัฐศาสตร์”หรือการ”พูดคุย”ทำความเข้าใจแบบการ”ปรองดอง”ที่จะอยู่ร่วมกันอย่าง”สันติ” แต่ก็เชื่อว่า ดร.อุดม ไชยชูลี ผอ.โรงเรียนหาดใหญ่วิทยาลัย จะใช้ความรู้ความสามารถและการมี”คอนเน็คชั่น”แก้ปัญหานี้ไปได้   ที่น่าเป็นห่วงคือต้องไม่นำเรื่องนี้ไปสร้าง”ความรู้สึก” ให้ นักเรียน”ไทยพุทธ” มี”ทัศนคติ” ที่ไม่ดีเกิดขึ้น อย่าให้มองว่าเรื่องของ”นักเรียนคนเดียว” ทำไม่จึง”ยิ่งใหญ่”กว่า นักเรียน 4,000 กว่าคนของ โรงเรียน….และใน”อนาคต” เรื่องการเรียกร้อง”สิทธิเสรีภาพ” ในการ”คลุมฮีญาบ” จะไม่จบแค่ที่”หาดใหญ่วิทยาลัย” ดังนั้น “กระทรวงศึกษาธิการ” อย่าได้ทำ”เพิกเฉย” ต้องมีการ”หาทางออก” เพื่ออย่าให้กลายเป็น”ประเด็น”ในการ”ทำลาย”การอยู่ร่วมกันในสังคม”พหุวัฒนธรรม” โดย เฉพาะ “ดลเดช พัฒนรัฐ”  อดีต ผวจ.ยะลา และ สงขลา ที่เป็น ตัวแทนพิเศษของ”รัฐบาล” ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ และรับผิดชอบเรื่องของ”พหุวัฒนธรรม” วันนี้ ท่านได้ทำอะไรบ้างกับเรื่องนี้….

@เมืองชายแดน จ.นราธิวาส โดยเฉพาะพื้นที่ อ.สุไหงโก-ลก และพื้นที่ อ.ตากใบ ยัง”มากมาย” ด้วยปัญหาของ”ภัยแทรกซ้อน” จำพวก”น้ำมันเถื่อน,บุหรี่หนีภาษี,เนื้อโคเถื่อน” และ”ยาบ้า” เพราะ”เจ้าหน้าที่”เข้าใจว่า”เมืองชายแดน”ต้องมี”ของเถื่อน”เป็นของ”คู่บ้านคู่เมือง” จึงทำให้”นายทุน” ได้ใจใช้”ชาวบ้าน” เป็น”เครื่องมือ” ในการ”ขน”และ”ขาย” จน”เกลื่อนบ้านเกลื่อนเมือง” พล.ต.ต.แวสาแม สาและ ผบก.ภ.จว.นราธิวาส ออกตรวจพื้นที่บ้าง จะได้มองเห็น”ปัญหาของสังคม” และของ”ประเทศชาติ.”…..ชาวบ้านใน จ.สงขลา ฝาก”การบ้าน” ให้กับ “ผู้บังคับการตำรวจภูธรสงขลา” คนใหม่ พล.ต.ต.วรา เวชชาภินันท์  ให้ตรวจสอบ “สถานบันเทิง” หลายแห่ง ที่ตั้งอยู่”นอกโซน”ในพื้นที่ สภ.คอหงส์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ที่ถือ”ใบอนุญาต” ให้”ขายอาหาร-เครื่องดื่ม” แต่”นายทุน”เปิดเป็น”กึ่งผับ-กิ่งบาร์” มี ดนตรี นักร้องและ”เด็กสาวๆ” ไว้บริการแขก ที่สำคัญ”เปิดเกินเวลา” รวมทั้งเรื่อง”ยาบ้า” ที่ยัง”เกลื่อนเมือง” โดยเฉพาะที่”ด่านนอก” ชายแดนอำเภอสะเดา”ที่มีการเปิดสถานบันเทิง”ด่านนอก 24 ชั่วโมง” วันนี้ “สถานบันเทิง” ที่”ด่านนอก”กลายเป็น” สวรรค์ของผู้เสพยา”และ”ผู้ค้ายาเสพติด” ที่เป็น”ชาวมาเลเซีย”ไปแล้ว ใครเข้าไป”ตรวจสอบ” หรือ”จับกุม” กลายเป็นการ”ทำลายการท่องเที่ยว” ดังนั้น”เจ้าหน้าที่ทุกหน่วย” จึงพร้อมใจกับ”รับส่วย” นอกจาก”ได้เงิน” ยังไม่ต้อง”เดือดร้อน”กับการถูก”กล่าวหา” ว่า “ทำลายการท่องเที่ยว”อีกด้วย ก็คงต้องถามถึง รัฐมนตรีท่องเที่ยวและกีฬา” พิพัฒน์ รัชกิจประการ” ว่า การเปิด”สถานบันเทิง” ให้มีการ”เล่นยา”และ”ขายยา” เป็นการ”ส่งเสริมการท่องเที่ยว”ตรงไหน….

@ที่น่าเป็นห่วง สำหรับคนที่มี”บุตรหลาน” เมื่อ”ยาบ้า” มีการลดราคาขายกัน เม็ดละไม่ถึง 10 บาท อย่างที่เป็นข่าว  “เยาวชน” จะ”อยู่รอดปลอดภัย” จาก”ยาเสพติด”อย่างไร “ประเด็น”นี้ ฝากเป็น”การบ้าน” ให้ พล.ต.ท.นันทเดช ย้อยนวล ผบช.ภ.9 นำไป”ขบคิด” กับ “ผู้บังคับการจังหวัด” และ” ผู้กำกับ” ในทุกพื้นที่ ด้วยนะ รวมทั้ง พล.ต.ต.สาธิต พลพินิต ผู้บังคับการกองบังคับการสืบสวนสอบสวนภาค 9 คนใหม่ ว่าจะ”กวาดล้าง” ผู้ค้า ทั้ง”รายย่อย”และ”รายใหญ่” อย่างไร เพื่อที่จะให้สังคมอยู่กันอย่างมีความสุข…..ทำหน้าที่เป็น”พ่อเมือง” สงขลา เป็นปีที่ 2 สำหรับ เจษฎา จิตรัตน์ ปัญหาหนึ่งของ จ.สงขลา ที่เคย”ตกปากรับคำ” ว่าจะทำคือการ”รื้อโพงพาง” และ เครื่องมือประมง ที่ผิด”กฎหมาย” และกีดขวาง”ร่องน้ำ” ในการเดินเรือ”พาณิชย์” ใน”ทะเลสาบสงขลา” สุดท้ายจนถึงวันนี้ ก็ยังไม่ได้ทำ ถ้าไม่มี”พ่อเมือง” คนไหนกล้าที่จะทำในสิ่งที่”ถูกต้อง”และจะ”พัฒนา” พื้นที่”ทะเลสาบสงขลา” ให้เป็น”แหล่งท่องเที่ยว” อย่างไรกัน….

@บรรทัดนี้ขอแสดงความยินดีกับ พ.ต.อ.อัครวุฒิ ธานีรัตน์ ผกก.สภ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ที่ สภ.หาดใหญ่ ได้รับการคัดเลือกจาก สำนักงานตำรวจแห่งชาติให้รับ”รางวัล” สถานีตำรวจดีเด่น” ด้านงานป้องกันปราบปราบอาชญากรรม  ก็เป็นไปตามนั้นจริง เพราะหลังจากที่ พ.ต.อ.อัครวุฒิ ธานีรัตน์ มาทำหน้าที่ ผกก.สภ.หาดใหญ่ คดีอาชญากรรม ลดน้อยลงจริง แต่ปัญหาเรื่อง”พนักงานสอบสวน” ถูกร้องเรียนจาก”ประชาชน” ยังไม่ลด เรื่องนี้”ผู้กำกับขวาน” ต้องเร่งแก้ไขด้วยนะ….เดินทางรอย”รุ่นพี่” ศรัญ บิลพัฒน์ อดีตนายกเทศบาลนครสงขลา ไปอีกรายคือ “จักรธร สุริแสง “นายกเทศบาลเมืองเขาลูกช้าง อ.เมือง จ.สงขลา เมื่อถูก”ศาลอุธรณ์”สั่งให้”หยุดปฏิบัติหน้าที่” เพราะการ”ใส่ร้ายป้ายสี” ผู้สมัครที่เป็น”ผู้แข่ง”คือ “ประสงค์ บริรักษ์” อดีต “นายกเทศบาลเมืองเขาลูกช้าง”  เลือกตั้ง”ผู้บริหารทั้งชุด” ครั้งหน้า ถ้า”ประสงค์ บริรักษ์” หรือ”นายกแบน” จะสมัครเข้า”ชิงชัย” อีกครั้งครั้ง แทน”ว่าที่” ผู้สมัคร สส.เขต 1 พรรคภูมิใจไทย จ.สงขลา  ก็จะทำให้ พรรคภูมิใจไทย ต้องหาผู้สมัครใหม่….ส่วน วันไชย ปริญญาศิริ สส.เขต 1 สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ตัดสินใจ”ตัดช่องน้อยแต่พอตัว” สลัดทิ้ง 2 ลุง ทั้ง”ลุงตู่-ลุงป้อม” แห่ง”พลังประชารัฐ” ทิ้งตำแหน่ง สส. เพื่อลงสมัคร รับเลือกตั้ง” นายกเทศบาลนครสงขลา” ที่ว่างลง กลายเป็น”คู่แข่ง”คนสำคัญของ” สมศักดิ์ ตันติเศรณี” กลายเป็น”สีสัน”ทาง”การเมือง” ที่ทำให้”คอการเมือง”ใน”เมือง”บ่อยาง” วิพากษ์วิจารณ์” กันสนุกปาก เพราะเป็น”มวยถูกคู่”ที่”ปาดหัวตัวเท่า”….

@นี่ขนาด”ลุงตู่” ยัง”ไปต่อ” สส.ในพรรคพลังประชารัฐ ก็”ถอดใจ” ทิ้งพรรค เพราะรู้ว่า เลือกตั้งครั้งหน้า “สนามภาคใต้” ไม่ได้”หวานหมู่” สำหรับ”พลังประชารัฐ”อีกต่อไป ดังนั้นการที่”นิพนธ์ บุญญามณี” รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ อดีตรัฐมนตรีช่วย”มหาดไทย” ประกาศที่จะได้ สส.ทั้งจังหวัด อย่าง จ.กระบี่ และอีกหลายจังหวัดที่”พลังประชารัฐ” มี สส. เช่น จ.ตรัง และ อื่นๆ จึงเป็นเรื่องที่”เป็นไปได้” และ”ไม่ได้โม้”.…ติดตาม”ย่างก้าว”ของ”รวมไทยสร้างชาติ”ที่มี “พีระพันธ์ สาลีรัฐวิภาค” เป็น”หัวหน้าพรรค  ที่ตั้งขึ้นเพื่อเป็น”ฐานรองรับ” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็น”นายกรัฐมนตรี” ในการ เลือกตั้งครั้งหน้า ซึ่งเมื่อหลายวันก่อน ก็”เดินสาย” ไป จ.ปัตตานี เพื่อดึงเอา”บ้านใหญ่”และ”คนโต” ใน จ.ปัตตานีเข้าร่วมพรรค ได้แก่ “ธีระ มินทราศักดิ์” อดีต ผวจ.ปัตตานี และ นครศรีธรรมราช มา”เสริมทัพ” ส่วนที่ จ.นราธิวาส มีการ”เชื้อเชิญ” กูเซ็ง ยาวอหะซัน” นายก อบจ.นราธิวาส “บ้านใหญ่” ตัวจริง ของ”การเมืองท้องถิ่น” ที่มี “ลูกชาย” คือ “กูเฮง ยาวอหะซัน” เป็น สส.ของ “พลังประชารัฐ”อยู่ ถ้า”กูเซ็ง ยาวอหะซัน” เข้าร่วมงานกับ”รวมไทยสร้างชาติ” ก็เท่ากับว่า สส. หนึ่งเดียว ใน จ.นราธิวาส กำลังทิ้ง”ลุงตู่-ลุงป้อม” ไปอีกคน และกว่าจะถึงวันที่”สภาผู้แทนหมดวาระ” จะมี สส.ของ “พลังประชารัฐ” อยู่กับ”ลุงตู่-ลุงป้อม” กี่คน มิน่าที่มีข่าวว่า”ภูมิใจไทย” ส่ง”เกี้ยว” ไปเชิญ สส. และ ว่าที่ผู้สมัครของ”พลังประชารัฐ”หลายรายในภาคใต้ให้”ย้ายค่าย”อยู่กับ”ภูมิใจไทย” เพื่อ”อนาคต”ที่ดีกว่า” ฟันธง” เลือกตั้งครั้งใหม่ “สนามภาคใต้” เป็นการ”แข่งขัน” ระหว่าง”ประชาธิปัตย์”กับ”ภูมิใจไทย” เพราะ”พลังประชารัฐ” กำลัง”หมดราคา” ส่วน”รวมไทยสร้างชาติ” ที่”เดินสาย” เอา”บ้านใหญ่” ในภาคใต้เข้า”สังกัดพรรค” ก็ไม่ได้หมายความว่า”บ้านใหญ่” จะมี”อิทธิพล” ต่อการ”ชี้นำ” ในการเมือง”ระดับชาติ”ได้ ไม่ได้”สบประมาท” ส่ง “ลูก”ลงสมัคร อาจจะ”สอบได้” แต่”คนอื่น” ที่ไม่ใช่”ลูก” อาจจะ”สอบตก”เป็น”ทิวแถว” ก็ได้ ไม่ต้องดูอื่นไกล ดูพรรคการเมืองของ”เทพเทือก” สุเทพ เทือกสุบรรณ ในการ”เลือกตั้ง” ที่ผ่านมา ก็จะเห็น”ร่องรอย” ที่”ชัดเจน” ซึ่ง”รวมไทยสร้างชาติ” ก็อาจจะเดินทางมาใน”รอย”เดียวกันพรรคของ””เทพเทือก”….

@สำหรับ”สนามเลือกตั้ง” ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ วันนี้”พรรคการเมือง” ที่”สดที่สุด” แม้จะเป็น”ฝ้ายค้าน” คือพรรค”ประชาชาติ” ที่มี”วันมูหะมัดนอร์มะทา” เป็นหัวหน้าพรรค และ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เป็น เลขาธิการพรรค ซึ่งพรรคการเมืองอื่นๆ ทำได้เพียงเข้าไป”แชร์ที่นั่ง”ได้บ้าง แต่จะให้”ได้มาก” เหมือนในอดีตไม่ได้อีกแล้ว… แล้วพบกันใหม่ วันศุกร์หน้า ครับ

——————————————————– 

ไชยยงค์ มณีพิลึก 

รับ-ส่ง หน้าที่     พล.ท.เกรียงไกร ศรีรักษ์ แม่ทัพภาคที่ 4 /ผอ.กอ.รมน.ภาค 4 ส่งมอบหน้าที่ แม่ทัพภาค 4/ผอ.กอ.รมน.ภาค 4 ให้ พล.ท.ศานติ สกุนตนาค  ณ สโมสรรื่นฤดี ค่ายวชิราวุธ อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช 

ชื่นชม.   พล.ร.ต.สมเกียรติ ผลประยูร เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.)พร้อมคณะนำ อะห์หมัด สาเมาะห์ และครอบครัวตัวแทนเยาวชนไทยจากจังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่ชนะเลิศการทดสอบท่องจำอัลกรุอ่าน ระดับนานาชาติ ณ กรุงเมกกะห์ ประเทศซาอุดิอาระเบีย เข้าพบ พล.อ.ประวิตร วงศ์สุวรรณ รักษาการ นายกรัฐมนตรี เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจ ณ ห้องรับรอง ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล 

โชว์ผลิตภัณฑ์.   ผศ.ดร.บุญสิทธิ์ ไชยชนะ รักษาการอธิการบดี มหาวิทยาลับราชภัฎยะลาเป็นประธานเปิดงานกิจกรรม โครงการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมฐานราก โชว์ผลิตภัณฑ์ในพื้นที่รับผิดชอบ 64 ตำบล ณ ลานวัฒนธรรมคณะครุศาสตร์ และคณะมนุษย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฎยะลา 

ส่งมอบหน้าที่.  พล.ต.ต.ทินกร รังมาตย์ ผบก.ภ.จว.ยะลา ซึ่งมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าให้ไปตำรงตำแหน่ง รอง ปบช.สำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ ได้ส่งมอบหน้าที่ให้กับ พล.ต.ต.เสกสันต์ ชูรังสฤษฎ์ ผบก. สส.ศชต. ซึ่งมาดำรงตำแหน่ง ผบก.ภ.จว.ยะลา ณ กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดยะลาโดยมีผู้นำศาสนา ตัวแทนหน่วยงานรัฐและตัวแทนภาคประชาชนร่วมพิธีจำนวนมาก 

ถอนบทเรียน.   บุญพาส รักนุ้ย รองเลขาธิการ ศอ.บต. เป็นประธาน เปิดกิจกรรมถอดบทเรียน การขับเคลื่อนโครงการ 1 ข้าราชการ  1 ครัวเรือนยากจน เพื่อนำไปปรับใช้ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด ณ ห้องประชุมบันดาหยา เดาะหลีเป๊ะ ต.กาะสาหร่าย อ.เมือง จ.สตูล 

ร่วมงานเทศกาลกินเจ.   วันมูหะมัดนอร์ มะทา  หัวหน้าพรรคประชาชาติ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง สส.บัญชีรายชื่อและเลขาธิการพรรค และ สส.ในพื้นที่  ร่วมงานเทศกาลกินเจ ณ ศาลเจ้าเล่งจูเกียง หรือศาลเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว อ.เมือง จ.ปัตตานี โดยมี พิทักษ์ ก่อเกียรติพิทักษ์ อดีต นายกเทศบาลเมืองปัตตานีร่วมให้การต้อนรับ 

ป้องกันชายแดน.   พล.ต.เฉลิมพร ขำเขียว  ผบ.พล ทหารราบที่ 15 เป็นประธานในพิธีปิดการฝึกหน่วยปฎิบัติการภารกิจป้องกันชายแดน( บก.ควบคุมสุริโยทัย) เพื่อเตรียมความพร้อมของกำลังพล ณ ค่ายกัลยานิวัฒนา ต.กะลุวอ อ.เมือง จ.นราธิวาส 

ยินดีด้วย.   สรรเพชญ บุญญามณี ว่าที่ผู้สมัคร สส เขต 1 จ.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ มอบแจกันดอกไม้เพื่อแสดงความยินดีกับ พล.ต.สาธิต พลพินิจ  ซึ่งได้รับการแต่งตั้งในตำแหน่ง ผบก.สส. บชภ.9 

กระบี่ยกจังหวัด.   นิพนธ์ บุญญามณี รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะผู้อำนวยการเลือกตั้ง เปิดการสัมมนาใหญ่ ผู้สมัคร สส.ของ จ.กระบี่ เพื่อให้ ประชาธิปัตย์ ได้ สส.ทั้งจังหวัด โดยมี จุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ หัวหน้าพรรค เป็นประธานเปิดงาน 

สร้างงาน – สร้างอาชีพ.   ร.ต.อ.อรุณ สวัสดี สส.เขต 4 สงขลา พรรคพลังประชารัฐ  ลงพื้นที่เยี่ยมกลุ่มทอผ้า ต.กระแสสินธุิ์  เพื่อส่งเสริมการตลาดให้กับกลุ่ม และการให้ความรู้ในการจัดจำหน่ายทางอินไลน์ เพื่อแก้ปัญหาการตลาด 

ต้อนรับ.  ชัยเดช ปาละวงค์  นายอำเภอสทิงพระ จ.สงขลา ได้ให้การต้อนรับ  ประเสริฐ บูรณะ ผู้จัดการ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค สาขาอำเภอสทิงพระ ในโอกาสที่ย้ายมารับตำแหน่งใหม่ด้วยความยินดี ณ หน้าที่ทำการอำเภอสทิงพระ จ.สงขลา 

เปิดงาน.  กริชชัย ภู่ฉุน นายอำเภอสิงหนคร จ.สงขลา เป็นประธานเปิดงาน “สินค้าราคาถูก เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจของ ต.ทำนบ อ.สิงหนคร โดยมี สุชาติ พรหมสวัสดิ์ นายก อบต.ทำนบ กล่าวรายงานและให้การต้อนรับ 

ดอกไม้ให้คุณ. ร.ต.อ.สมนึก กุลมณี ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดยะลา ต้อนรับและมอบช่อดอกไม้ แสดงความยินดีกับพนักงานบรรจุใหม่ เนื่องในโอกาสที่ได้รับคำสั่งแต่งตั้งให้มาปฏิบัติงาน จำนวน 4 นาย ณ สำนักงานคณะกรรมการ การเลือกตั้ง ประจำจังหวัดยะลา 

ให้โอวาส.  โอฬาร บิลสัน นายอำเภอยะหริ่ง จังหวัดปัตตานี พร้อมด้วย ปลัดอำเภอกลุ่มงานความมั่นคง ร่วมพบปะและให้โอวาสแก่สมาชิกกองอาสารักษาดินแดน อำเภอยะหริ่ง ที่ได้รับการบรรจุใหม่ จำนวน 22 นาย เพื่อเป็นการสร้างความเข้าใจ​ ชี้แจงแนวทางการปฏิบัติงานที่ได้รับมอบหมาย และข้อสั่งการจากหน่วยเหนือ ณ กองร้อยอาสารักษาดินแดน​ อำเภอยะหริ่งที่ 7 ตำบลยามู อำเภอยะหริ่ง จังหวัดปัตตานี 

ปิดศูนย์.   นพ.เจษฎา จงไพบูลย์วัฒนะ ผอ. รพ.ราษฎร์ยินดี เภสัชหญิงรัชชนี เสตสุบรรณ  ผอ.สายการบริหาร ร่วมต้อนรับ มานพ เพ็งชุม เลขานุการ นายกเทศมนตรีเทศบาลนครหาดใหญ่ ในพิธีปิดศูนย์ฉีดวัคซีนโควิด 19.ของ รพ.ราษฎร์ยินดี สิ้นสุดการให้บริการตั้งแต่วันที่ 30 ก.ย.เป็นต้นไป 

ต้อนรับ.   จิรวิทย์ แซ่เจ็ง รองประธานสถานศึกษา โรงเรียนเทศบาล 4 เทศบาลนครยะลา กล่าวต้อนรับ  กทัยรัตน์ ด้วงอินทร์ ซึ่งย้ายมารับตำแหน่ง รอง ผอ.โรงเรียนเทศบาล 4 ณ ห้องประชุมโรงเรียน 

ศึกษาดูงาน.   พลอากาศเอก ประจิน จั่นตอง ประธานคณะกรรมาธิการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม วุฒิสภา นำคณะเข้าศึกษาดูงาน ณ กลุ่มวิสาหกิจผ้าทอนาหมื่นศรี ตำบลนาหมื่นศรี อำเภอนาโยง และ กลุ่มวิสาหกิจชุมชนล่องแก่งบ้านเขาหลัก ตำบลน้ำผุด อำเภอเมือง จ.ตรัง โดยมี ไพบูลย์  โอมาก รองผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง พร้อมคณะร่วมให้การต้อนรับ 

ม้าทรง.   บรรดาม้าทรงของศาลเจ้า ใน อำเภอต่างๆทั่วจังหวัดสงขลา ที่มาร่วมเทศกาล “ถือศีลกินผัก” ที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา จัดโดย สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดสงขลา ณ สวนหย่อมมูลนิธิท่งเซียเซี่ยงตึ้ง ถ่ายภาพร่วมกัน ก่อนแยกย้ายกลับถิ่นฐาน