@ภัยจาก”ไฟสงคราม” ระหว่าง”รัสเซีย-ยูเครน” กำลัง”เผาไหม้” เศรษฐกิจ”ของประเทศไทยให้เป็น”จุลมหาจุล” แค่ปัญหา”น้ำมันแพง” ที่ผ่านไปแล้ว 8 เดือน” รัฐบาล”ของ”ลุงตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ยังแก้ไม่ตก จนเป็นเหตุให้”สินค้า”ทุกชนิดขึ้นราคา”แพงทั้งแผ่นดิน” คนรวย ไม่เป็นปัญหา ส่วนคนชั้นกลาง”รัดเข็มขัด” จน”เอวกิ่ว” เพราะมองเห็น”หายนะ” ของ”อนาคต” ส่วน”คนจน” หรือ”รากหญ้า” ของแผ่นดิน “หนี้ท่วมหัว” “ส่วนคนที่ไม่”มีหนี้” เพราะไม่มี”เครดิต” ไม่มีใครให้”กู้ยืม” ก็”อดยาก” และสุดท้าย “ลักเล็กขโมยน้อย” กลายเป็น”ภัยสังคม” ที่วันนี้”เต็มทั้งแผ่นดิน” โดยเฉพาะ”ภัยสังคม” ที่มาจาก”ยาเสพติด” ที่มี”พฤติกรรม” ที่รุนแรงกับคนรอบข้าง ไม่เว้นแม้แต่”ปู่,ย่า,ตายาย, พ่อ,แม่” ที่เป็น”เหยื่อ” ของความรุนแรงจาก”คนติดยา”…. ใน”ตลาด,ในชุมชน,หมู่บ้าน” คนที่ไม่รู้”อิโหน่อิเหน่” ก็ตกเป็น”เหยื่อ” ของความรุนแรงได้หมด ทั้งจาก”ลูกหลง” และ”ลูกจริง” ของคนที่”ติดยาเสพติด” หลังจากที่”รัฐบาล”บิ๊กตู่” ประกาศทำ”สงคราม”กับ”ยาเสพติด” สถานการณ์ยิ่ง”เลวร้าย” หลายพื้นที่มีการขอ”เพิ่มส่วย” จากผู้”ค้ายา” มากกว่าเดิม อ้างว่ามีความ”เสี่ยง” ที่มากขึ้นและ”นาย” ขอเพิ่ม”ส่วนแบ่ง” ในการ”ดูแล” มากขึ้น….
@ล่าสุด แก๊งค้ายาเสพติด ที่ อ.รัตภูมิ จ.สงขลา ประกาศ”สงคราม”กับเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง ที่เข้าไป”ล่อซื้อ” ด้วยการ”ปล้นชิง” ของกลางที่เป็น”ยาเสพติด” แถม”ยึดอาวุธปืน”และ”โทรศัพท์มือถือ” และจับ “เจ้าหน้าที่ถอดเสื้อ” เอาไป”เททิ้ง” กลางทาง ทั้ง”หัวหน้า”และ”ลูกน้อง” รวม 6 คน….เรื่องนี้มีประเด็นที่”แปร่งๆแปลกๆ” สร้างความ”กังขา” ให้กับ “ประชาชน” พอสมควร จาก”พฤติกรรม” ของ”เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง” ที่ทำการ”ล่อซื้อ” เช่น มีการ”ล่อซื้อ” ครั้งแรก เมื่อค่ำวันที่ 17 ต.ค. ได้ของกลางเป็น”ยาบ้า” 20 มัด รวม 20,000 เม็ด ได้ผู้ต้องหา 1 คน นำทั้งของกลางและผู้ต้องหาไป”ควบคุมตัว” ที่ กองร้อย อส. อ.เมือง สงขลา 1 คืนกับ 1 วัน ค่ำวันที่ 18 มีการ”ล่อซื้อ” ใหม่ ในที่เดิม และทีม”ล่อซื้อ” นำ”ของกลาง” ที่เป็น”ยาบ้า 2 มัด รวมทั้ง”ผู้ต้องหา”มาด้วย…. ถามว่า”เอามาทำไม” ทำไมไม่ “เก็บของกลาง “และ”ผู้ต้องหา”ไว้ที่”กองร้อย อส. นี้คือข้อสงสัยที่ 1 และ 2 การเข้าพื้นที่”ล่อซื้อ” ในเวลา”กลางคืน” ชุด”ล่อซื้อ” นั่งอัดกันมาใน”รถเก๋งเล็กๆ” 6 คน มีเพียง”ปืนสั้น”เป็น”อาวุธ” ไม่มีการ”วางกำลัง” เพื่อให้”สมเหตุสมผล” ในการ”ล่อซื้อ” ยาไอซ์ ถึง 8 กิโลกรัม จนสุดท้าย”เจ้าหน้าที่” จึงถูก”ปล้นเอาไปทั้ง”ของกลาง” และทรัพย์สิน ปืน ,โทรศัพท์ และ รถยนต์ และคำให้การของ”ชุดจับกุม” บอกว่า”คนร้าย “ มาด้วยกัน 20 คน รถยนต์” 5 คัน เอาเข้าจริงมีคนร้ายไม่ถึง 10 คน ใช้รถยนต์ 3 คัน เรื่องนี้”ทะแม่งๆ” และ”ค้างคาใจ”ของ”สังคม” ที่ติดตามข่าว “เจษฎา จิตรัตน์ “ผวจ.สงขลา ต้องมีการ”สอบสวน” ที่มาที่ไปของการ”ล่อซื้อ” ครั้งนี้ให้ชัดเจน….
@ส่วนในเรื่องของติดตามคนร้าย และการ”สืบสวน”หาข้อเท็จจริง เชื่อว่าคงไม่”เหนือบ่ากว่าแรง” ของ พล.ต.ท.นันเดช ย้อยนวล ผบช.ภ.9 ที่ มีนายตำรวจ”นักสืบมือดี” ทั้งของ”สืบภาค” ที่มี พล.ต.ต.สาธิต พลพินิจ และ “มือรองๆ” อย่าง พ.ต.อ.ศักดา เจริญกุล. พ.ต.อ.สมพงศ์ สุวรรณวงศ์ ที่เป็น”นักสืบหัวเห็ด” และที่สำคัญมี พล.ต.ต.ทินกร รังมาตย์ รอง ผบช.พิสูจน์หลักฐาน ที่มีตำแหน่ง รอง ผบช.ศชต. พ่วงอยู่ด้วย มาร่วมทีม “ความจริง” จากการ”สืบสวนสอบสวน” ในคดีนี้ไม่”ซับซ้อน” ถ้ามี”วาระ” ที่”ซ่อนเร้น” เพราะมี พยาน หลักฐาน มากมาย ที่สามารถ”จับผิด”ได้ ยกเว้นแต่จะมีการ”ยกประโยชน์ให้จำเลย” เพราะไม่ต้องการ”ลูบหน้าปะจมูก” ระหว่างฝ่าย”ปกครอง”กับ”ตำรวจ”….วันนี้ สถานการณ์ของภาคใต้กำลัง”ย้อนยุค”ไปสู่ใน”อดีต” เมื่อ 40 ปีก่อน ที่มี”เจ้าพ่อ,เจ้าแม่” ในขบวนการ”ค้าของเถื่อน” ที่เมื่อถูก “ เจ้าหน้าที่ ”จับกุม ก็มีการนำ”สมุน”ไปยึด”ของกลางคืน” ทั้งในที่ทำการ”ของหน่วยงานรัฐ ” และใน”ขบวนรถไฟ”ที่ขนของกลาง” ก็คงจะโทษใครไม่ได้ นอกจากต้องบอกว่า 8 ปี ที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา บริหารประเทศ ในฐานะ”นายกรัฐมนตรี” ได้ทำให้ หน่วยงานของรัฐใน”ส่วนภูมิภาค” อ่อนแออย่างสุดๆ โดยเฉพาะ “ปกครอง” และ”ตำรวจ” ที่ กลายเป็นที่”ซ่องสุม” ของ”คนชั่ว” ที่ เข้ามา”ทำมาหากิน” หาผลประโยชน์”ส่งส่วย” ให้กับ”เจ้านาย”มากกว่าดูแล”ทุกข์-สุข” ของประชาชน และ ผลประโยชน์ของแผ่นดิน….
@ล่าสุด กรณีของ พล.ต.ต. แวสาแม สาและ ผบก.ภ.จว.นราธิวาส ที่ถูก”เด้ง” ไปช่วยราชการที่”ส่วนกลาง” และให้”ขาดจากตำแหน่งเดิม” ซึ่งสาเหตุก็มาจากการ”พัวพัน” กับ ขบวนการ”ค้ายาเสพติด” ในพื้นที่ เห็นหลักฐานที่”อัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ “ นำมา”ออกสื่อ” แล้ว บอกตรงว่า เหนื่อย และ หนักหนา กับการแก้ข้อกล่าวหา และเป็นเรื่องที่ พล.ต.ท. นันทเดช ย้อยนวล ผบช.ภ.9 ต้องให้ความสำคัญกับ ตำแหน่ง “ผู้การ”และ”ผู้กำกับ” ที่ อยู่ใน”หัวเมือง” ที่เป็นพื้นที่”ชายแดน” และเมือง”เศรษฐกิจ” เพราะ “ผลประโยชน์” มหาศาลคือสิ่งที่”บังตาบังใจ” ให้คน”ประพฤติชั่ว”โดยไม่มีการ”ยั้งคิด”….และปัญหานี้ พล.ท.ศานติ ศกุลตนาค” แม่ทัพภาคที่ 4/ ผอ.กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ก็ต้อง”มีแผน” ในการ “ป้องกัน” ในฐานะที่เป็น”เจ้าภาพ”ในการ”ดับไฟใต้” เพราะวันนี้ “ไฟ” ที่เป็น”ภัยสังคม” ได้”เผาผลาญ” เข้าสู่”กลางใจเมือง”แล้ว….สำหรับพื้นที่ จ.นราธิวาส นักค้ายาเสพติดรายใหญ่ยังมีเป็นจำนวนมากจึงเป็นหน้าที่ของ”ปปส. และ “ดีเอสไอ” ในการ รวมรวมหลักฐาน เพื่อทำการ”เอาผิด” และเอาตัวมาลงโทษ เพราะถ้า”ตัวเป้งๆ” ยัง”ลอยนวล” การแก้ปัญหายาเสพติดใน พื้นที่ “นราธิวาส” ไม่มีทางสำเร็จ….
@เชื่อหรือไม่ว่า เมืองชายแดนแห่งนี้ ผู้ทำธุรกิจผิดกฎหมาย”ยิ่งใหญ่” ขนาดว่าจ้างให้ บริษัทผลิตบุหรี่ใน”ยี่ห้อ” ที่เป็นชื่อของตนเอง เป็น”บุหรี่เถื่อน” ที่นำมา”จำหน่าย” ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เรื่องนี้ฝ่ายปราบปราม ทั้ง “ศุลกากร,ดีเอสไอ,สรรพสามิต รวมทั้ง ตำรวจ ในพื้นที่รู้ดี แต่ยังไม่ได้ทำอะไร เพราะมี”ปัจจัยอื่น”บังตา บังใจ” ที่ทำให้”กฎหมาย” อ่อน”ปวกเปียก….อีกเรื่องที่เกี่ยวกับยาเสพติด มีหลายครอบครัว ที่”บุตร –หลาน” ติดยา และต้องการส่ง”ผู้ติดยา” ไป ทำการ”บำบัด” แต่ยัง”ติดขัด” ที่ ครอบครัวต้องออกค่าใช้จ่ายให้สถานที่บำบัด เป็น”เรือนหมื่น” ทำให้ ครอบครัวคนที่”ยากจน” ไม่มีเงินนำ บุตร หลาน ไป”บำบัด” ต้อง ทนทุกข์ ทรมาน ในการอยู่กับ”คนติดยา” ที่ไม่รู้ว่าจะ”ฉวยมีดหยิบพร้า” มา”บั่นคอ” คนในครอบครัววันไหน ถ้า”ราชการ” ยังไม่แก้ปัญหานี้ คงยากที่จะให้” คนติดยา” หมดไปจาก”ชุมชน” และ ยากที่จะลดความ”รุนแรง” และความ”สูญเสีย”
@เรื่องอาวุธปืน ที่ถูก เจ้าหน้าที่ ขโมย ไปขาย ในจำนำ และ ไปขาย เพราะ”ซื้อยาเสพติด “และ”เพื่อเล่นการพนัน” ไม่ได้มีเฉพาะที่ สภ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี อย่างที่เป็นข่าว”ฉาวโฉ่” แต่เรื่องอาวุธปืน “ตำรวจ” และของฝ่าย”ปกครอง” มีการ”สูญหาย” เพราะ เจ้าหน้าที่ทำการ”ขโมย” ไป”จำนำ”และ”จำหน่าย” เกิดขึ้นบ่อย โดยเฉพาะในพื้นที่ “จังหวัดชายแดนภาคใต้” ซึ่ง ที่ “บิ๊กเด่น” พล.ต.อ. ดำรงศักดิ์ กิตติประภัส ผบ.ตร. ต้อง”สั่งการ” ให้แต่ละ “โรงพัก” มีการ”ตรวจสอบ” เป็นการด่วน โดย”หลักการ” แต่ละ”โรงพัก” ต้องมีการ”ตรวจสอบ” ปืนที่เป็น”ปืนหลวง” เดือนละครั้ง แต่ที่เกิดปัญหาคือ”ผู้บังคับบัญชา” ต่าง”ละเลย” ไม่มีการ ตรวจสอบตามวงรอบ…โดยเฉพาะ”ปืนของฝ่ายปกครอง” ที่อยู่ในความ”ครอบครอง”ของ”อส.”( อาสาสมัครรักษาดินแดน ) และของ “ชรบ.”หรือ (ชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน )ที่ “นายอำเภอ” แต่ละอำเภอ จะต้องมีการ “ตรวจสอบ” อย่าง เข้มงวดเพื่อ ป้องกันการสูญหาย….สำหรับสถานที่ซึ่งเป็นที่รับ”จำนำ”อาวุธปืนที่เป็น”ของหลวง” คือ”บ่อนการพนัน” และ ผู้มี”อิทธิพล” ในพื้นที่ ดังนั้นในการ ติดตาม อาวุธปืนที่หายไป จึงติดตามไม่ยาก เพราะ”เจ้าของบ่อน” และ”ผู้มีอิทธิพล” กับ”ตำรวจ” รู้จักกันดี ยกเว้นถูก”ขายไป” ให้กับ “กลุ่มก่อการร้าย” อย่าง กรณีปืน”เอ็ม 16 “จำนวน 20 กระบอก ของ กองร้อยอาสาสมัครรักษาดินแดน อ.เมือง จ.นราธิวาส และอีกหลายอำเภอ ใน จ.นราธิวาส รวมๆ ไม่ต่ำกว่า 50 กระบอกที่ถูก”ขโมย” ไป ขาย ผ่านมา 2 ปี ยังติดตามจับกุมไม่ได้…..
@เห็น กรณี การเกิด “อุทกภัย” ที่ จ.ภูเก็ต เมืองท่องเที่ยวสำคัญของภาคใต้ ที่ถูกขนาดนามว่า”ไข่มุกอันดามัน” ได้รับความเสียหาย”ย่อยยับ” ก็อยากให้เรื่อง”อุทกภัย” ที่เกิดขึ้นกับ “ภูเก็ต” เป็น “บทเรียน” ให้ จังหวัดอื่นๆ เตรียมพร้อม” ในการ”รับมือ” กับ”ภัยธรรมชาติ” ในภาคใต้ เพราะ ขณะนี้เข้าสู่ “ฤดูมรสุม” ของภาคใต้อย่างเต็มตัวแล้ว แต่เห็น หลายจังหวัด หลาย เทศบาล ยังไม่”ตื่นตัว” แม่น้ำ ลำคลอง คูระบายน้ำ ยังเต็มไปด้วยสิ่ง”ปฏิกูล” ถ้ายังรีบ”ขุดลอก” ระวังจะ เกิดความ”สูญเสีย” กับ ชีวิต และ ทรัพย์สิน ทั้งของ รัฐ และ ประชาชน… ที่ จ.สงขลา อ.หาดใหญ่ แม้ว่า จะมีการ ขยายคลอง ร. 1 แล้วก็จริง น้ำอาจจะไม่ท่วม”ในเขตเทศบาลนครหาดใหญ่” แต่ พื้นที่”รอบนอก” ยังน่าเป็นห่วง โดยเฉพาะในพื้นที่ ซึ่ง”แม่น้ำอู่ตะเภา” ไหลผ่าน เพราะ ไม่เคยมีการ “ขุดลอก” ทำให้”แม่น้ำอู่ตะเภา” หรือ”คลองอู่ตะเภา” ตื้นเขิน และ แคบลง เพราะ ความเห็นแก่ตัวของ”เจ้าของที่ดิน” ที่อยู่ริมคลองในการ”ถมคลอง” เพื่อเอาที่ดิน ดังนั้นพื้นที่ซึ่งอยู่ติดกับ “คลองอู่ตะเภา” ตั้งแต่”ต้นน้ำ” ที่ อ.สะเดา จนถึง”ปลายน้ำ” นายอำเภอ และ เทศบาล รวมทั้ง อบต. ต้องมีแผนในการ”รับมือ” โดยเฉพาะใน กรณี การให้ความ”ช่วยเหลือ” ประชาชนในการ”อพยพ” อย่าคิดแต่เรื่อง”ถุงยังชีพ” ที่เป็น”ขนมหวาน” เพราะมี”เงินทอน” จาก”งบประมาณ” และมี”คะแนน” ความนิยม” ทางการเมือง” จาก ประชาชน เพียงอย่างเดียว….แต่ ก็ยัง “อุ่นใจ” เพราะ “อุทกภัย” ที่เกิดขึ้นทุกครั้ง หน่วยงานที่เป็น”พระเอก” ในการ ช่วยเหลือประชนในทุกด้าน ยังเป็น” กองทัพภาคที่ 4 “ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า และ”นาวิกโยธิน” ซึ่ง พล.ท.ศานติ ศกุลตนาค แม่ทัพภาคที่ 4 / ผอ.กอ.รมนภาค 4 ได้”สั่งการ” ให้ กำลังพลเตรียมพร้อมทุกพื้นที่ โดยเฉพาะใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ปัตตานี,ยะลา และ นราธิวาส ที่เป็นพื้นที่”เปราะบาง”…..
@ในส่วนของ ศูนย์อำนวยการจังหวัดชายแดนภาคใต้ ( ศอ.บต. ) ในปีงบประมาณ นี้ พล.ร.ต. สมเกียรติ ผลประยูร เลขาธิการ ศอ.บต. ได้ทำการ”ขับเคลื่อน” ในเรื่องของ”พหุวัฒนธรรม”อย่างเข้มข้น รวมทั้งเรื่อง”โภชนาการ” ของ เด็กๆ ตั้งแต่ แรกเกิด จนถึง วัยเรียน ที่ยังเป็นปัญหา”ทุพลภาพทางโภชนาการ” ซึ่งเป็นปัญหา”เรื้อรัง” ที่เกิดจาก”ความจน” และ”ความเชื่อที่ผิดๆ ในอดีต รวมทั้งการ”ทะนุบำรุง” ในเรื่องของ”ศาสนา” ที่มีการตั้ง”งบประมาณ” เพื่อ”ซ่อมแซมโบราณสถานที่มีอายุกว่า 100 ปี และ วัดวาอาราม ที่อยู่ในพื้นที่”เปราะบาง” ในพื้นที่ ของ 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ยะลา,นราธิวาส สงขลา และ ปัตตานี….
@เรื่องของ “สนามบินเบตง อ.เบตง จ.ยะลา ที่มีข่าวว่า “นกแอร์” จะบินเป็นวันสุดท้ายในวันที่ 28 ตุลาคม 2565 เพราะ”แบกต้นทุน” ของการ”ขาดทุน”ไม่ไหว เพราะ จำนวนผู้โดยสารที่ยังน้อยมาก และสายการบินต้องใช้เครื่องบินขนาด 80 ที่นั่ง ในการบิน เพราะ”รันเวย์” ของสนามบินที่ยาวเพียง 1,800 เมตร ทำให้เครื่อง 737 ขึ้น-ลง ไม่ได้ ดังนั้นสายการบินจึงต้อง”ขายตั๋ว” ในราคาแพง “ไป-กลับ 7,000 บาท จึงไม่เป็นที่”จูงใจ”ในการใช้บริการของสายการบิน ทั้งหมดคือ”ปัญหา” ที่ ผู้เกี่ยวข้องจะต้องนำไป”ขบคิด” ว่า จะแก้ปัญหา “สนามบินเบตง” อย่างไร เพื่อให้ใช้ประโยชน์ได้จริง โดยข้อเท็จจริง อำเภอเบตง จ.ยะลา เป็น”เมืองปิด” มีปัญหาในเรื่อง”ความมั่นคง” สนามบิน มีความจำเป็น แต่เมื่อ สายการบิน ให้บริการแล้ว”ขาดทุน” และ “รัฐบาล” ก็ไม่อาจจะที่จะ”ช่วยเหลือ” ได้ตลอดไป หน่วยงานที่รับผิดชอบจึงต้องช่วยกัน”หาทางออก” เพราะ”ปัญหา” มีไว้แก้ ไม่ได้มีไว้เพื่อ”ซุกใต้พรม”….ส่วนใครที่ ไม่เข้าใจ และโยนปัญหานี้ รวมทั้ง”โจมตี” ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ ( ศอ.บต.) ว่าไม่ได้แก้ปัญหา ก็ให้เข้าใจเสียใหม่ว่า สนามบินเบตง ไม่ใช่โครงการของ ศอ.บต. หลังจากการเกิดปัญหาขึ้น ศอ.บต. ซึ่งมี”หน้าที่” ในการ”บูรณาการ” กับหน่วยงานต่างๆ จึงเข้าไปดำเนินการ”บูรณาการ” หน่วยงานที่เกี่ยวข้อเพื่อ”หาทางออก” ก็เปิดใช้ สนามบินได้ระยะหนึ่ง ด้วยความร่วมมือของ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แต่สุดท้าย เมื่อ “สายการบิน” ที่เป็นของ”เอกชน” รับ”ภาระ”ไม่ไหวอีกต่อไป ก็ต้อง”หยุดให้บริการ”ไปก่อน จนกว่าจะแก้ปัญหาได้ ….
@วันก่อนเขียนเรื่อง”หาดใหญ่” ที่เต็มไปด้วย”ผับ”และ”บาร์” ที่ ไม่มีใบ”อนุญาต”กว่า 100 แห่ง ที่เป็น”ผับเถื่อน,บาร์เถื่อน” เพราะ “ดัดแปลง” มาจาก” ร้านอาหาร” และนอกจาก”เถื่อน”แล้ว ยังมีการ”เปิดเกินเวลา” ที่”กฎหมาย” กำหนด จนกลายเป็น”ช่องทาง” ในการหา”ผลประโยชน์” ทั้งจาก”ตำรวจ”และ”ฝ่าย”ปกครอง” ที่ เก็บกันเป็น”รายเดือน” และเป็นราย”ชั่วโมง” ใน กรณีเปิด”เกินเวลา” วันนี้ เจ้าของ”ร้านอาหาร” รายหนึ่ง ให้ข้อมูลมาว่า เจ้าของกิจการอยากเปิดให้ถูกต้อง แต่การขอ”ใบอนุญาต” เปิด”ผับ”เปิด”บาร์” เป็นเรื่อง”ยุ่งยาก” ต้องมีการ”จ่ายใต้โต๊ะ “ แปดแสน-หนึ่งล้าน” และต้องใช้เวลานานกว่าจะได้ ดังนั้น เจ้าของ”กิจการ” จึงเลือกที่จะอยู่แบบ”ผิดกฎหมาย” และ”จ่ายส่วย” เป็น”รายเดือน” เพราะไม่ต้องจ่าย”เงินก้อน” และ สามารถเปลี่ยน”ทำเล” ไปเรื่อยๆ เรื่องนี้ กรมการปกครอง+ กระทรวงมหาดไทยต้อง”รับฟัง” และ”แก้ไข”…. ส่วนเรื่องที่ ไม่มีการ”ตรวจฉี่” นักท่องเที่ยว ทั้งที่ หลายแห่ง มีการ”มั่วสุม” และมี”ยาเสพติด”มีการ”พกอาวุธ”มีผู้ให้”ข้อมูล” ว่า มีการ”ขอร้อง” จาก”กลุ่มทุน” ที่เป็น”นักการเมือง” และ”คนมีสี” ที่เข้าไปเป็น”หุ้นส่วน” ทั้ง”หุ้นจริง” และ”หุ้นลม” ขอไว้ โดยอ้างว่าการ “ตรวจฉี่” การ”ตรวจ”อาวุธ” และการไม่ให้”เยาวชน” เข้าไปเที่ยว เป็นการทำลายการท่องเที่ยว….
@เรื่อง “ยาเสพติด,อาวุธ ในสถาน”บันเทิง” เป็นเรื่อง”ผิดกฎหมาย” เป็น”ภัยสังคม” ที่ รัฐมนตรีการท่องเที่ยว และกีฬา ที่เป็นคน”หาดใหญ่” อย่าง พิพัฒน์ รัชกิจประการ และ “หมอหนู” อนุทิน ชาญวีระกุล รมว กระทรวง”สาสุข” หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ต้องคิดให้”ถี่ถ้วน” อย่าเอาเรื่องของการ”กระตุ้น” การ”ท่องเที่ยว” เป็น”ข้ออ้าง” เพราะภัยจาก”ยาเสพติด” ที่ สังคมได้รับ ไม่คุ้มกับ”รายได้”ของการ”ท่องเที่ยว” ที่ไม่ถูกต้องตามกฏหมาย….อีกเรื่องที่”เสี่ยหนู” อนุทิน ชาญวีระกุล ในฐานะเป็นผู้ดูแล”กระทรวงหมอ” ต้อง”ใส่ใจ” คือเรื่องของ”ยาแก้ไอ”ที่เป็น “วัตถุควบคุม” ต้องใช้ตามคำสั่งแพทย์ ซึ่งเป็น”สารตั้งต้น” ในการผลิต”น้ำกระท่อม สี่ คูณ ร้อย” ที่ วันนี้ มีการ”ขายน้ำกระท่อม” เต็มบ้านเต็มเมือง ในภาคใต้ ถามข้อมูลมาจาก”ผู้เสพน้ำกระท่อม” ว่าซื้อ”ยาแก้ไอ” จากที่ไหน มาทำการ”ผสม” ทุกคนตอบว่า “ซื้อจากร้านขายยา” และ”ร้าน”เจ้าประจำ” ที่มีอยู่ในทุก”ชุมชน” เรื่องนี้”กระทรวงสาธารณสุข” จะแก้อย่างไร เพราะแม้ว่า”พืชกระท่อม” จะไม่อยู่ใน”กฎหมายยาเสพติด”แล้วก็จริง แต่การนำ”น้ำกระท่อม” มาผสมกับ”ยาแก้ไอ” ก็คือการทำให้เป็น”ยาเสพติด” นั่นเอง….
@เดือน ตุลาคม” กำลังจะผ่านไป แต่ วันนี้หลายจังหวัดในภาคใต้ตอนล่าง กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ยังไม่มีการ”แต่งตั้ง” ผู้ว่าราชการจังหวัด มาทำหน้าที่ เช่น จ.ปัตตานี,ยะลา และ พัทลุง เข้าใจนะ ว่า ก็มี “รองผู้ว่าฯ” รักษาการ แต่การเป็น”รักษาการ” ก็ไม่เหมือน”ตัวจริง” และ พื้นที่เหล่านี้ มีปัญหา”ความมั่นคง” มีปัญหา”ยาเสพติด” และกำลังเข้าสู่การเกิด”อุทกภัย” ซึ่ง “กรมการปกครอง” ไม่ควรให้เกิดความ”ล่าช้า” ในการ”แต่งตั้ง” เพราะ”ยิ่งล่าช้า” ยิ่งมีการ”วิ่งเต้น” มากขึ้น เรื่องอย่างนี้ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา มท.1 ต้องให้ความ”สนใจ” เพราะเป็นความ ”ทุกข์-สุข” ของ ประชาชน…นี่ก็เป็น”โรคเลื่อน” คือการ “แต่งตั้งตำรวจระดับ รองผู้บังคับการลงมาถึง สว. ที่จะมีการเลื่อนออกไปจนถึงสิ้นเดือน ธันวาคม ก็ไม่ทราบว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ไม่พร้อมด้วยสาเหตุอะไร หรือมี”เจตนา” ในการ “ปล่อยให้นักวิ่ง” มีเวลาในการวิ่งอีก 1 เดือน เพื่อเข้าสู่”เส้นชัย” ที่”หมายปอง” ก็ต้องติดตามดูว่าในยุคของ “พล.ต.อ. ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ เป็น ผบ.ตร. จะได้ตำรวจ”นำดี” หรือได้ตำรวจที่เป็น”นักวิ่ง” มาทำหน้าที่ในพื้นที่”ทำเลทอง” หรือไม่ อย่างไร….เข้าใจว่า หลังจากที่ “ไข่หมูก” ขุนโจรเรียกค่าคุ้มครอง ชื่อดังของ จ.พัทลุง กลับตัวกลับใจเป็น”คนดี”แล้ว เรื่อง เรียกค่าคุ้มครองใน จ.พัทลุง จะไม่เกิดขึ้น แต่ล่าสุด มีการ”ส่งจดหมาย” เรียกค่าคุ้มครอง”สวนทุเรียน” ในพื้นที่ ต.ลานข่อย อ.ป่าพะยอม ก็ต้องเป็น “หน้าที่”ของ พล.ต.ต.ตานิตย์ รามดิษฐ์ ผบก.ภ.จว. พัทลุง ที่ต้อง “ไขลาน” ลูกน้อง ให้ติดตาม จับกุม ผู้เรียกค่าคุ้มครองมาลงโทษตามกฎหมาย….
@ระเบิด”แสวงเครื่อง” ยังเกิดขึ้นถี่ๆ ในหลายพื้นที่ของ สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเฉพาะที่ จ.นราธิวาส ล่าสุดที่ อ.จะแนะ จ.นราธิวาส มี”ทหาร” ได้รับบาดเจ็บ 5 นาย วิธีที่”แนวร่วม”ให้ ก็แบบ”เดิมๆ” คือการ “เกาะติด” การ เคลื่อนไหว ของ เจ้าหน้าที่ ในการ”เดินทาง” หรือการ”ลาดตระเวน” แล้ว ก็ลงมือวาง”กับดัก” ด้วย”ระเบิดแสวงเครื่อง” เป็น”ยุทธวิธี” เก่าๆ ที่ กำลัง”ทหาร” ในพื้นที่ยัง”แก้ไม่ตก” ล่าสุด เห็น”คำสั่ง” ของ “แม่ทัพภาคที่ 4” มีการ โยกย้าย ปรับเปลี่ยน ตำแหน่ง หน้าที่ ของ ผบ.ฉก.ไปแล้ว หลายพื้นที่ด้วยกัน เช่น พ.อ.ภานุวัฒน์ สุคชเดช ทำหน้าที่ ผบ.ฉก. 49 และ พ.อ.ปรเมธ ศานุพงศ์ ทำหน้าที่ ผบ.ฉก.43 ก็หวังว่าการ ปรับเปลี่ยน จะทำให้ สถานการณ์ในพื้นที่ดีขึ้น….อย่าให้เหมือนเหตุการณ์ที่ หน่วยปฏิบัติการพิเศษ นราธิวาสที่ 31 ที่มีการเผยแพร่” คลิปวีดีโอ” การออกมาแฉ ถึง” ผลประโยชน์ “และเงินงบประมาณที่ได้จาก”การรถไฟ” ในการรักษาความปลอดภัยเส้นทางของ เจ้าหน้าที่ตำรวจหน่วยปฏิบัติการพิเศษ ที่กลายเป็นเรื่อง”ฉาวโฉ่” สุดท้ายมีคำสั่ง”ย้าย” ทั้ง “ลูกน้อง”จอมป่วนจอมแฉ และทั้ง”ผู้กอง” ที่ถูกลูกน้องกล่าวหาว่าเป็น”จอมอม” หลังจากที่ พล.ต.ท. นันทเดช ย้อยนวล ผบช.ภ. 9 จบจาก ภารกิจ ของการ”ปล้นยาเสพติด” ที่ อ.รัตภูมิ จ.สงขลา แล้ว ก็อย่าลืม”สะสาง” เรื่อง ผลประโยชน์ ของ เจ้าหน้าที่ ในพื้นที่ ว่าจะทำอย่าไรในการ บริหาร”งบประมาณ” ให้เป็นธรรม….
@เรื่องของ”การเมือง” ที่”ร้อนระอุ” ในพื้นที่ภาคใต้ ซึ่ง พรรคประชาธิปัตย์ กำลังถูก”รุมกินโต๊ะ” อย่าง”เมามัน”จากหลายพรรคการเมือง หลายพรรคมีการ”แบ่งเค้ก” แบ่ง”พื้นที่”กันแล้ว เช่น” สร้างอนาคตใหม่” ที่มี นิพิธ อินทรสมบัติ เป็น” แม่ทัพภาคใต้” ชูจุดขาย”เรื่องนำภาคใต้พ้นจากความยากจน”หมายมั่นปั้นมือ” พื้นที่”อันดามัน” ตั้งแต่ “ภูเก็ต,กระบี่ “ เป็นที่”ปักธง”…. ส่วน” รวมไทยสร้างชาติ” กวาดเอา”บ้านใหญ่”ที่เคย”สังกัด”พรรคประชาธิปัตย์ ในหลายจังหวัด เข้า”สังกัด” เพื่อขอแบ่ง สส. ใน จ.ชุมพร,สุราษฎร์ธานี.นครศรีธรรมราช และ พัทลุง ในขณะที่”ภูมิใจไทย” ขอเพิ่ม จาก สส. 8 ที่นั่ง ที่มีอยู่เดิม เป็น 16 ที่นั่ง หรือ 100 % เล่นเอาพรรคประชาธิปัตย์” ควันออกหู “ เพราะทำเหมือน” เจ้าถิ่น” อย่างพรรค”แม่ธรณีบีบมวยผม” ไม่มี”น้ำยา” …. ล่าสุด “ นิพนธ์ บุญญามณี” รองหัวหน้าพรรค และ ผู้อำนวยการเลือกตั้งของพรรค ประกาศชัดถึง ทุกพรรคที่เข้ามา”แบ่งเค้ก”ของพื้นที่ภาคใต้ว่า “เมืองหลวง” ทั้ง 3 เมือง อย่าง”สุราษฎรธานี.นครศรีธรรมราช และ สงขลา เลือกตั้งครั้งนี้ “ประชาธิปัตย์” ต้อง “ยืนหนึ่ง” เท่านั้น ส่วนในพื้นที่ “อันดามัน” ตั้งแต่”ภูเก็ต “ จนถึง”สตูล” จะมีการ”ยึดคืน” มาให้ได้….ในขณะที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ วันนี้”เจ้าถิ่น” อย่าง”มูหะมัดนอร์ มะทา หัวหน้าพรรคประชาชาติ ก็ต้องเจอ”ศึกหนัก” จากการ”รุมกินโต๊ะ” จากทั้งพรรคการเมืองเก่าอย่าง”ประชาธิปัตย์” และ พรรคการเมืองใหม่อย่าง” สร้างอนาคตใหม่,รวมไทยสร้างชาติ” และ “ภูมิใจไทย” ศึกที่”ปลายด้ามขวาน” ครั้งนี้”ใหญ่หลวง” กว่าครั้งที่แล้ว เพราะหลายพรรคไม่ได้สนใจ”กระแส” แต่เตรียม”กระสุน” เพื่อการ”ยิง” อย่างเดียว….แล้วพบกันใหม่วันศุกร์หน้า ครับ
—————————————————————–
ไชยยงค์ มณีพิลึก

จาริกธุดงค์. หลวงตาบุญชื่น ปัญญาวุฑโท เดินจาริกธุดงค์ จาก อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ไปยัง อ.โพนสวรรค์ จ.นครพนม ผ่านเส้นทาง อ.สทิงพระ จ.สงขลา มีประชาชา มารอรับเพื่อกราบนมัสการตลอดเส้นทาง

ดอกไม้พระราชทาน. สนั่น พงษ์อักษร ผวจ.นราธิวาส อัญเชิญดอกไม้และตะกร้าสิ่งของ จากพระบามสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินี มอบแด่เจ้าหน้าที่ทหารพราน กรมทหารพรานที่ 49. ที่ได้รับบาดเจ็บจากการซุ่มโจมตีของผู้ก่อการร้าย ที่ อ.จะแนะ ณ.รพ.นราธิวาสราชนครินทร์ อ.เมือง จ.นราธิวาส

ตรวจราชการ. พล.อ.ประวิตร วงศ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รมช.กลาโหม พร้อมคณะเดินทางมาตรวจราชการเพื่อติดตามความคืบหน้าในการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ณ ศูนย์ราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ อ.เมือง จ.ยะลา โดยมี พล.ร.ต.สมเกียรติ ผลประยูร เลขาธิการ ศอ.บต.และคณะเจ้าหน้าที่ให้การต้อนรีบ

เพื่อเป็นศิริมงคล. พล.ท.ศานติ ศกุลตนาค แม่ทัพภาคที่ 4/ผอ.กอ.รมน.ภาค 4 พร้อมด้วย พล.อ.มณี จันทร์ทิพย์ ที่ปรึกษา กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า และคณะ ถวายสังฆทานและกราบนมัสการพระครูสุวัฒนาภรณ์ เจ้าอาวาสวัดนาทวี/รองเจ้าคณะจังหวัดสงขลา เพื่อเป็นศิริมงคล ณ วัดนาทวี อ.นาทวี จ.สงขลา

ว่างงาน. พล.ร.ต.สมเกียรติ ผลประยูร เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) และเจ้าหน้าที่กระทรวงแรงงาน ผนึกกำลัง เพื่อแก้ปัญหาผู้ว่างงานด้วยการ อบรมแรงงานฝีมือของผู้ว่างงานในจังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อการเข้าสู่ตลาดแรงงานต่อไป

จับเวียดนามรุกน่านน้ำ. พ.ต.ท.ณัฐพงษ์ ตาแก้ว รอง ผกก.7 บก.รน กองบังคับการตำรวจน้ำ จ.นราธิวาส นำกำลัง ลาดตระเวนในน่านน้ำไทย เรือประมงเวียดนามพร้อมลูกเรือ 6 คน พร้อมปลิงทะเล ที่จับในน่านน้ำไทย นำส่ง พนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีต่อไป

เยี่ยมโรงงาน. สมนึก มณีโชติ เจ้าของบริษัท ปาล์มพัฒนาชายแดนใต้ จำกัดได้ให้การต้อนรับ ร.ต.อ.อรุณ สวัสดี สส.เขต 4 สงขลา พรรคพลังประชารัฐ ซึ่งเดินทางมาเยี่ยมชมโรงงาน ที่ อ.หนองจิก จ.ปัตตานี

ห่วงใย. พล.ร.ต.สมเกียรติ ผลประยูร เลขาธิการ ศอ.บต. มอบหมายให้ นพ.สมหมาย บุญเกลี้ยง ผู้ช่วยเลขาธิการ ศอ.บต. เยี่ยมให้กำลังใจ สตท ชอฟรอล จุลนิติกุล ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ณ รพ.นราธิวาสราชนครินทร์ อ.เมือง จ.นราธิวาส

เปิดมัสยิด. วันมูหะมัดนอร์ มะทา หัวหน้าพรรคประชาชาติ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง สส.บัญชีรายชื่อ/เลขาธิการพรรค และคณะ ร่วมเปิดมัสยิดบีนาอุมมะห์ มัสยิดประจพสำนักงานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัด ที่ อ.เมือง จ.ยะลา

ตรวจเยี่ยม. พล.ต.ศราวุธ จันทร์พุ่ม ผอ.สำนักงานพัฒนาภาค 4 หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา พร้อมคณะ ตรวจเยี่ยมฟังบรรยายสรุป จากหน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 41 บ้านเจาะวา อ.สุไหงปาดี จ.นราธิวาส

ฝึกเอาตัวรอด. พ.ต.อ.ตรัยฤกษ์ ปัญญาไตรรัตน์ ผกก.สภ.เมืองยะลา , พ.ต.ท.ธัญ ศิริขันธ์ รอง ผกก.ป.สภ.เมืองยะลา มอบหมายให้ ร.ต.ท.สิทธิศาสตร์ หลิมพลอย รอง สว.ตำรวจชุมชนสัมพันธ์ สภ.เมืองยะลา เข้าเยี่ยมเยียนและบรรยายการฝึกเอาตัวรอดในสถานการณ์ฉุกเฉิน ณ ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กตลาดเก่า เขตเทศบาลนครยะลา ต.สะเตง อ.เมือง จ.ยะลา

แสดงความคิดเห็น. ฮัสบูเล๊าะ หิเล นายกสมาคมผู้นำอิสลามชายแดนใต้ นำผู้บริหารสมาคม และดร.ณัฎฐ์ หลงเดวาร์ ประธานมูลนิธิอามีนรูลมุมีนีนยะลา ที่ปรึกษาสมาคม เข้าเยี่ยมพบปะร่วมแสดงความคิดเห็นการพัฒนาการศึกษาและพัฒนาสังคมในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ กับมหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ สำนักงานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดนราธิวาส และ มัสยิดกลางประจำนราธิวาสเพื่อกระชับความสัมพันธ์ระหว่างองค์กรภาครัฐและองค์กร

แสดงความยินดี. คอลีเยาะ หะหลี แกนนำสตรีอาสาคลายทุกข์ จังหวัดชายแดนภาคใต้ แสดงความยินดีกับ มะฮาฟิส อภิบาลแบ ผู้ใหญ่บ้าน ม 5 ต.เขาแดง อ.สะบ้าย้อย จ.สงขลา

ออกแบบทางหลวง. เชิดเกียรติ เมธีลักษณ์ ที่ปรึกษานายก อบจ.สงขลา เป็นตัวแทน ไพเจน มากสุวรรณ์ นายก อบจ.สงขลา ร่วมประชุม คัดเลือกรูปแบบการพัฒนา ออกแบบทางหลวง 4 ช่องทางจราจร ถนนหมายเลข 42 ช่วงเขามีเกียรติ ต.นาทวี-ต.ลำไพล อ.นาทวี จ.สงขลา โดยมีอำพล พงศ์สุวรรณ รอง ผวจ.สงขลา เป็นประธาน ณ ห้องประชุมที่ว่าการ อ.นาทวี จ.สงขลา

ตรวจสารเสพติด. พล.ท.ศานติ ศกุลตนาค แม่ทัพภาค 4/ ผอ.กอ.รมน.ภาค 4 นำผู้ใต้บังคับบัญชา ตรวจสารเสพติด เพื่อเป็นมาตรการในการป้องกันแก้ไขปัญหายาเสพติดของกำลังพล ณ กองบัญชาการ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ค่ายสิริธร อ.ยะรัง จ.ปัตตานี

มอบถุงยังชีพ. เอกณัฏฐ์ สังขพันธ์ นายอำเภอรามัน จ.ยะลา มอบหมายให้ อุสมาน ซาและ ร่วมกับ ผบ.ร้อย.ทพ.4104 , ฉก.สันติสุข 953 , ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ 6 ต.กายูบอเกาะ , เจ้าอาวาสวัดสุนทรประชาราม , ลงพื้นที่เยี่ยมเยียนและมอบถุงยังชีพ เพื่อให้ความช่วยเหลือผู้ประสพเหตุเพลิงไหม้ หมู่ 6 ต.กายูบอเกาะ

วันตำรวจ. สุพจน์ นวลทอง นายกเทศมนตรีตำบลระโนด ในฐานะประธานคณะกรรมการตรวจสอบ ติดตามการบริหารงานตำรวจ พร้อมด้วย คณะผู้บริหาร สมาชิกสภาเทศบาลตำบลระโนด และเจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรระโนด ร่วมทำบุญเนื่องในวันสถาปนาสำนักงานตำรวจแห่งชาติ 17 ตุลาคม โดยมี พ.ต.อ.ธัญญา สังข์ศิลป์ชัย ผกก.สภ.ระโนด เป็นประธานในพิธี ณ สถานีตำรวจภูธรระโนด



