แต่ มัสก์ กลับให้รายละเอียดที่เป็นรูปธรรมเกี่ยวกับแผนของเขาเพียงเล็กน้อย อีกทั้งสิ่งที่เขาเปิดเผยนั้นดูเหมือนจะเป็นเรื่องที่ไม่น่าเป็นไปได้และขัดแย้งกัน

ไอเดียของแอพพลิเคชั่นที่ทำได้ทุกอย่าง หรือที่เรียกกันว่า “ซูเปอร์แอพ” ที่ต้นกำเนิดในเอเชีย โดยเป็นแนวคิดที่ทำให้ผู้ใช้งานสามารถทำอย่างอื่นได้นอกเหนือจากการส่งข้อความ อาทิ การชำระเงิน, การซื้อของออนไลน์ หรือการเรียกรถแท็กซี่ ซึ่งเป็นบริการแบบครบวงจรที่น่าดึงดูดสำหรับผู้ใช้งานที่มีตัวเลือกน้อยกว่าในภูมิภาคที่แพลตฟอร์มอย่างกูเกิล, เฟซบุ๊ก และอื่น ๆ ถูกจำกัดการใช้

มัสก์ บอกกับบรรดานักลงทุนว่า เขามีแผนที่จะสร้างซูเปอร์แอพ ที่จะขายการสมัครสมาชิกแบบพรีเมียม เพื่อลดการพึ่งพาโฆษณา, ทำให้บรรดาคอนเทนต์ครีเอเตอร์ทำเงินได้ และเปิดใช้งานการชำระเงิน

อย่างไรก็ตาม นายสก็อตต์ กัลโลเวย์ พิธีกรร่วมของพอดแคสต์ด้านเทคโนโลยี “Pivot” และศาสตราจารย์ด้านการตลาดจากมหาวิทยาลัยนิวยอร์ก กล่าวว่า ซูเปอร์แอพเป็นสิ่งที่ไม่มีในสหรัฐ เนื่องจากมีอุปสรรคสูง ขณะที่ บริษัทแอปเปิล และบริษัทกูเกิล ของอัลฟาเบต อิงค์ มองว่าตัวเองเป็นซูเปอร์แอพอยู่แล้ว ย่อมไม่น่าจะยอมให้ซูเปอร์แอพอื่นพัฒนาขึ้นมาได้

นอกจากนี้ อดีตพนักงาน และพนักงานปัจจุบันของทวิตเตอร์ กล่าวว่า แผนการของ มัสก์ ที่จะลดการป้องกันที่เหมือนกันในทุกแพลตฟอร์มสื่อสังคมออนไลน์ จะทำให้เกิดเนื้อหาที่มีความเกลียดชัง, เป็นอันตราย และผิดกฎหมายบนทวิตเตอร์เพิ่มขึ้น

แม้ มัสก์ สัญญาว่าจะรักษาเสรีภาพในการแสดงออก แต่เขากลับมีท่าทีประนีประนอมมากขึ้นกับบรรดาผู้นำระดับโลกที่มุ่งหมายจะควบคุมบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยี โดยเมื่อเดือน พ.ค. ที่ผ่านมา มัสก์ กล่าวว่า เขาเห็นด้วยกับกฎระเบียบสื่อดิจิทัลใหม่ของสหภาพยุโรป (อียู) ซึ่งจะบังคับบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ของโลกให้ดำเนินการมากขึ้น เพื่อจัดการเนื้อหาที่ผิดกฎหมาย หรือเสี่ยงต่อการถูกปรับสูงสุดถึง 6% ของรายรับทั่วโลก ที่ถือว่าเป็นแนวทางควบคุมเนื้อหาออนไลน์ที่รุนแรงที่สุดในโลก

นอกเหนือจากสิ่งที่กล่าวมาข้างต้นแล้ว หน่วยงานกำกับดูแลทั่วทวีปเอเชียยังเพิ่มความเข้มงวดของจุดยืนทางกฎหมายที่มีต่อแพลตฟอร์มสื่อสังคมออนไลน์ และการสั่งให้ลบเนื้อหาที่พวกเขาเห็นว่าผิดกฎหมาย รวมถึงคำพูดของผู้ที่เห็นต่างทางการเมืองด้วย ซึ่งสิ่งนี้จะทำให้ทวิตเตอร์ ที่มี มัสก์ ควบคุมดูแลในขณะนี้ ตกอยู่ในความเสี่ยง

ยิ่งไปกว่านั้น นายเจสัน โกลด์แมน อดีตสมาชิกคณะกรรมการของทวิตเตอร์ กล่าวว่า การขยายธุรกิจของบริษัทเทสลาในจีน อาจสร้างความเสี่ยงให้ทวิตเตอร์ได้เช่นกัน “ความคิดที่ว่าเขาจะเป็นผู้ประสานงานกับรัฐบาลจีน และอาจเป็นผู้ส่งข้อมูลเกี่ยวกับผู้ใช้งานนั้น เป็นเรื่องที่น่ากลัวมาก” โกลด์แมน กล่าวเพิ่มเติม.

เลนซ์ซูม

เครดิตภาพ : REUTERS