@เห็น”ปฏิบัติการ”รุกไล่”ของ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่มี “บิ๊กเด่น” พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัส ผบ.ตร. ในการ”สั่งการให้” พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล “ หรือ”บิ๊กโจ๊ก” รอง ผบ.ตร.ฝ่ายสืบสวน เพื่อ”กวาดล้าง” กลุ่ม”ทุนจีน” ที่เป็นกลุ่ม”สีเทา” ในการดำเนินการ”ธุรกิจผิดกฎหมาย” ทั้งเรื่อง”บ่อนการพนัน” สถานบันเทิง” และ .”ยาเสพติด” และ อื่นๆ ในประเทศไทย…นี่คือการ”กวาดขยะใต้พรม” ครั้งใหญ่ ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่เป็นคุณกับประเทศไทย เพราะที่ผ่านมาหลายปี “ตำรวจ” ไม่ได้ให้ความ”สำคัญ” ต่อการ “เติบโต” ของ “กลุ่มทุนสีเทา” ที่เป็น”มาเฟียจีน” ซึ่งเข้ามาสร้าง”อาณาจักรเถื่อน” ในหลายพื้นที่ของประเทศไทย และนอกจากที่”ไม่สนใจ”แล้ว ยังมี”นายตำรวจ” จำนวนหนึ่ง เป็นทั้ง”หุ้นส่วน” และทั้งผู้”สนับสนุน” และให้ความ”คุ้มครอง” กลุ่ม”มาเฟียมังกร” เหล่านี้ จนสร้างความ”เสียหาย” ให้กับ” ประเทศชาติจำนวนมหาศาล”  ที่สำคัญ “มาเฟียแดนมังกร” เหล่านี้ ดูหมิ่นดูแคลน “กฎหมาย” ของประเทศไทยว่า เป็นเพียง”ข้อความในกระดาษ” ที่”ใช้เงินซื้อได้”…..การ”เอาผิด”กับ นายตำรวจระดับ “ผู้บังคับการ” และ”รองผู้บังคับการ” ที่” ภาคตะวันออก” ครั้งนี้ของ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ แม้จะไม่สามารถ”ขุดรากถอนโคน” ให้หมดไปแต่ก็เชื่อว่าสามารถสร้างความ”ระส่ำระสาย” ให้กับ”ตำรวจ” และ”เจ้าหน้าที่รัฐ” หน่วยอื่นๆ ที่อยู่ใน”ขบวนการ”มาเฟียจีน”ได้ในระดับหนึ่ง….

@แต่ในส่วนของ”กรมการปกครอง” ยังไม่เห็นทั้ง “ปลัดกระทรวง” และ”อธิบดีกรมการปกครอง” ออกมาแสดงความเห็นในกรณีของการ”สวมบัตรประชาชนปลอม” ให้กับบรรดา”มาเฟียแดนมังกร” ที่”เป็นข่าว”แต่อย่างใด ทั้งที่เรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญ เพราะวันนี้ไม่เพียงแต่”มังกรจีน” เท่านั้นที่ต้องการ”เป็นคนไทย” ด้วยการ”สวมบัตรประชาชน” ยังมี”ชาวมุสลิมอุยกูร์” ที่ หลบหนีจาก”ประเทศจีน” เข้ามาอยู่ในประเทศไทย ที่มีการ”ซื้อบัตรประชาชนไทย” จาก”เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง มี”แขกขาว”และ”แขกดำ” ที่ใช้”เงิน” ในการ”วิ่งเต้น” เพื่อ”สวมบัตรประชาชนไทย”เพราะ”เมืองไทย” คือ”สวรรค์” ของ “อาชญากรข้ามชาติ” ที่เข้ามา “ทำมาหากิน” และสร้าง”อาณาจักรเถื่อน” ในประเทศไทย….และ หน่วยงานที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับบรรดา”คนเถื่อน” และ”กลุ่มอาชญากร” ต่างชาติ ที่ยึด”หัวหาด” ในหลายพื้นที่ของ”ประเทศไทย” อยู่อย่าง”สุขสบาย”ถ้า”รัฐบาล” มีความ”จริงใจ” กับการ”กวาดล้าง” กลุ่ม”มาเฟีย ต่างชาติ “ที่เข้ามาทำ”ธุรกิจผิดกฎหมาย” ทั้งหมดในประเทศไทย สิ่งสำคัญคือต้อง”สั่งการ” ให้หน่วยงานทั้งหมดข้างต้นเร่ง”ปัดกวาดบ้านของตนเอง” อย่างเร่งด่วน เชื่อเถอะ “มาเฟียข้ามชาติ” ไม่มีทางที่จะ”เติบโต” และเป็นภัยต่อประเทศชาติของเราได้ ถ้าไม่มี”ไฟเขียว” จากเจ้าหน้าที่หน่วยงานของรัฐ ในการให้การ”คุ้มครอง”เพราะมี”ผลประโยชน์”ร่วมกัน “เรื่องนี้ถ้า” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” นายกรัฐมนตรี”เอาจริง” จะเป็นการสร้าง”คะแนนนิยม” ที่ตกต่ำให้”กระเตื้อง” ขึ้น…..

@ในส่วนของ”ภาคใต้” พื้นที่ซึ่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ต้องให้ความสนใจ และเร่ง”กวาดล้าง” กลุ่ม”ทุนสีเทา” ที่เป็น”ทุนข้ามชาติ” ที่ทำ”ธุรกิจผิดกฎหมาย” ทั้งในเรื่อง”สถานบันเทิง” และ”บ่อนการพนันออนไลน์” อยู่ที่ จ.ภูเก็ต และ”เมืองท่องเที่ยว” อื่นๆ ที่เห็นชัดคือที่ “ชายแดน” อ.สะเดา จ.สงขลา  ที่เป็น”เขตเศรษฐกิจ”ชายแดน ที่มี ทั้ง”จีน” ทั้ง”อินเดีย” ที่เข้ามาตั้งตนเป็น”มาเฟีย” สร้าง”อาณาจักรบันเทิง” ที่”ผิดกฎหมาย” มี”ตำรวจ ท่องเที่ยว .ตรวจคนเข้าเมือง,ตำรวจท้องที่ “และ”ฝ่าย”ปกครอง” เข้าไป”พัวพัน” กับ”ผลประโยชน์” ที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย และมี”ตำรวจ”หลายราย ที่กลายเป็น”ผู้ต้องหา”ไปแล้วในข้อหาเรียกรับ”ส่วย” จบจากเรื่อง”โปลิสจับตำรวจ” ที่ ภาคตะวันออกเมื่อไหร่ เชิญ “พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร.”มือพิฆาต” กลุ่ม”มังกรสีเทา” มาทำการ”กำหราบ”  กลุ่ม”มังกรจีน” และ”งูเห่าแขก” ที่ ชายแดน จังหวัดสงขลาด้วย จะได้เป็นการ”ตัดไฟแต่ต้นลม”…..

@เรื่องที่”ด่านนอก” ยังไม่จบ มีผู้ใช้รถ ใช้ถนน ร้องเรียนมากว่า 2 ปีแล้วกับปัญหาการ”จราจร”ที่ไม่มีการ”บริหารจัดการ” ทั้งจากฝ่าย “ตำรวจ” และ”เทศบาล” ปล่อยให้”ยาวเป็นกิโลเมตรๆ จนถึงหน้าด่าน”ศุลกากร-ตรวจคนเข้าเมือง” ที่สำคัญมีการถอด”หางรถบรรทุกตู้คอนเทนเนอร์” ทิ้งไว้ริมถนน เกลื่อนกลาด กลายเป็นการ”กีดขวาง”การ”จราจร”เพิ่มขึ้น  วันนี้”เทศบาลตำบลสำนักขาม” ได้ “สาธิต วัฒนโชตินันต์” เสี่ยใหญ่ เจ้าของโรงแรม เป็น”นายกเทศมนตรี” แต่แทนที่จะโชว์”ผลงาน” ด้วยการแก้ปัญหา”จราจรติดขัด” ที่เป็นปัญหาร้องเรียนของชาวบ้าน ก็ไม่ได้ทำ ทั้งนี้คือคือปัญหาใหญ่ของคนใน”เทศบาลตำบลสำนักขาม”หรือ”ด่านนอก”….

@กลับมาดูเหตุการณ์ความรุนแรงของจังหวัดชายแดนภาคใต้ บรรทัดนี้ ขอแสดงความเสียใจกับ ครอบครัวของ ร.อ.ชินดนัย แร่ทอง นายทหารยุทธการและการฝึก สังกัด ร 153 พัน 3  ที่ต้อง”พลีชีพ” จาก”น้ำมือ” ของ กองกำลังติดอาวุธขบวนการแบ่งแยกดินแดน”บีอาร์เอ็น” ที่บ้านไอร์กรอส ต.จะแนะ  อ.จะแนะ จ.นราธิวาส ขณะเข้าตรวจสอบเหตุการณ์ที่”คนไทยพุทธ” ที่ออกหาของป่า ถูก”กองกำลังติดอาวุธ บีอาร์เอ็น” ยิง เสียชีวิต และบาดเจ็บ…”.ร.อ.ชินดนัย” เป็นเจ้าหน้าที่”สัญญาบัตร” รายแรก ในรอบหลายปีที่ผ่านมา ที่”เสียชีวิต” จาก”ปฏิบัติการ”ของ “กองกำลังติดอาวุธบีอาร์เอ็น” และเป็นที่น่าสังเกตุว่า พื้นที่ จ.นราธิวาส ยังเป็นพื้นที่ ซึ่งมีเหตุรุนแรงเกิดขึ้นถี่ๆ มากกว่าพื้นที่ ปัตตานี และ ยะลา ประเด็นนี้  พล.ต. เฉลิมพล ขำเขียว ผบ.ฉก.นราธิวาส และ ผบ.ฉก.เลข 2 ตัว เลข 3 ตัว ต้องมีการ”ทำการบ้าน” เพื่อหา”จุดอ่อน จุดแข็ง” ทั้งของ “ฝ่ายเขา”และ”ฝ่ายเรา” เพราะ สถานการณ์ที่เกิดขึ้น ฝ่ายเรามีความ”เพลี้ยงพล้ำ” และ”สูญเสีย” ทั้ง ประชาชน และ เจ้าหน้าที่รัฐ มาโดยตลอด….และ วิธีการ”ก่อกวน” และใช้ความรุนแรง สร้างความ”สูญเสีย” ให้กับ”เจ้าหน้าที่รัฐ” และ”ประชาชน” ของ”บีอาร์เอ็น” คือแผนการทำลาย นโยบายการไม่ใช้ความรุนแรง ของ พล.ท.ศานติ สกุลตนาค” แม่ทัพภาคที่ 4/ ผอ.กอ.รอมน.ภาค 4 ที่หาก “สถานการณ์” ยังมีเหตุรุนแรงจากบีอาร์เอ็น และ เกิดความสูญเสีย อย่างที่เห็น กอ.รมน.ภาค 4 ต้องเปิด”แผนรุก” เพื่อเอา”คนร้าย” มาลงโทษ และ สถานการณ์ ก็จะเข้าสู่”โหมดของความรุนแรง” คือการ”ปิดล้อม,ตรวจค้น” และจบที่มีการ”วิสามัญ” แบบเดิมๆ เพราะผู้ที่ถูก”ปิดล้อม.ตรวจค้น” ไม่ยอมให้”จับเป็น” เชื่อเถอะ ตราบที่”บีอาร์เอ็น” ยังมี”กองบัญชาการ” อยู่ที่” ประเทศมาเลเซีย” และการ”พูดคุย” กับ”ฝ่ายไทย” ยังไม่เป็นไปตามที่”บีอาร์เอ็น” ต้องการ สถานการณ์ความรุนแรงในจังหวัดชายแดนภาคใต้จะเหมือนเดิม เพราะ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ยังไม่ใช่”ผู้บังคับวิถี” เพื่อควบคุมสถานการณ์ในพื้นที่  เพราะ สถานการณ์ การก่อเหตุ ยิงชาวไทยพุทธ การวางระเบิดจน” ร.อ.ชินดนัย “เสียชีวิต การยิง อส. และ ระเบิดเสาไฟฟ้า 4 จุด ในวันเดียว ใน จ .นราธิวาส และการวางระเบิด “ปั้มน้ำมัน “ 2 แห่ง ในคืนเดียวกันที่ จ.ปัตตานี” บอกอย่างนั้น….

@แต่ก็ เห็นด้วยกับการที่ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ส่ง พล.ต.ปราโมทย์ พรหมอินทร์ รองแม่ทัพภาค 4 / รอง ผอ.กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ไปนั่งเป็น เลขาธิการของ”คณะพูดคุยสันติสุข” เพราะ “พล.ต.ปราโมทย์” เป็น นายทหาร ของกองทัพภาคที่ 4 ที่มีความรู้ ความเข้าใจ และรู้”เท่าทัน” องค์กรของ”ฝรั่งต่างชาติ” อย่าง”เจนีวาคอลล์” และ” ไอซีอาร์ซี” ที่เป็น”พี่เลี้ยง”ของ”บีอาร์เอ็น ซึ่งต้องยอมรับข้อเท็จจริงว่า สถานการณ์ของ”ไฟใต้” ณ วันนี้ไม่ได้”เหมือนเดิม” เพราะได้มีการ”ยกระดับ”ไปถึงขั้นการมี” องค์กรต่างชาติ” จากชาติ”ตะวันตก” เข้ามาเป็น”หุ้นส่วน” ของการ”ดับไฟใต้” ไปแล้ว…. และที่ต้อง”จับตามอง”คือในส่วนของ “ศูนย์สันติวิธี” และ” คณะ สล.3 “ ซึ่ง พล.ท.ศานติ สกุลตนาค แม่ทัพภาคที่ 4/ ผอ.กอ.รมน.ภาค 4  แต่งตั้งให้ “เสธอ้วน” พล.ต. วรเดช เชรักษา ผบ.กองกำลังเทพสตรี ทำหน้าที่เป็น ผอ.ศูนย์สันติวิธี และ รับผิดชอบการ”ขับเคลื่อน”ของ “คณะสล.3 “ ที่เป็น” คณะทำงานภาคประชาชน” ในการ”สนับสนุนสันติสุข” เพราะทั้ง 2 ส่วน คือ”ความหวัง” ของการใช้”สันติวิธี” หรือ”ขบวนการพูดคุย” ในการ”สร้างสภาวะแวดล้อม” เพื่อ”ลดความรุนแรง”ในพื้นที่ และนำไปสู่”สันติสุข”ของ”ชายแดนใต้” ฟัง”แนวทาง”ในการทำความเข้าใจกับ”คณะ สล.3 “ ของ”เสธอ้วน” แล้ว พบว่า ยังรักษา”รูปมวย”ของการเป็นคน”พูดน้อยต่อยหนัก” และเชื่อว่า นี่คือ”จุดแข็ง” ที่จะทำให้ “ศูนย์สันติวิธี” และ”คณะ สล.3” เดินไปใน”ทิศทาง” ที่ถูกต้อง …..ส่วนการ”พูดคุย” ครั้งต่อไประหว่างตัวแทน ” บีอาร์เอ็น” กับ”พล.อ.วัลลภ รักเสนาะ หัวหน้าคณะ”พูดคุยสันติสุข”คงเป็น หลังจากที่ “มาเลเซีย” มี “รัฐบาล” ชุดใหม่ จากการ”เลือกตั้ง”  ซึ่งก็ต้องดูว่า” รัฐบาลใหม่ “ ของ” มาเลเซีย” มีความเห็นอย่างไรและมีความพร้อมเมื่อไหร่กับการ”ขับเคลื่อน” โต๊ะของการพูดคุยที่จะเดินหน้าต่อไป…..

@เห็น”หน่วยก้าน” และ”ลีลา”บนเวทีการประชุม”คณะ สล.3.ที่ ห้องประชุมโรงแรมซีเอส จ.ปัตตานี ของ พล.ท.ศานติ สกุลตนาค แม่ทัพภาคที่ 4/ ผอ.กอ.รมน.ภาค 4 ในการ”พบปะ “ รับฟังความคิดเห็นจาก”ตัวแทนภาคประชาชน”ใน”คณะ สล.3 “ แล้ว ชอบใน ที่พูดตรงๆว่า การ”สร้างสภาวะแวดล้อม” ในการสร้างความเข้าใจไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะแม้แต่ในคณะของ”สล 3, “ เองที่มีคน สองร้อยกว่าคน  ยังมีการ “แบ่งแยก,ขัดแย้ง. ไม่เห็นด้วย” เกิดขึ้น และนี่คือเรื่องจริง ที่ต้องมีการ”ละลายพฤติกรรม” ของ”คณะ สล.3 “ เพื่อลดความ”เห็นต่าง” ความ”ย้อนแย้ง” เพื่อให้เป็น เวทีที่มี”ทิศทาง”อย่างเป็น”เอกภาพ” ให้มากที่สุด….และ เห็นด้วยกับคำพูด”ปิดท้าย” ของ พล.ท.ศานติ สกุนตนาค แม่ทัพภาคที่ 4 ที่ว่า “ทุกปัญหามีทางออก” ถ้าหาทางออกไม่พบ ก็ให้เดินกลับมาที่ทางเข้า เพื่อการตั้งต้นใหม่ แต่ที่ผ่านมา”ผู้เขียน” พบว่า มีหลายครั้งที่การ”ดับไฟใต้” ไม่สำเร็จ เป็นเพราะไม่ออกทาง”ประตู” ที่เป็น”ทางออก”ของปัญหา แต่พยายามไปออกทาง”หน้าต่าง” และทาง”หลังคา”ดังนั้น”ไฟใต้” จึงดับยากดับเย็น เหมือกับมี กลุ่มคน ที่ไม่อยากให้”ไฟใต้”ดับ….

@มี “เต็นท์รถมือสอง” ใน อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา และ เจ้าของรถจำนวนหลายรายใน จ.ปัตตานี-ยะลา แจ้งความร้องทุกข์ กับ “ตำรวจ” ว่าถูก “มูหะหมัด สาลาจะ”ทำการ”เช่ารถ” รวมทั้งชวน”ร่วมทุน” นำรถยนต์เพื่อไปให้”กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า”เช่าต่อ” มีผู้”หลงเชื่อ” จนสุดท้าย”รถหาย”และบางรายพบว่า “รถที่ถูกเช่าไป” ถูกนำไป”จำนำ”ในกับ”นายทุน” เรื่องนี้เป็นความ”เสียหาย”ของ”กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ที่ พล.ท.ศานติ สกุลตภาค แม่ทัพภาคที่ 4 / ผอ.กอ.รมน.ภาค 4 ต้อง”ชี้แจ้ง”ด่วน ว่า กอ.รมน.มีการ”เช่ารถ”จาก”เอกชน” จริงหรือไม่  ….

@วันก่อน “ดีเอสไอ” โดย ชยพล สายทวี ผอ.ศูนย์ปฏิบัติการพิเศษจังหวัดชายแดนภาคใต้ นำกำลังเข้า”จับกุม” ร้านค้าบุหรี่หนีภาษีในเขตเทศบาลนครยะลา ได้ของกลางร่วม 10 ล้านบาท นี่เป็น ปฏิบัติการ ในครั้งแรกของ “ดีเอสไอ” ในพื้นที่ จ.ยะลา ทั้งที่พื้นที่ยะลา เป็นแหล่งใหญ่ของ”บุหรี่หนีภาษี” ที่มีการ”ผูกขาด” ในการ”ขายส่ง” เพียงรายเดียว คนใน”วงใน” จึงตั้งข้อสงสัยว่าเป็นการ”จับจริง” หรือเป็นเรื่อง”ลมเปลี่ยนทิศ”กันแน่…..

@บรรทัดนี้คน “ผู้เขียน” ขอแสดงความยินดีกับ”  พาตีเมาะ สะดียามู “ รอง ผวจ.นราธิวาส ที่ได้รับการแต่งตั้งให้เป็น”ผวจ.ปัตตานี” นี่เป็นเรื่องที่”กรมการปกครอง” แต่งตั้ง ผวจ.ปัตตานี ที่”เหมาะสม” และ”ถูกต้อง” เป็นครั้งแรกในรอบ 10 ปี เพราะที่ผ่านมา คนปัตตานี ได้แต่ “ผวจ. ที่อายุราชการเหลือปีเดียว มาเป็น”พ่อเมือง”  วันนี้ “ปัตตานี” ได้  ผวจ.ที่เป็น”หญิงแกร่ง” เป็น”มุสลีมะห์” คนแรกของประเทศไทย และที่สำคัญไม่ใช่”ผู้ว่าฯปีเดียว” เสียด้วย….สำหรับคนอื่นๆ ที่”รู้จักมักคุ้น” และได้ขยับจาก รอง ผวจ. เป็น ผวจ. ตามที่แต่ละคนคาดหวัง เช่น สมนึก พรหมเขียว จาก รอง ผวจ.ปัตตานี ไปเป็น”พ่อเมือง”สมุทรสงคราม ก็ถือว่า”ไกลหน่อย” แต่ก็เป็นเมืองที่”สงบร่มเย็น” ,,,,ส่วน อำพล พงษ์สุวรรณ รอง ผวจ.สงขลา เป็น”ผู้ตรวจราชการ” ก็”เทียบเท่า”กับตำแหน่ง ผวจ. และ ศักระ กบิลกาญจน์ จากรอง ผวจ.พังงา เป็น ผวจ.ระนอง รายนี้เป็นทั้งรอง ผวจ.สตูล และ พังงา ล้วนเป็นเมือง”ฝั่งทะเลดันดามัน” ย่อมมีความรู้ความเข้าใจในพื้นที่เป็นอย่างดี   และสุดท้าย ผู้ที่ได้รับการแต่งตั้งให้เป็น ผวจ.เมือง ยะลา คือ  พจน์ รอดเรือง ณ หนองคาย รอง ผวจ.สตูล ก็น่าจะค่อนข้าง”พลิกความคาดหมาย” ของคน จ.ยะลา ก็ขอแสดงความยินดีกับ”พ่อเมือง” และ”ผู้ตรวจราชการ”คนใหม่ทุกท่าน และเชื่อมั่นว่า “ทุกท่าน” มีความรู้ ความเข้าใจ และ”มุ่งมั่น” ในการ”พัฒนาจังหวัด เพื่อความ”อยู่ดีกินดี”ของ “ประชาชน” ทุก”ชนชั้น”….

@ส่วนการเลือกตั้ง” นายกเทศมนตรีเทศบาลนครสงขลา” ก็เป็นไปตามความ”คาดหมาย”ของ”กูรูการเมือง”เพราะ “วันชัย ปริญญาศิริ “ สามารถ”เฉือน” เอา”ชนะ” สมศักดิ์  ตันติเศรณี แบบ”เฉียดฉิว” เพียง 200 กว่าคะแนน ได้เป็น”นายกเทศมนตรี” สมความตั้งใจ โดยยอม ลาออกจากการเป็น สส.เขต 1 สงขลา ของ “พลังประชารัฐ” ทำให้”ลุงป้อม” ต้องเสีย สส.ในพรรคฯไปอีก 1 ที่นั่ง….วิเคราะห์”ถึง”ชัยชนะ” ของ”วันชัย” มาจาก 2 ประเด็น ประเด็นแรกคน”บ่อยาง” อยากได้”ของใหม่” หรือ”คนใหม่” ที่ไม่เคยเป็น “ผู้บริหารท้องถิ่น” จึงยังไม่มี”บาดแผล” และไม่มี”ตำหนิ” ประเด็นที่ 2 ทีมของ”วันชัย” ไม่มีตัวแทน”กลุ่มทุน” และไม่มี”มุ้ง” ที่มาจาก”กลุ่มการเมือง”ต่างๆ ทำให้มี”อำนาจ” ในการ”บริหาร”แบบ”เบ็ดเสร็จเด็ดขาด”โดยไม่ต้องจัดสรรตำแหน่ง “รองนายก” ,เลขานายก” และ “ที่ปรึกษานายก” ให้กับ “กลุ่มทุน” และ”มุ้ง” ต่างๆ เพราะมีตัวอย่างให้เห็นว่า “การเมืองท้องถิ่น” ที่มี”นายทุน” และ”มุ้ง” จาก “กลุ่มต่างๆ ที่เข้ามา”ลงขัน” และ”ลงแรง” ในการ”เลือกตั้ง” หลายแห่ง ของ จ.สงขลา ที่ สุดท้าย”คนที่เป็นนายกฯ” กลายเป็น”หุ่นเชิด” ต้องทำตามความต้องการของ”นายทุน” และของ”มุ้ง” อย่างน่าสงสาร บรรทัดนี้ จึงขอแสดงความยินดีกับ วันชัย ปริญญาศิริ “นายกป้ายแดง” ของ เทศบาลนครสงขลา และคน”บ่อยาง” ส่วน สมศักดิ์ ตันติเสรณี อดีตนายกฯ ต้องกลับไป”ทำฟอร์มใหม่” ถ้า”วันชัย” อยู่”ครบเทอม” อีก 4 ปี ค่อยลงสนาม แข่งขันกันอีกครั้ง….

@ยังเป็นอีกพื้นที่หนึ่งของ จ.พัทลุง คือ อ.ป่าพะยอม ที่ยังมีเหตุ”อุกฉกรรจ์” เกิดขึ้น เป็นระยะๆ ล่าสุดมีการ”ใช้อาวุธสงคราม” ถล่มบ้านของ สองสามีภรรยา และมีการร้องขอความคุ้มครองจาก”ตำรวจ” เรื่องนี้ พ.ต.อ.ธนสิทธิ์ จงหวัง ผกก.สภ.ป่าพะยอม ต้อง”เอาให้อยู่” จับผู้ก่อเหตุให้ได้ เพราะรู้อยู่แล้วว่า”ใครเป็นผู้ก่อเหตุ”  วันนี้ในพื้นที่  4 จังหวัด อย่าง  พัทลุง ,ตรัง ,สตูล” และ “สงขลา” ก็ยังมี “พัทลุง”กับ”ตรัง” ที่ยังเป็นพื้นที่ ซึ่งมีการ”ก่ออาชญากรรม”ที่”ต่อเนื่อง” ก็เป็น”งานหนัก”ของ พล.ต.ต.สาธิต พลพินิจ ผบก. กก.สส.ภาค 9 คนใหม่ ที่รับผิดชอบ”งานสืบ” ของ 4 จังหวัด ที่ยังต้อง”ทำการบ้าน” และ”ไขลาน” เจ้าหน้าที่ในพื้นที่ ให้”เข้าถึง” พื้นที่ และติดตามความ”เคลื่อนไหว” ของกลุ่ม”อิทธิพล” ให้มากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะการ”สร้างแหล่งข่าว” จาก”ภาคประชาสังคม” เพื่อให้เป็น”ส่วนหนึ่ง”ของเจ้าหน้าที่….

@วันก่อน พล.ต.ต.วรา เวชชาภินันท์ ผบก.ภ.จว. สงขลา คนใหม่ แวะเข้ามา”สนทนาปะสาทะ”เรื่องปัญหา”อบายมุข.ยาเสพติด” และ”อาชญากรรม”ต่างๆ ในพื้นที่รับผิดชอบ ฟังแล้วก็ต้อง”ทอดถอนใจ” เพราะบางเรื่อง”พูดได้แต่ทำไม่ได้” เพราะไม่มี”งบประมาณ” เช่นการติด”กล้องวงจรปิด”เป็นต้น บางเรื่องเป็น”ปัญหาโลกแตก” เช่น “สถานบันเทิง” ที่อยู่”นอกโซนนิ่ง” และไม่สามารถกำหนด”โซนนิ่งใหม่” สถานบันเทิงที่มี”ใบอนุญาตไม่ตรงปก” เพราะขออนุญาตไม่ได้ ก็ต้อง”ประคับประคอง”กันไป เพื่อให้อยู่ใน”กรอบกติกา” ของ”กฎหมาย” และไม่สร้างความ”เสียหาย”และ”เดือดร้อน”กับ” สังคม”  ส่วนใคร”ล้ำเส้น” ก็”จับกุม”ว่ากันไปตาม”กฎหมาย ทั้งที่ “หาดใหญ่ และ”ที่”ด่านนอก” อ.สะเดา จ.สงขลา นี่คือสภาพความ ของ “สังคมไทย ที่”ข้อกฎหมาย”กับ”ข้อเท็จจริง” ไปกันไม่ได้ และ”สวนทางกัน” เรื่องอย่างนี้ เชื่อเถอะ “ผู้บริหารประเทศ” อย่าง “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” นายกรัฐมนตรี ซึ่งกำลังจะเป็นหัวหน้าพรรคการเมืองอย่าง”รวมไทยสร้างชาติ”  พล.อ.ประวิตร วงศ์สุวรรณ รองนากกรัฐมนตรี หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ และ” พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา  “ มท 1 ที่กุม”บังเหียน” ของคนไทยทั้ง 65 ล้านคนไม่มีโอกาสรู้…..

@โครงการ ไฟฟ้าพลังน้ำลำสินธุ์ ต.ลำสินธุ์ อ.ศรีนครินทร์ จ.พัทลุง ที่ได้งบประมาณเพื่อขยายการผลิตไฟฟ้า ถูกชาวบ้าน ใน ต.ลำสินธุ์ ออกมา”ต่อต้าน” ไม่ให้ดำเนินการต่อ เพราะไม่เคย”หารือ” กับ”ชาวบ้าน” ที่สำคัญ”ชาวบ้าน” ซึ่งมีอาชีพในการทำ”เกษตร” กลัวว่าการ”ขยายการผลิตไฟฟ้า” จะทำให้ น้ำที่มาจาก”น้ำตก” ถูกนำไปใช้ในการผลิตไฟฟ้า จนทำให้ น้ำในการทำการ”เกษตร” ขาดแคลน” และทำให้”น้ำตก” ที่เป็นแหล่งท่องเที่ยว ได้รับความเสียหาย นี่คือ หน่วยงานของรัฐ ที่ไม่ว่าจะเป็น”อดีต”หรือ”ปัจจุบัน” ยัง”ละเลย”กับการ”สื่อสารกับสังคม” และยังมองไม่เห็น”หัว”ของประชาชน เหมือนเดิม…..

@กลับมาเรื่อง”การเมือง”ในพรรคประชาธิปัตย์ ที่มี”สส.และ อดีต สส. สมาชิกพรรค “ลาออก” เพื่อไป”สังกัดพรรคการเมืองใหม่” ตรวจสอบแล้วมีสาเหตุจาก 2 ประเด็นด้วยกัน  ประเด็นแรก มีผู้สมัคร สส.ในเขตเลือกตั้งเดียวกันหลายคน เพื่อความ”ชัวร์” ว่า ส่งลงสมัครแล้วต้องมี”เปอร์เซ็น”ที่”สอบได้” มากกว่า”สอบตก” จึงมีการ”ทำโพล” และผลของ”โพล” ที่ออกมา ฝ่ายที่”แพ้” ไม่พอใจ ไม่ยอมรับผลโพล  มีการกล่าวหาว่าเป็นการ”ทำโพล” ที่ไม่”โปร่งใส” จึงต้อง”ลาออก” เพื่อหาพรรคการเมืองใหม่สังกัด เพราะ”เขาเป็นนักเลือกตั้ง” เมื่อ ลงสมัครพรรคนี้ไม่ได้ ก็ต้องหาพรรคใหม่สังกัด ส่วน”แพ้”หรือ”ชนะ” เป็นอีกเรื่องหนึ่ง ดังนั้นการ”ลาออก” ของ สส. หรือ สมาชิกพรรค ที่เป็น อดีต สส. หรือ อดีตผู้”แพ้เลือกตั้ง” จึงเป็นเรื่อง”ปกติ”บนถนน”การเมือง….ส่วน สมาชิก”เก่าแก่” บางท่านที่”ลาออก” เพื่อไป”แสวงหาสิ่งที่ต้องการ” กับ”พรรคการเมือง”ที่”เกิดใหม่” เพราะไม่พอใจเรื่องความ”เปลี่ยนแปลง” ที่เกิดขึ้นในพรรคฯ ในยุคที่” จุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ เป็น”หัวหน้าพรรค” เช่นการตั้ง” เดชอิศม์ ขาวทอง” นายกชาย” สส.เขต 5  จ.สงขลา ที่เป็น สส.สมัยแรก แล้วได้เป็น “รองหัวหน้าพรรค” และ”แทน เดชเดโช” ที่เป็น สส.สมัยแรก และได้เป็น “รองเลขาธิการพรรค” แล้วมีการ”กล่าวหาว่า” เป็นการ”ทำลายกฎกติกา”ของพรรค ….

@แต่ถ้ามองถึง”ข้อเท็จจริง” ทุกอย่างต้องมีการ”เปลี่ยนแปลง” การที่จะให้เป็น สส.ถึง 12 ปี หรือ 15 ปี แล้วจึงจะได้เป็น “กรรมการบริหารพรรค” และเป็น”รองหัวหน้าพรรค” อย่างสมัยของ”บัญญัติ บรรทัดฐาน” ใช้ไม่ได้แล้วกับ”การเมือง” ในยุค”ปัจจุบัน” โดยเฉพาะกับการ”เลือกตั้ง” ใน สมัยหน้า ที่”พรรคคู่แข่ง”ของ”ประชาธิปัตย์” ต่าง”เตรียมกระสุน”ไว้”เต็มคลัง” เพื่อ”ล้ม” พรรคประชาธิปัตย์ ในการเลือกตั้งครั้งนี้ ดังนั้น จึงต้องเห็นใจ” เฉลิมชัย ศรีอ่อน” ที่เป็น”แม่บ้าน” หรือ “เลขาธิการพรรค” ที่ต้อง”เปลี่ยนแปลง” ข้อกำหนดหรือ”กติกา”ใน”อดีต” ของ”ประชาธิปัตย์” เพื่อหวัง”ชัยชนะ” ของพรรคฯในการเลือกตั้ง ที่จะมาถึง   ปัญหาของ”การไหลออก” ของคนในพรรคประชาธิปัตย์ ก็มีแค่นี้ ถ้าจะมองว่าเป็น”เรื่องใหญ่” ก็ใหญ่ ถ้ามองว่าเป็นเรื่อง”ปกติ” ก็เป็นเรื่อง”ปกติ” อย่างที่ “นิพนธ์ บุญญามณี รอง หัวหน้าพรรค และผู้อำนวยการเลือกตั้ง”ผู้ผ่านร้อนผ่านหนาว” ได้กล่าวเอาไว้เป็นเรื่องที่”ถูกต้อง” ที่”สาวก”ของพรรคประชาธิปัตย์ ต้องไม่”ตื่นเต้น” กับ”ปรากฎการณ์” ที่ สส. และ อดีต สส.ของพรรค”ลาออก” เพราะ”อดีต” ที่ผ่านมา ในการ”เลือกตั้ง” แต่ละครั้ง “สส.” ที่”ย้ายพรรคต่าง” สอบตก” มากกว่า”สอบได้”…. ส่วนพรรคการเมืองที่ตั้งขึ้นแบบ”เฉพาะกิจ” ก็ให้ย้อนกับไปดูอดีตที่ผ่านมาของพรรคการเมือง ที่ตั้งขึ้นมาเพื่อเป็น”บันได” ให้”ทหาร” เป็นนายก อย่าง” พรรคสหประชาไทย,พรรคสามัคคีธรรม” และ อื่นๆ ส่วนใหญ่”จบไม่สวย” และ”ล้มหายตายจาก” อย่างรวดเร็ว….แล้วพบกันใหม่วันศุกร์หน้าครับ 

ไชยยงค์ มณีพิลึก 

มอบโล่คุณธรรมฯ.    พล.ร.ต.สมเกียรติ ผลประยูร เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ ( ศอ.บต.) เป็นประธานในการมอบโล่รางวัลและเกียรติบัตรหน่วยงานต้นแบบ คุณธรรม จริธรรม ประจำปีงบประมาณ 2565 ณ ห้องประชุมน้อมเกล้า ศอ.บต. อ.เมือง จ.ยะลา 

สานสัมพันธ์”ต้มยำกุ้ง” ชนธัญ แสงพุ่ม รองเลขาธิการ ศอ.บต. พบปะเครือข่ายร้านอาหารต้มยำกุ้งในประเทศมาเลเซีย เพื่อย้ำให้เห็นว่าคนไทยไม่ทิ้งกัน ณ ร้านอาหารสตางค์บาท กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย 

พบปะประชาชน.   พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง สส.บัญชีรายชื่อ/เลขาธิการพรรคประชาชาติ เดินทางลงพื้นที่ จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อพบปะประชาชนทุกกลุ่ม และร่วมงาน “คืนสู่เหย้า”ของศิษย์เก่า ร.ร.พัฒนาอิสลามวิทยา ต.ลำใหม่ อ.เมือง จ.ยะลา โดยมีผู้นำศาสนามาร่วมงานอย่างคับคั่ง 

ฟังความเห็น   ณ ห้องประชุม โรงแรมวัฒนา พาร์ค ภูวนัฐ สมใจ รองผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง เป็นประธานเปิดการประชุมรับฟังความคิดเห็นของประชาชน โครงการออกแบบปรับปรุงตกแต่งอาคารศูนย์แสดงศิลปวัฒนธรรมพระยารัษฎานุประดิษฐ์มหิศรภักดี  โดยมี ดร.สัญญา  ศรีวิเชียร  นายกเทศมนตรีนครตรัง  กล่าวรายงาน สรุปการแสดงความคิดเห็น  จำกัดที่ปรึกษาในโครงการจ้างที่ปรึกษาออกแบบปรับปรุงตกแต่งอาคารศูนย์ฯ กำหนดระยะเวลา 360 วัน เพื่อให้การออกแบบปรับปรุงอาคาร 

เปิดตัว   จุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ หัวหน้าพรรค และ นิพนธ์ บุญญามณี รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และ ผอ.การเลือกตั้ง พบปะประชาชน ใน จ.นครศรีธรรมราช ในวันเปิดตัว ผู้สมัคร สส. 8 เขตของ จ.นครศรีธรรมราช ณ หอประชุมเมืองนครศรีธรรมราช 

ช่วยเหลือ   ธราวุธ ช่วยเกิด นายอำเภอเมือง จ.ยะลา พร้อมทีมงาน เดินทางไปเยี่ยมและให้กำลังใจ ครอบครัวของผู้ที่สูญเสียลูก 5 ขวบจากการจมน้ำ พร้อมมอบเงินช่วยเหลือตามระเบียบทางราชการจำนวน 29,700 บาทเพื่อเป็นการเยียวยา ณ บ้านเลขที่ 10/74 บ้านเปาะยานิ ต.สะเตงนอก อ.เมือง จ.ยะลา 

ครัวเรือนยากจน.  โอฬาร บิลสัน นายอำเภอยะหริ่ง จ.ปัตตานี พร้อมด้วย ปลัดอำเภอรับผิดชอบงานศูนย์ดำรงธรรมอำเภอยะหริ่ง , เจ้าหน้าที่ปกครองตำบลตันหยงจึงงา , กำนัน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ลงพื้นที่เข้าเยี่ยมเยียน “ติดตาม สานต่อ​ การช่วยเหลือครัวเรือนยากจน​ ผู้ยากไร้​ ด้อยโอกาส” จำนวน​1​ ครัวเรือน​ คือ นางสาวมัสกะฮ์ กาเจ​ อายุ​40​ ปี (ผู้ยากไร้) พร้อมนี้ นายอำเภอยะหริ่งและทีมงานได้มอบของบริโภค/ผ้าถุง/และเงิน เพื่อเป็นขวัญ กำลังใจ 

สร้างขวัญ-กำลังใจ.  อุทิศ อมรมณี ผู้อำนวยการสำนักงานการศึกษาเอกชน อ. สะบ้าย้อย จ.สงขลา และ คอลีเย๊าะ โต๊ะฮิเล หัวหน้ากลุ่มส่งเสริมการศึกษา พนักงานการศึกษาเอกชน อ.สะบ้าย้อย เยี่ยมเพื่อสร้างขวัญและกำลังใจ แก่คณะผู้บริหาร ครู และ นักเรียน ณ ร.ร.ศาสน์มุสลิมวิทยา อ.สะบ้าย้อย จ.สงขลา 

ทอดกฐิน-ลอยกระทง.   สรรเพชญ บุญญามณี ผู้ช่วยดำเนินงานนายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา ว่าที่ผู้สมัคร สส. เขต 1 จ.สงขลา นำทีม ปชป.เขต 1 สงขลา ร่วมสืบสายงานประเพณีไทย กฐินกาลสุดท้ายของประเพณีลอยกระทง ณ วัดเกาะถ้ำ ต.เขารูปช้าง อ.เมือง จ.สงขลา ท่ามกลางประชาชนร่วมงานเป็นจำนวนมาก 

สักขีพยาน   สถาพร ฤกษ์พิบูลย์ อุปนายกสมาคมชาวสงขลา และคณะอนุกรรมการ ร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีมอบเงิน 200,000 บาทจากตัวแทนของบริษัทเชพร่อนฯ ให้แก่โรงเรียนวัดตาหลวงคง อ.สิงหนคร จ.สงขลา โดยมี จิราภรณ์ แก้วบริสุทธิ์ ผอ.โรงเรียนฯและคณะกรรมการ ศิษย์เก่า ครู ผู้ปกครอง ร่วมกันรับมอบ 

แก้ปัญหาน้ำประปา.    พยม พรหมเพชร  สส.เขต 3 สงขลา  พรรคพลังประชารัฐ ลงพื้นที่ อบต.พิจิตร อ . นาหม่อม จ.สงขลา พบกับนายกอบต.พิจิตร ประมวล แก้วชนะ เพื่อพูดคุยร่วมกันแก้ปัญหาน้ำประปาให้กับประขาขนในพื้นที่ อบต.จิตร ที่มีปัญหาเรื่องของน้ำประปา ไม่พอใช้ 

สร้างงานปลอดหนี้.   ร.ต.อ.อรุณ สวัสดี สส.เขต 4สงขลาลง พรรคพลังประชารัฐ ลงพื้นที่สหกรณ์การเกษตรสทิงพระจำกัดเพื่อพูดคุยกับประธานสหกรณ์ ไพโรจน์ นุ่นสวัสดิ์  ถึงการสร้างงาน สร้างอาชีพ สร้างรายได้ เพื่อปลดหนี้ให้กับสมาชิกสหกรณ์ ณ ที่ทำการ สหกรณ์การเกษตรอำเภอสทิงพระ จ.สงขลา 

ฉลองสมรส.   จรัญ อรุณพันธุ์ ผอ.ศูนย์เรียนรู้ อ.สทิงพระ จ.สงขลา จัดพิธีฉลองสมรส ระหว่าง เจริญศักดิ์ อรุณพันธุ์ กับ ธีรดา สุสมบูรณ์ ณ ห้องอาหาร โรงแรมกรีนเวิลด์ อ.เมือง จ.สงขลา โดย เจริญกิจ มีศิริ ขตว.เดลินิวส์ จ.สงขลา ร่วมแสดงความยินดี 

สืบสานวิถีพหุวัฒนธรรม.    พลตรี เฉลิมพร ขำเขียว ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 15 / ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส /ผู้อำนวยการศูนย์ประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เป็นประธานกิจกรรม “ลงแขกดำนาปลูกข้าว สืบสานวิถีพหุวัฒนธรรม ส่งเสริมภูมิปัญญาท้องถิ่น ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง“ เพื่อเป็นการฟื้นฟูวิถีเกษตรกรรมสร้างความมั่นคงทางอาหารให้แก่พี่น้องประชาชนในพื้นที่ ณ แปลงนาข้าว ต.มะรือโบตก อ.ระแงะ จ.นราธิวาส 

กำลังใจ   พล.ท.ศานติ ศกุลตนาค แม่ทัพภาคที่ 4/ ผอ.กองรมน.ภาค 4  เยี่ยมให้กำลังใจ และมอบสิ่งของเป็นการช่วยเหลือเบื้องต้นแก่ประชาชนที่ประสพอุทกภัย ณ ศูนย์พักพิงชั่วคราว เทศบาลตำบลท่าพระยา อ.สะบ้าย้อย จ.สงขลา 

รับฟังความคิดเห็น.   พล.ร.ต.สมเกียรติ ผลประยูร เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) เป็นประธานในการเปิดประชุมรับฟังความคิดเห็นจากจากภาคประชาสังคมในการขับเคลื่อนแผนงานการมีส่วนร่วมแก้ไขปัญหาและพัฒนา จชต.มีองค์กรภาคประชาสังคมเข้าร่วมเวที 300 กว่าองค์กร ณ ห้องประชุมมหาวิทยาลัยราชภัฎยะลา 

ให้การต้อนรับ.  หน่วยกู้ภัยแม่กอเหนี่ยวยะลา ให้การต้อนรับ คณะ นักศึกษาคณะวิทยาศาสตร์การกีฬาและสุขภาพ มหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ วิทยาเขตยะลา ที่เข้ามาศึกษาดูงานที่ ศูนย์กู้ภัยแม่กอเหนี่ยวยะลา เพื่อถ่ายทอดฝึกอบรมการทำ CPR/AED และอุปกรณ์ ตัดถ่าง อุปกรณ์ภายในรถ เพื่อความพร้อมช่วยเหลือ การเกิดอุบัติเหตุ ผู้ป่วยฉุกเฉิน และ ภัยพิบัติ ต่างๆ 

เสริมสร้างความเข้าใจ.   พล.ท.ศานติ ศกุนตนาค แม่ทัพภาคที่ 4/ผอ.กอ.รมน.ภาค 4 พบปะ ดร.อิสมาอีลลัตฟี จะปะกียา อธิการบดีมหาวิทยาลัยฟาตอนี และคณะผู้บริหาร เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลในการเสริมสร้างความเข้าใจและให้สถาบันศึกษามีบทบาทในการมีส่วนร่วมกับการแก้ปัญหาในพื้นที่ จชต. ณ ห้องประชุม มหาวิทยาลัยฟาตอนี ต.เขาตูม อ.ยะรัง จ.ปัตตานี