ทั้งนี้ เกี่ยวกับ “ปัญหาแมลงวันบุก” ซึ่งเพิ่งเกิดขึ้นช่วงปลายเดือน พ.ค. 2569 ที่ผ่านมา โดยเกิดติดต่อกันถึงสองเหตุการณ์ เพียงแค่แตกต่างกันในเรื่องสถานที่เท่านั้น ซึ่งถ้าสังเกตจะพบว่า… ในไทยระยะหลังเหมือนจะเกิดเหตุการณ์ “แมลงวันบุก” บ่อยขึ้น เพราะในปี 2568 ก็เกิดเหตุลักษณะนี้เช่นกัน โดยมีจุดน่าสนใจคือ…
มักจะเกิดขึ้นเมื่อเข้าสู่ช่วง “ฤดูร้อนต่อฝน”
หรือช่วงปลายเดือน พ.ค.ถึงต้นเดือน มิ.ย.
ที่ปี 2568 กับปี 2569 นั้นก็เกิดเหตุในช่วงนี้
ทั้งนี้ กับ “ข้อสังเกต” นี้ หากพลิกแฟ้มข้อมูลย้อนหลังดูจะพบความจริงน่าตกใจว่า… ปัญหานี้ไม่ใช่เรื่องใหม่!! เพราะเมื่อปี 2568 เหตุการณ์ “แมลงวันบุกบ้านเรือน” ก็เคยเกิดในช่วงเวลาเดียวกันคือช่วง “ร้อนต่อฝน” เช่นกัน ซึ่งเป็นช่วงที่สภาพอากาศเอื้ออำนวยต่อการเติบโตของแมลงวัน จนเกิด “ปัญหาแมลงวันบุก” ติดต่อกันหลายปี จนถูกตั้งข้อสงสัย…
“ภัยแมลงวันบุก” เกี่ยวกับกับโลกร้อนไหม?
อย่างไรก็ตาม แม้ยังไม่แน่ชัดว่า…การที่แมลงวันรุกรานมนุษย์เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ นี้จะเกี่ยวกับการที่โลกร้อนหรือไม่นั้น แต่จากปัญหาที่เกิดขึ้นซ้ำทุก ๆ ปีในระยะหลัง และมีแนวโน้มรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ นั้น นี่จำเป็นที่จะต้องให้ความสนใจ โดยเฉพาะการเข้าใจใน “วงจรชีวิต–ชนิดแมลงวัน” ที่อาจก่อให้เกิดอันตราย โดยเรื่องนี้ กองโรคติดต่อทั่วไป กรมควบคุมโรค ได้เผยแพร่ข้อมูลทางวิชาการไว้ว่า… แมลงวัน (Flies) จัดอยู่ในชั้น Insecta อันดับ Diptera ซึ่งเป็นกลุ่มแมลงที่ใหญ่เป็นอันดับ 4 ของโลก ที่มีโครงสร้างร่างกายหลักสามส่วน คือ ส่วนหัว ส่วนอก และส่วนท้อง
สำหรับ “โครงสร้างส่วนหัว” ของแมลงวันนั้น ถูกเปรียบเทียบเป็นเครื่องจักรสังหารเชื้อโรคชั้นดีที่มีตารวมขนาดใหญ่โดดเด่นอยู่ด้านหน้า พร้อมตาเดี่ยวอีก 3 ตาเรียงตัวเป็นรูปสามเหลี่ยมอยู่ด้านบน ทำหน้าที่เพื่อตรวจจับความเคลื่อนไหวรอบทิศทาง ส่วนอวัยวะ เช่น “ปากแมลงวัน” นั้น แมลงวันในไทยสามารถแบ่งเป็น 2 ชนิดหลัก คือ ปากแบบซับดูด และปากแบบเจาะดูด โดยมีหนวด 3 ปล้องทำหน้าที่ดมกลิ่นของเน่าเสียได้อย่างแม่นยำในระยะไกล…เป็นข้อมูลจำเพาะ “แมลงเจ้าปัญหา”
ส่วนการ “จำแนกเพศ” นั้นสามารถทำได้ง่ายๆ โดยการ สังเกตที่ส่วนท้องแมลงวัน ซึ่งในรายงานวิชาการระบุว่า… หากส่วน ท้องมี 8 ปล้องคือแมลงวันเพศผู้ที่พร้อมผสมพันธุ์ แต่หากส่วนท้อง มี 9 ปล้องจะเป็นแมลงวันเพศเมียที่มีศักยภาพสูงในการวางไข่ เพื่อแพร่พันธุ์ประชากร ซึ่งการทำความเข้าข้อมูลเหล่านี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่เรื่องน่ารู้เท่านั้น แต่คือข้อมูลในการประเมินความรุนแรงของสถานการณ์การระบาดอย่างเป็นระบบ เพราะแมลงวันเป็นสิ่งมีชีวิตที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจ สังคม และสุขภาพในภาคการเกษตรและทางการแพทย์ โดยเฉพาะการเป็น “พาหะนำโรคติดต่อ“ มาสู่มนุษย์ ซึ่ง “การหากิน–การแพร่ขยายพันธุ์” ของแมลงวันเชื่อมโยงกับกิจกรรมของมนุษย์และสัตว์…เป็นการระบุถึงความสำคัญเรื่องนี้

ขณะที่ “ภัยของแมลงวัน” นั้น ในรายงานชี้ว่า… ภัยที่เด่นชัดที่สุด คือโรคระบบทางเดินอาหาร ไม่ว่าจะเป็น… โรคบิด โรคไทฟอยด์ อาหารเป็นพิษรุนแรง และอหิวาตกโรค ที่ นอกจากนี้ยังเป็นพาหะสำคัญที่ นำพาไข่หนอนพยาธิบางชนิดเข้าสู่ร่างกายมนุษย์ผ่านการปนเปื้อนในอาหาร ตลอดจนเป็นแพร่กระจายโรคติดต่ออื่น ๆ ที่ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตของมนุษย์ เช่น โรคเรื้อน โปลิโอ โรคคุดทะราด และบางสายพันธุ์ก่อให้เกิดโรคจากตัวหนอนแมลงวัน (Myiasis) ซึ่งมีสาเหตุจากการที่ แมลงวันบินมาวางไข่ในบาดแผลเปิด ของมนุษย์หรือสัตว์เลี้ยง จากนั้นไข่จะฟักตัวเป็นหนอนชอนไชเข้ากัดกินเนื้อเยื่อที่ยังมีชีวิต ซึ่งสร้างความทุกข์ทรมานให้มนุษย์กับสัตว์เลี้ยงที่เกิดอาการนี้…
นอกจากนี้ กับ “มุมความมั่นคง” และ “มาตรการควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศ” แมลงวันถูกจัดเป็นกลุ่มแมลงพาหะนำโรคที่ต้องเฝ้าระวังใกล้ชิดของหน่วยงานสาธารณสุขทั่วโลกด้วย อาทิ “แมลงวันบ้าน“ ซึ่งพบกระจายทั่วโลกกว่าร้อยละ 90 ที่อาศัยอยู่ได้ทั้งเขตร้อนชื้น เขตอบอุ่น และเขตหนาวบางพื้นที่, “แมลงวันหัวเขียว” ที่ทำให้เกิดโรคจากตัวหนอนแมลงวันชอนไชเนื้อเยื่อมนุษย์ หรือ Myiasis และอีกสายพันธุ์คือ “แมลงวันคอก“ ซึ่งเป็นพาหะนำเชื้อโรคร้ายแรงอย่าง โรค Anthrax และโรคฝีดาษไก่ เป็นต้น …และนี่ก็เป็น “แมลงวันสายพันธุ์อันตราย” ที่ถูกขึ้นบัญชีให้เฝ้าระวังในทางสาธารณสุข
ทั้งนี้ เมื่อตระหนักถึงภัยคุกคามของแมลงชนิดนี้แล้ว “การควบคุมแมลงวัน“ จึงเป็นเรื่องสำคัญ โดยข้อมูลจากกองโรคติดต่อทั่วไป กรมควบคุมโรค ให้แนวทางปฏิบัติที่ทำได้จริงไว้ 5 วิธี ได้แก่… ควบคุมโดยใช้สุขาภิบาลสิ่งแวดล้อมและสุขวิทยา อย่างเคร่งครัดในชุมชน โดยมุ่งเน้นที่การกำจัดและลดแหล่งเพาะพันธุ์แมลงวันตั้งแต่ต้นทาง เช่น ขยะมูลฝอยบ้านเรือน ขยะรวมในชุมชน และจัดการมูลสัตว์ในฟาร์มปศุสัตว์ขนาดใหญ่ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด, ควบคุมโดยใช้สารเคมี ซึ่งเป็นวิธีที่เห็นผลรวดเร็วทันใจ ด้วยการใช้สารเคมีแทรกซึมและแพร่กระจายลงแหล่งเพาะพันธุ์ ทว่าวิธีนี้มีข้อควรระวังเนื่องจากสารเคมีอาจทำลายสิ่งมีชีวิตที่เป็นศัตรูธรรมชาติ และถ้าใช้ชนิดเดิมซ้ำ ๆ แมลงวันจะพัฒนาจนสามารถดื้อยาได้ในที่สุด
ควบคุมโดยใช้วิธีกายภาพ วิธีนี้มีความปลอดภัยต่อสิ่งแวดล้อมสูง เช่น การติดตั้งกับดักไฟฟ้าแรงดันสูงและใช้แสงไฟล่อแมลง การติดตั้งมุ้งลวดเพื่อกั้นอาณาเขตอย่างถาวร การใช้กรงดักแมลงวันแบบกาวเหนียวในบริเวณที่มีการสัญจรของฝูงแมลงวัน โดยเหมาะสำหรับสถานประกอบการร้านอาหารและที่พักอาศัยที่ต้องการความสะอาดไร้สารเคมีตกค้าง, ควบคุมทางชีวภาพ ซึ่งเป็นการใช้กลไกตาข่ายอาหารตามธรรมชาติให้เป็นประโยชน์ เพื่อตัดวงจรชีวิตแมลงวัน โดยใช้สัตว์ที่เป็นมิตรในระบบนิเวศช่วยจัดการวงจรชีวิตแมลงวัน อาทิ แมงมุม แมลงหางหนีบ ตั๊กแตนตำข้าว หนอนด้วงขี้ควาย มด แตน ต่อ รวมถึงสัตว์เลื้อยคลานและสัตว์ปีก เช่น จิ้งจก ตุ๊กแก กบ คางคก นกป่า ไก่บ้าน ซึ่งพร้อมจะช่วยจับกินแมลงวันตลอดเวลา
และสุดท้ายคือ ใช้วิธีทางกฎหมายเข้ามาควบคุมและบทลงโทษผู้กระทำผิด เนื่องจากแมลงวันเป็นสิ่งมีชีวิตที่เพาะพันธุ์ในจุดหนึ่งแต่สามารถบินไปหากินได้ไกล หากแหล่งอาหารในจุดเดิมไม่เพียงพอ มันจะเคลื่อนย้ายฝูงไปยังพื้นที่รอบๆ ทันที ในปัจจุบันไทยมีกฎหมายหลายฉบับที่สามารถเอาผิดกับผู้ประกอบการฟาร์มหรือโรงงาน ที่ปล่อยปละละเลยจนก่อให้เกิดมลภาวะทางกลิ่นและเหตุรำคาญจากแมลงวันแก่ชุมชนรอบข้าง ซึ่งถ้าหากผู้ประกอบการฝ่าฝืนหรือไม่ยอมแก้ไขให้ถูกต้อง กฎหมายก็ได้มีการกำหนดโทษไว้อย่างชัดเจนทั้งจำและปรับ… เหล่านี้เป็นข้อมูลโดยสังเขปที่น่าสนใจ เกี่ยวกับ “แมลงวัน”
ที่ระยะหลัง “มนุษย์ชักเริ่มถูกรุกรานบ่อย”
จาก “กองทัพแมลงวัน” จนถูกตั้งข้อสังเกต
กรณีนี้ “โลกร้อน” มีส่วนกระตุ้นด้วยหรือไม่.
ทีมสกู๊ปเดลินิวส์



